LASTEST NEWS

04 ธ.ค. 2559สำนักงาน กศน. เปิดสอบพนักงานราชการ 15 อัตรา 04 ธ.ค. 2559วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000บาท กรมขนส่งทางบก เปิดสอบพนักงานราชการ 04 ธ.ค. 2559รับเยอะ 40 อัตรา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัครออนไลน์ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 04 ธ.ค. 2559สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการครู 13 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-28ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ด่วน! การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบเข้าทำงาน 23 อัตรา วุฒิม.3 ขึ้นไป สมัคร 6-15ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ไม่ต้องผ่านภาค ก 11 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา/ป.ตรีทุกสาขา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบ 03 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา สมัคร 1-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559สพป.นครนายก เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร 5-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ

ปลูกเพกาในวงบ่อ - ทิศทางเกษตร

  • 18 ส.ค. 2557 เวลา 20:27 น.
  • 1,925 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ปลูกเพกาในวงบ่อ - ทิศทางเกษตร

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

นางบังอร ไชยเสนา เกษตรกรบ้านน้อยจอมศรี ตำบลฮางโฮง อำเภอเมืองสกลนคร เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่พลิกผันชีวิตจากไม่มีกินสู่มีกินมีใช้เหลือเก็บเป็นทุน สำรองแก่ครอบครัวในปัจจุบัน
 
นางบังอร ไชยเสนา เกษตรกรบ้านน้อยจอมศรี ตำบลฮางโฮง อำเภอเมืองสกลนคร เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่พลิกผันชีวิตจากไม่มีกินสู่มีกินมีใช้เหลือเก็บเป็นทุน สำรองแก่ครอบครัวในปัจจุบัน
 
เดิมเช่าที่ทำนา จำนวน 10 ไร่ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะต้นทุนสูง ขณะที่ข้าวขายไม่ได้ราคา ก็เลิกล้มการทำนาหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเด่ียว ก็เช่นเดิมผลผลิตไม่ดี ขณะที่ต้นทุนสูง ในที่สุดก็ต้องเป็นหนี้ 
 
หลังจากเข้าศึกษาดูงานและอบรมที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร ก็นำความรู้มาทำในพื้นที่  โดยทำการเกษตรแบบผสมผสานปลูกพืชแบบหลากหลายชนิดที่กินได้ และพอจะขายได้ ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ เช่น กบ ปลา เป็ด ไก่ จนเริ่มมีรายได้ผ่านไป 5 ปี สามารถเก็บเงินซื้อที่เป็นของตนเองจำนวน 5 ไร่ 
 
แต่เนื่องจากสภาพดินไม่ดีจึงต้องปลูกพืชทุกชนิดในรูปแบบวงบ่อ ตามที่ได้ไปเรียนรู้มาจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร  และหนึ่งในจำนวนพืชที่ปลูกก็มีเพกาที่ปลูกได้และให้ผลผลิตดี โดยปลูกผสมผสานกับต้นไม้ชนิดอื่น จำนวน 50 กว่าต้น ปัจจุบันสามารถเก็บฝักได้ทุกวันส่งขายในตลาดเมืองสกลนคร
 
นางบังอรเล่าให้ฟังถึงวิธีการปลูกเพกาในวงบ่อว่า  จะใช้ดินผสมปุ๋ยคอกใส่ในวงบ่อชั้นที่ 1 ตามด้วยเศษฟางข้าวเศษหญ้าแห้ง ทับด้วยปุ๋ยคอกผสมขี้เถ้าแกลบ และทับบนอีกชั้นด้วยดินผสมปุ๋ยคอก จากนั้นขุดเป็นหลุมในวงบ่อลึก 50x50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกต่อหลุมต่อต้น โดยคลุกเคล้ากับดินผสมด้วยเศษฟางหรือเศษใบไม้ด้วยก็ได้จะทำให้ต้นเพกาโตเร็วขึ้น จากนั้นนำต้นพันธุ์ที่ผ่านการเพาะแล้ว อายุประมาณ 2 เดือน ลงหลุมปลูก กลบดิน รดน้ำ แต่อย่าให้แฉะจนเกินไป เพราะต้นเพกาไม่ค่อยชอบน้ำ หลังปลูก 15 วัน ใส่ปุ๋ยคอกโดยโรยรอบทรงพุ่ม ครบ 30 วัน ใส่อีกครั้งในอัตราเท่าเดิมดูแลรดน้ำตามปกติ ถ้าปลูกแบบต้นที่เพาะจากกิ่งชำ ประมาณ 4-5 เดือน จะเริ่มออกดอก แต่ถ้าปลูกแบบต้นที่เพาะด้วยเมล็ด ใช้เวลาประมาณ 1 ปี จะเริ่มออกดอก หลังจากที่เพกาออกดอกประมาณ 20-30 วัน จะเริ่มติดฝัก ระยะเวลา 1 ปี สามารถเก็บ      ฝักได้ประมาณ 2-3 รุ่น แล้วแต่ความสมบูรณ์ ของต้น
 
“ทุกวันนี้ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายประจำวันของลูกในการไปโรงเรียนก็ได้จากเพกาทั้งหมด โดยในช่วงเย็นหลังจากเลิกเรียน ลูกจะเก็บฝักเพกาไปขายให้กับแม่ค้าในตลาดที่เมืองสกลนคร ทุกวัน ก็ได้เงินมาทุกวันลูกจึงไม่อดมีกินมีเงินไปโรงเรียนและมีเงินเก็บเป็นค่าเล่าเรียนอย่างไม่ขัดสน” นางบังอร กล่าว
 
สำหรับเพกานั้นเป็นไม้ต้น สูง 3-12 เมตร แตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายยอดก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝักรูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในเมล็ดแบน สีขาว เพกายอดอ่อนและฝักอ่อนมีรสขม นิยมเผาหรือลวกสุก จะทำให้มีความขมลดลง เผาแล้วขูดเอาผิวออกให้หมด กินกับน้ำพริกต่าง ๆ เมล็ดเพกาเป็นส่วนประกอบในน้ำจับเลี้ยงที่ชาวจีนนิยมดื่ม ผลเพกามีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา เหมาะกับคนที่ขาดวิตามินเอ และมีเส้นใยอาหารมาก ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ทั้งเส้นใยยังช่วยลดการดูดซึมไขมันและน้ำตาลเข้าสู่กระแสโลหิตด้วย เมล็ดใช้เป็นยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ โดยต้มเมล็ดหนึ่งกำมือกับน้ำ 300 ซีซี จนเดือดให้เนื้อยาออกมา จากนั้นนำไปดื่มวันละ 3 ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 5-7 วัน ฝักอ่อน ช่วยขับลมในท้อง ขับเสมหะ บำรุงร่างกาย เปลือกและต้น แก้ท้องร่วง ร้อนใน สมานแผลลดการอักเสบ ลดอาการแพ้ บำรุงเลือด ขับเสมหะด้วย และยังเป็นส่วนผสมของยาสมุนไพรแก้เบาหวาน แก้ริดสีดวงทวารอีกด้วย
 
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเพกาจึงเป็นที่นิยมของผู้คนในการบริโภคขณะนี้ อันเป็นผลให้สามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน.
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ปลูกเพกาในวงบ่อ - ทิศทางเกษตร

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^