LASTEST NEWS

13 ก.ค. 2567(( ไม่ต้องมีวุฒิครู )) สพป.อุดรธานี เขต 1 รับสมัครพนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานช่วยสอน สมัครตั้งแต่วันที่ 17 - 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 13 ก.ค. 2567โรงเรียนมัธยมตระการพืชผล รับสมัครครูอัตราจ้าง 4 อัตรา เงินเดือน 9,140 บาท สมัครตั้งแต่วันที่ 15 - 19 กรกฎาคม 2567 13 ก.ค. 2567ไม่ต้องผ่านภาค ก 200 อัตรา วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา กรมการพัฒนาชุมชน รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นอาสาพัฒนา (อสพ.) รุ่นที่ 76 ตั้งแต่ 10-16 ก.ค.2567 13 ก.ค. 2567สพป.ขอนแก่น เขต 2 รับสมัครพนักงานราชการ ตำแหน่งพี่เลี้ยง วุฒิม.3 / ม.6 ค่าตอบแทนแรกบรรจุ เดือนละ 10,430 บาท ระหว่างวันจันทร์ที่ 15 - วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2567 12 ก.ค. 2567“คุรุสภา” ลงดาบผอ.รร.จ.ลพบุรีหื่น ชงพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 11 ก.ค. 2567สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบที่ 3 จำนวน 6 อัตรา - รายงานตัว 18 ก.ค.2567 11 ก.ค. 2567โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง รับสมัครครูอัตราจ้าง 8 อัตรา ตั้งแต่วันที่ 9 - 25 กรกฎาคม 2567 11 ก.ค. 2567เรียกรอบ 2 สพป.ตาก เขต 2 เรียกบรรจุครูผู้ช่วย จำนวน 12 อัตรา - รายงานตัว 24 ก.ค.2567 11 ก.ค. 2567สพฐ. ไม่เอาไว้ ใช้มาตรการเด็ดขาด ผอ.รร. อนาจารนักเรียน หากผิดจริง ปลดออก-ไล่ออก เท่านั้น! 11 ก.ค. 2567สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 เรียกบรรจุครูผู้ช่วย จำนวน 33 อัตรา - รายงานตัว 1 สิงหาคม 2567

การพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15

usericon

การพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15
ชื่อเรื่อง การพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า)
ผู้ศึกษาค้นคว้า    นางสาวสุนันทา พร้าวตะคุ

บทคัดย่อ

    การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า) ปีการศึกษา 2555 โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะครู นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ในการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนร่วมกัน 2) ศึกษาความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและความคิดเห็นของครูที่ปรึกษาก่อนการพัฒนาและหลังการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ 3) ศึกษาสัมฤทธิ์ผลของการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า) ปีการศึกษา 2555
    กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาค้นคว้า จำนวน 40 คน เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตามบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ 1) แบบประเมินความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ ความคิดเห็นของครูที่ปรึกษา ที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 2) แบบสัมภาษณ์นักเรียน ครู ผู้ปกครอง โดยวิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ศึกษาความคิดเห็นครูที่ปรึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง ที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน สถิติที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและใช้การบรรยายเชิงพรรณาในการวิเคราะห์คุณภาพ
    ผลการศึกษาพบว่า
    1. โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า) มีคู่มือในการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งทำให้รูปแบบการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นแนวทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และความคิดเห็นของครูที่ปรึกษาที่มีต่อการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 15 (บ้านม่วงเฒ่า) ปีการศึกษา 2555
2.1 ความรู้ ความเข้าใจของครูที่ปรึกษา ในการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนก่อนการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.54 และหลังการพัฒนาอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48
2.2 ด้านความสามารถของครูที่ปรึกษาในการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของครูที่ปรึกษาก่อนการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.72 และหลังการพัฒนาอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.98
2.3 ด้านความคิดเห็นของครูที่ปรึกษาที่มีต่อการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนก่อนการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.86 และหลังการพัฒนาอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21
    3. สัมฤทธิ์ผลของการพัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยองค์ประกอบ 5 ด้าน 1) การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ครูที่ปรึกษาจัดทำระเบียนสะสม มีการบันทึกและรายงานผลครบทุกชั้นเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 2) การคัดกรองนักเรียน โดยใช้แบบประเมิน SDQ แยกเป็น กลุ่มปกติ คิดเป็นร้อยละ 80.53 กลุ่มเสี่ยง คิดเป็นร้อยละ 9.12 และกลุ่มมีปัญหา คิดเป็นร้อยละ 10.35 3) นักเรียนได้รับการส่งเสริมพัฒนาและมีคุณภาพดี คิดเป็นร้อยละ 80.35 4) การป้องกันแก้ไขปัญหานักเรียนได้รับการพัฒนาช่วยเหลือตรงตามสภาพปัญหา คิดเป็นร้อยละ 86.44 ส่วนร้อยละ 13.56 ที่โรงเรียนยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เป็นนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบางสาระการเรียนรู้ต่ำซึ่งทางโรงเรียนกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และ 5) การส่งต่อนักเรียนที่มีพฤติกรรมยากต่อการช่วยเหลือในชั้นเรียน ส่งต่อไปยังงานแนะแนวของโรงเรียนตามลำดับ ทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 100.00 จึงไม่มีการส่งต่อนักเรียนไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก
29 เม.ย. 2557 เวลา 21:58 น. 0 1,042
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^