LASTEST NEWS

15 มิ.ย. 2567เปิดสถิติสอบครูผู้ช่วย สังกัดสพฐ. ปี พ.ศ.2567 15 มิ.ย. 2567(( รวมลิงก์ )) ประกาศรายชื่อรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก และ ภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2567 ทุกจังหวัด ทุกเขตพื้นที่ฯ ทั่วประเทศ 15 มิ.ย. 2567สพม.สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประกาศรายชื่อรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก และ ภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2567 15 มิ.ย. 2567(( รวมลิงก์ )) ประกาศรายชื่อรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก และ ภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2567 ทุกจังหวัด ทุกเขตพื้นที่ฯ ทั่วประเทศ 15 มิ.ย. 2567สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศรายชื่อรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก และ ภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2567 15 มิ.ย. 2567สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 2 ประกาศรายชื่อรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก และ ภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2567 14 มิ.ย. 2567สพม.เพชรบุรี ประกาศรายชื่อรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก และ ภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2567 14 มิ.ย. 2567สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 1​​​​​​​ ประกาศรายชื่อรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก และ ภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2567 14 มิ.ย. 2567สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 ประกาศรายชื่อรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก และ ภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2567 14 มิ.ย. 2567สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3 ประกาศรายชื่อรายชื่อผู้ผ่าน ภาค ก และ ภาค ข เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ค ตำแหน่งครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2567

รายงานการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน

usericon

เรื่องที่วิจัย : รายงานการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน
เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

ผู้วิจัย : นางไอนี สุระกำแหง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนบ้านตะโละใส
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

ปีที่วิจัย : ปีการศึกษา ๒๕๖๓

บทคัดย่อ

     การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะ การอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีวัตถุประสงค์ ๑)เพื่อใช้วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีประสิทธิภาพให้เป็นไปตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ๒) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ โรงเรียนบ้านตะโละใส สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล จำนวน ๓๐ คน เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย คือ เรื่อง สระเสียงยาว (สระ อา อี อู เอ แอ อือ โอ ใอ ไอ) โดยจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๑๑ แผน ระยะเวลาที่ทำการวิจัย ใช้เวลา ๒๐ ชั่วโมง ซึ่งรวมการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ทำการวิจัยในเวลาเรียนปกติ ในปีการศึกษา ๒๕๖๓ สัปดาห์ละ ๑ - ๒ ชั่วโมง ตัวแปรที่วิจัยได้แก่ ๑) ตัวแปรต้น คือ วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เรื่อง สระเสียงยาว (สระ อา อี อู เอ แอ อือ โอ ใอ ไอ) ๒) ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่า ร้อยละ (% ) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( ) และทดสอบค่าที ( t-test)
ผลการวิจัยพบว่า ๑) ผลการหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านตะโละใส เรื่อง สระเสียงยาว (สระ อา อี อู เอ แอ อือ โอ ใอ ไอ) มีประสิทธิภาพ (E_(1 )/ E_2) เท่ากับ ๘๐.๑๑ / ๘๒.๓๓ สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ๘๐ / ๘๐ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ ๒) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านตะโละใส จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง สระเสียงยาว (สระ อา อี อู เอ แอ อือ โอ ใอ ไอ) โดยก่อนเรียนได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๑๖.๓๐ จากคะแนนเต็ม ๓๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๕๔.๔๔ และหลังเรียน ได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๒๔.๗๐ จากคะแนนเต็ม ๓๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๓๓ ค่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน มีค่าการพัฒนาตั้งแต่ ๒ – ๒๒ คะแนน เมื่อรวมคะแนนความแตกต่างก่อนและหลังเรียน พบว่า มีค่าความแตกต่างเท่ากับ ๘.๓๗ คะแนน และได้ค่าผลรวมของค่าความแตกต่างแต่ละตัวยกกำลังสองเท่ากับ ๑๐๕.๓๗ คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑โรงเรียนบ้านตะโละใส เรื่อง สระเสียงยาว (สระ อา อี อู เอ แอ อือ โอ ใอ ไอ) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .๐๕ เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้




ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^