LASTEST NEWS

19 ม.ค. 2563โรงเรียนท่ากุญชร รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคณิตศาสตร์ สมัคร 22-28 มกราคม 2563 ไม่เว้นวันหยุดราชการ 19 ม.ค. 2563โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี รับสมัครพนักงาน 131 อัตรา 18 ม.ค. 2563โรงเรียนบ้านร้านหญ้า รับสมัครครูอัตราจ้าง ไม่จำกัดสาขาวิชาเอก (รับทุกสาขาวิชา) สมัครถึง 20 ม.ค.2563 18 ม.ค. 2563โรงเรียนสองแคววิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคอมพิวเตอร์ มีประกันสังคม และมีบ้านพักครูให้อยู่ฟรี 18 ม.ค. 2563มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดรับสมัครเรียน ป.บัณฑิตวิชาชีพครู รับสมัครวุฒิป.ตรีทุกสาขา กรอกใบสมัครออนไลน์ 18 ม.ค. 2563ล่าสุด! สำนักงาน ก.พ. เปิดสอบภาค ก. รอบทั่วไป ประจำปี 2563 สมัครทางอินเทอร์เน็ต กุมภาพันธ์2563นี้ 18 ม.ค. 2563กรมอนามัย เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 16 อัตรา 16 อัตรา สมัคร 20 - 24 มกราคม 2563 17 ม.ค. 2563โรงเรียนซับสมบูรณ์วิทยาคม รับสมัครครูผู้ทรงคุณค่า เงินเดือน 17,000.- บาท 17 ม.ค. 2563ช่วงนี้เป็นช่วงที่ ป.โท ของแต่ละมหาวิทยาลัย เริ่มทยอยเปิดรับสมัครกันแล้วนะคะ  17 ม.ค. 2563“สมศ.” สะกิดครูยุคใหม่ต้องเป็น “ไลฟ์โค้ช”

รายงานการพัฒนาสื่อประสม เรื่อง ธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร

usericon

รายงานการพัฒนาสื่อประสม เรื่อง ธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร
[center]
บทคัดย่อ
[/center]
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาประสิทธิภาพของสื่อประสม เรื่องธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร์สารสนเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยสื่อประสม เรื่องธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร์สารสนเทศ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อสื่อประสมเรื่อง ธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร์สารสนเทศ
        กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบริบูรณ์ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 8 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง
        เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ คือ 1) สื่อประสมเรื่อง ธุรกิจการประกอบอาชีพและคอมพิวเตอร์สารสนเทศ 2) แบบทดสอบจำนวน 30 ข้อ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อประสม
        การหาประสิทธิภาพของสื่อประสมมี 3 ขั้นตอนคือ การทดลองแบบหนึ่งต่อหนึ่ง จำนวน 3 คน ทดลองแบบกลุ่มเล็ก จำนวน 7 คน และทดลองแบบภาคสนามกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 8 คน
        ผลการศึกษา พบว่า 1) การหาประสิทธิภาพของสื่อประสม ได้ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เท่ากับ 0.54 และค่าประสิทธิภาพ (E1/ E2) ของสื่อประสม เท่ากับ 82.22/82.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 2)     ผลการเปรียบเทียบคะแนนทดสอบหลังเรียนและคะแนนทดสอบก่อนเรียน พบว่า คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อสื่อประสม ค่าเฉลี่ย 4.54 ซึ่งอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเฉลี่ย 0.52 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ผู้เรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คือ ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับแบบทดสอบ ค่าเฉลี่ย 4.88 ความสอดคล้องของภาพและเนื้อหา ความน่าสนใจของบทเรียน ค่าเฉลี่ย 4.75 ความสอดคล้องของสัญลักษณ์ที่ใช้ในบทเรียน ความเหมาะสมของการจัดเนื้อหาบทเรียน ค่าเฉลี่ย 4.63 คำแนะนำการใช้บทเรียนเข้าใจง่ายและชัดเจน ความสอดคล้องการเชื่อมโยงในบทเรียน ค่าเฉลี่ย 4.50 ตามลำดับ
phuthaworn 13 ม.ค. 2557 เวลา 15:12 น. 0 527
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^