LASTEST NEWS

25 ก.พ. 2567กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 134 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้ - 13 มี.ค.2567 25 ก.พ. 2567โรงเรียนชุมชนวัดเขาไม้แก้ว รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา เงินเดือน 15,000.-บาท ตั้งแต่วันที่ 4 - 7 มีนาคม 2567  25 ก.พ. 2567โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ อดิศรศึกษา รับสมัครครูอัตราจ้าง 5 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้ - วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2567  25 ก.พ. 2567มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 10 อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 22,500 บาท สมัครตั้งแต่บัดนี้ - 29 กุมภาพันธ์ 2567 25 ก.พ. 2567“คุรุสภา” เปิดแผนพฤติกรรมครูที่ควรและไม่ควรปฏิบัติต่อเด็ก 24 ก.พ. 2567สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสระแก้ว รับสมัครพนักงานราชการครู 3 อัตรา เงินเดือน 18,000.- บาท ตั้งแต่ 4 - 8 มีนาคม 2567 24 ก.พ. 2567สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดพัทลุง รับสมัครพนักงานราชการทั่วไป 7 อัตรา ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 - 5 มีนาคม 2567 23 ก.พ. 2567โรงเรียน อินเตอร์คิดส์ รับสมัคร ผู้ประสานงานครูต่างชาติ​ เงินเดือน 20,000 - 30,000 บาท 22 ก.พ. 2567โรงเรียนชำฆ้อพิทยาคม รับสมัครครูขั้นวิกฤต เงินเดือน 15,000.-บาท ตั้งแต่วันที่ 19 - 26 กุมภาพันธ์ 2567  22 ก.พ. 2567เทศบาลเมืองมาบตาพุด รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกปฐมวัย 4 อัตรา เงินเดือน 15,000 - 15,800.- บาท

นางจรรยารักษ์ พลเหลา

usericon

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการ เทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ชื่อผู้ศึกษา จรรยารักษ์ พลเหลา
ปีการศึกษา 2564
บทคัดย่อ
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการ เทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นการวิจัยที่มีลักษณะเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research Develop) วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมสะเต็ม ศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนจากการใช้ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่า มอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ครูผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครอง ที่มีต่อการจัดกิจกรรมโดยใช้ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการ เทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด” จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโตนดพิทยาคม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564จำนวน 2 ห้องเรียน นักเรียนจำนวน 28 คน คือ มัธยมศึกษาปีที่ 2/1 จำนวน 15คน และมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 จำนวน 13 คน และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 จำนวน 15 คน ซึ่งผู้วิจัยรับผิดชอบสอน โดยวิธีการคัดเลือกแบบ จากนักเรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน ที่กำหนดไว้ การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) สำหรับกลุ่มเป้าหมายของ การศึกษาความพึงพอใจ ที่ได้รับการตอบสนองความต้องการตามวัตถุประสงค์ของการศึกษาที่เกิดผล ต่อคุณภาพการศึกษาทั้ง 4 ด้าน คือ ผู้เรียน ครูผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครอง เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการ
เทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด” จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยี เรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด” จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อ พัฒนากระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจ สิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 4)แบบสอบถามความพึงพอใจ ของนักเรียน ครูผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
สรุปผลการวิจัย
1. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยี เรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า คะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนา กระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มี ต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้ง 4 ชุด มีค่าเท่ากับ 142.84 จากคะแนนเต็ม 162 คะแนน นำมาหาค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (Ε1) คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 88.17 และค่าเฉลี่ย หลังเรียนจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการ เทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เท่ากับ 25.73 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน โดยคิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 85.77 ซึ่งมีค่าเท่ากับประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (Ε2) ดังนั้น ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมสะเต็ม ศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเท่ากับ 88.17/85.77 เกณฑ์ มาตรฐานที่กำหนด Ε1/Ε2คือ 80/80 แสดงว่า ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการ เทคโนโลยี เรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด” จากเปเปอร์มาเช่ สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตามสมมติฐานข้อ 1
2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างก่อน เรียนและหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่อง ข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยภาพรวมคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 21.31 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 25.37 คะแนนเฉลี่ยความก้าวหน้าเท่ากับ 4.60 คะแนน และร้อยละของความก้าวหน้าเท่ากับ 15.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ ต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย ร้อยละ 25 ของคะแนนเต็ม เมื่อพิจารณา เป็นรายบุคคล พบว่า นักเรียนได้คะแนนเพิ่มขึ้นทุกคน มีคะแนนความก้าวหน้าตั้งแต่ 2 ถึง 8 แสดงว่า

นักเรียนที่เรียนจากชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อย ฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพรใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นจริง เมื่อนำคะแนนมาเปรียบเทียบผลต่างระหว่างคะแนนก่อนเรียน และ หลังเรียนโดยใช้ t – test พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นจริง เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตาม สมมติฐานข้อ 2
3. การศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียน ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดย ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์ มาเช่สมุนไพร ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่าความ พึงพอใจของผู้เรียน ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมสะ เต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด” จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพร ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจ
มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (Χ-bar) เท่ากับ 4.68 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ0.19 แสดงว่า นักเรียน ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ ชุดกิจกรรม สะเต็มศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการเทคโนโลยีเรื่อง “กล่องข้าวน้อยฆ่ามอด”จากเปเปอร์มาเช่สมุนไพร ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่นักเรียนสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้
ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตชีวิตประจำวันได้จริง และสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อย่าง เชิงประจักษ์ สามารถสร้างชิ้นงานจากการจัดการกับกระดาษเหลือใช้อย่างถูกต้อง มีความสนใจเรียนการ งานอาชีพและเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น และทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 3 ที่กำหนดไว้

Title : The development of learning activities using STEM education activity to develop the process technology "The Little Lunch Box Killing Moth" from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students.
The Author : Janyarak Phollao
Academic Year : 2021
Abstract
The development of learning activities using STEM education activity to develop the process technology "The Little Lunch Box Killing Moth" from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students are researches that look like research and development. The purpose of the research is to establish and determine the effectiveness of learning activities using STEM education activity to develop the process technology "The Little Lunch Box Killing Moth" from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students. To compare their academic achievements from the use of a set of STEM education activities to develop the process technology on "Little Lunch Box Killing Moth" from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students, before and after to study. And to study the satisfaction of students and teachers educational institution administrators and parents who are involved in organizing activities using a set of STEM education activities to develop technology processes "The Little Lunch Box Killing Moth" from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students. The Population and samples used in the research is secondary 2 students,Tanot Pittayakom School, Non Sung District, Nakhon Ratchasima Province Office of Religious and Cultural Studies Nakhon Ratchasima Provincial Administrative Organization, Semester 2, Academic Year 2021, 2 classrooms , 28 students. The sample used in this study were 15 students in grade 2/1, people whom the researcher is responsible for teaching by the selection method from students whose grades are below the specified standards Simple random sampling for the target

group of the satisfaction study. That have been met the needs according to the objectives of education that affect the quality of education in all four aspectsnamely learners, teachers, school administrators, and parents. Research Tools 1) Plans for learning activities using Set of STEM activitiesto develop processes technology “The Little Lunch Box Killing Moth” from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students. 2) Set of STEM activities to develop technological processes. 3) Achievement Test in a series of STEM education activities to develop technology processes “The Little Rice Box Kills the Moth” from Paper Marche, herb that cares about the environment on the achievements of secondary 2 students. And 4) questionnaire satisfactionof students, teachers, school administrators and parents of secondary 2 students. The research findings were as follows:
1. Performance of A set of STEM education activities to develop technology processes “The Little Lunch Box Killing Moth” from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students found that the average score during learning all 4 sets are equal to 142.84 From the full score of 162 points, it was taken to find the efficiency of the process (Ε1) an average of 88.17 percent, and the mean after learning equal to 25.73 out of a full score of 30, average percentage 85.77, which is equal to the efficiency of the result (Ε2), efficiency request set of activities for STEM education to develop technological processes “The Little Rice Box Kills the Moth” from Paper Marche, herb that cares about the environment on the achievements of secondary 2 students. And 4) questionnaire satisfactionof students, teachers, school administrators and parents of secondary 2 students is equal to 88.17/85.77,specified standardsΕ1/Ε2was 80/80, indicating that the set of STEM education activities to develop technology processes “The Little Lunch Box Killing Moth” from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students was effective. It is in accordance with the criteria specified in the assumption 1.
2. Comparison of learning activities using STEM education activity to develop the process technology "The Little Lunch Box Killing Moth" from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students.
The average score before study is equal 21.31 and the average score after study is equal to 25.37. The average score of progress was 4.60 points and the percentage of progress was 15.33, which was higher than the required criterion, which must be increased by at least 25% of the full score. Have a progression score from 2 to 8 show that students who learn from the STEM education activity to develop the process technology "The Little Lunch Box Killing Moth" from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students. They actually have higher academic achievements when the scores were compared with the differences between the pre-learning scores and after learning by using t - test, it was found that learning achievement after studying significantly higher than before statistically significant at the .05 level, students actually have higher academic achievement. It meets the criteria specified according to the assumption 2.
3. The study of the satisfaction of learners, teachers, administrators and parents toward learningactivities using STEM education activity to develop the process technology "The Little Lunch Box Killing Moth" from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards Achievements of Secondary 2 students. It was found that at the most satisfactory level mean ( Χ-bar) is equal to 4.68 and the standard deviation (S.D.) was 0.19 indicating that students, teachers, administrators and parents are satisfied with the activities learning using STEM education activity to develop the process technology "The Little Lunch Box Killing Moth" from Paper Marche, Herbs that care about the environment towards achievements of secondary 2 students can apply what they have learned to solve real problems in everyday life, and able to solve environmental problems in the community empirically able to create workpieces by properly handling waste paper, interested in studying career and more technology and increase academic achievement, according to the hypothesis No. 3.
janyarak2131 23 ก.พ. 2566 เวลา 15:16 น. 0 205
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^