LASTEST NEWS

28 ก.ย. 2565ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว5734 เรื่อง การจัดสรรอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 (เพิ่มเติม) 27 ก.ย. 2565“ตรีนุช”ลงนามคำสั่ง คปภ.แต่งตั้ง 29 อกศจ. 27 ก.ย. 2565“ตรีนุช” แสดงจุดยืนห้ามมีกัญชาใน รร. !!! วอนผู้ปกครอง-ชุมชนช่วยเฝ้าระวังลูกหลาน 27 ก.ย. 2565โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ รับสมัครครูอัตราจ้าง 6 อัตรา เงินเดือน 15,000.- บาท ตั้งแต่บัดนี้-12 ต.ค.2565 27 ก.ย. 2565สำนักงาน ก.พ. รับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ 16 อัตรา เงินเดือน 17,500-19,250 บาท 27 ก.ย. 2565ครม.เห็นชอบแนวทางการปฏิบัติราชการที่รองรับชีวิตและการทำงานวิถีใหม่ 27 ก.ย. 2565สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2 เผยอัตรารับย้ายครู/บรรจุ และสอบกรณีพิเศษ รวม 78 อัตรา 27 ก.ย. 2565ก.ค.ศ.ประชุมปรับปรุงระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูฯ พ.ศ.2550 27 ก.ย. 2565สอศ.เปิดสอบพนักงานราชการครู 50 อัตรา วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 18,000.-บาท (รับทั่วประเทศ) 27 ก.ย. 2565โรงเรียนป่าซาง รับสมัครครูอัตราจ้าง และลูกจ้างชั่วคราว 7 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้-27 กันยายน 2565

รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน

usericon

ชื่อเรื่อง        รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน
        โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่
ผู้วิจัย        ว่าที่ ร.ต. วรภัทร วงษ์ปัตตา
ปีที่วิจัย        ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ

     การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาสภาพ ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คนและบุคลากรผู้เกี่ยวข้องในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ จำนวน 18 คน 2) สร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โดยการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน และตรวจสอบความตรงของรูปแบบ โดยการจัดประชาพิจารณ์จากผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 52 คน 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โดยการจัดประชุมสรุปผลการทดลองใช้รูปแบบและเก็บข้อมูลโดยการตอบแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 108 คน และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ โดยใช้แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 3 ฉบับ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน รวมจำนวน 117 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ พบว่า มีความตรงและความเหมาะสมมาก โดยประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 การส่งเสริมภาวะผู้นำ ประกอบด้วย 1) ด้านการเรียนการสอน2) ด้านการเปลี่ยนแปลง 3) ด้านส่งเสริมคุณธรรม 4) ด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วม5) ด้านการบริหารจัดการ และ 6) ด้านความเท่าทันสถานการณ์ องค์ประกอบที่ 2 กระบวนการจัดการความรู้ ประกอบด้วย 1) การกำหนดความรู้ที่ต้องการใช้ 2) การเสาะหาและยึดกุมความรู้ 3) การสร้างความรู้ 4) การกลั่นกรองความรู้ 5) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ 6) การประยุกต์ใช้ความรู้ องค์ประกอบที่ 3 การสนับสนุนส่งเสริมความเข้มแข็งในการดำเนินงาน ประกอบด้วย 1) การพัฒนาศักยภาพครู 2) การนิเทศภายในเต็มรูปแบบ 3) การมีส่วนร่วมในการทำงานทุกขั้นตอน 4) การสร้างทีมงานและเครือข่าย 5) การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้วยเทคโนโลยี และ 6) การส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด องค์ประกอบที่ 4 การดำเนินงานพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน ประกอบด้วย 1) การดำเนินงานพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียนระดับโรงเรียน ได้แก่ การวางแผนและพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการหลักสูตร การประเมินหลักสูตร และการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน และ 2) การดำเนินงานพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียนระดับชั้นเรียน ได้แก่ การออกแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การนิเทศและการประเมินผลการเรียนรู้ และการพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน และองค์ประกอบที่ 5 เป้าหมายความสำเร็จ ประกอบด้วย 1) ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน 2) คุณภาพนักเรียนตามมาตรฐานสถานศึกษาและผลการทดสอบระดับชาติ และ 3) ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องที่มีต่อการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการนักเรียนของโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่
    2. ผลการประเมินการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ พบว่า
         2.1 ผลการประเมินการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ในภาพรวมทั้ง 5 องค์ประกอบ พบว่า มีผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยองค์ประกอบที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด ได้แก่ องค์ประกอบที่ 5 เป้าหมายความสำเร็จ รองลงมา ได้แก่ องค์ประกอบที่ 4 การดำเนินงานพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน และองค์ประกอบที่ 3 การสนับสนุนส่งเสริมความเข้มแข็งในการดำเนินงาน ตามลำดับ โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด ลำดับต่อมา ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 การส่งเสริมภาวะผู้นำ และองค์ประกอบที่ 2 กระบวนการจัดการความรู้ ตามลำดับ โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมาก
        2.2 ผลการประเมินการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ในองค์ประกอบที่ 1 การส่งเสริมภาวะผู้นำ พบว่า มีผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยรายการที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด ได้แก่ ผู้บริหารและครูสืบเสาะหาความรู้ใหม่และใช้นวัตกรรมที่เท่าทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ผู้บริหารและครูปฏิบัติงานโดยการทำงานเป็นทีม โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด
        2.3 ผลการประเมินการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ใน องค์ประกอบที่ 2 กระบวนการจัดการความรู้ พบว่า มีผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยรายการที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด ได้แก่ บุคลากรในโรงเรียนตระหนักในการใชแหลงความรูทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนในการเขาถึงความรู โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ บุคลากรในโรงเรียนกิดความคิดสรางสรรคเมื่อมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูที่กอใหเกิดความรูใหมๆ ขึ้น โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด
        2.4 ผลการประเมินการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ใน องค์ประกอบที่ 3 การสนับสนุนส่งเสริมความเข้มแข็งในการดำเนินงาน พบว่า มีผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยรายการที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด ได้แก่ บุคลากรในโรงเรียนได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะในการปฏิบัติงานในโรงเรียนและการจัดการเรียนรู้ โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ บุคลากรในโรงเรียนได้รับการอบรมพัฒนาทักษะด้านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีข้อมูลสารสนเทศในด้านต่างๆ โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด
        2.5 ผลการประเมินการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ใน องค์ประกอบที่ 4 การดำเนินงานพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน พบว่า มีผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยรายการที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด ได้แก่ โรงเรียนออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ โรงเรียนจัดทำหลักสูตร จัดการเรียนรู้และประเมินผล คุณภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด
        2.6 ผลการประเมินการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ในองค์ประกอบที่ 5 เป้าหมายความสำเร็จ ด้านทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน พบว่า มีผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยรายการที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด ได้แก่ นักเรียนมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและรู้แหล่งในการเรียนรู้ที่ตนต้องการ โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสื่อสารสารสนเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายอย่างมีประสิทธิผล โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด
        2.7 ผลการประเมินการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ในองค์ประกอบที่ 5 เป้าหมายความสำเร็จ ด้านคุณภาพนักเรียนตามมาตรฐานสถานศึกษาและการทดสอบระดับชาติพบว่า มีผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยรายการที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด ได้แก่ นักเรียนมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม จากการเรียนรู้ผ่านโครงการ โครงงาน ผ่านการออกแบบชิ้นงานและสร้างผลผลิต โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ นักเรียนมีความสามารถในใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน อย่างสร้างสรรค์และมีคุณธรรม โดยมีค่าเฉลี่ยผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด
        2.8 ผลการประเมินการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ในองค์ประกอบที่ 5 เป้าหมายความสำเร็จ ด้านความพึงพอใจต่อการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของนักเรียน พบว่า มีผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการดำเนินงานสูงสุดอยู่ในระดับมากที่สุดทุกรายการ โดยรายการที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด ได้แก่ โรงเรียนจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพทางวิชาการนักเรียนได้หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพโรงเรียนและท้องถิ่น รองลงมา ได้แก่ นักเรียนได้รับการส่งเสริมสนับสนุนในการแสวงหาความรู้และสร้างองค์ความรู้ด้วยวิธีการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
f2521bigboss 15 ก.ค. 2565 เวลา 20:31 น. 0 1,028
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^