LASTEST NEWS

29 พ.ค. 2567สำนักงาน ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2567 ดูรายชื่อผู้สอบผ่านได้แล้ววันนี้!! 29 พ.ค. 2567“เพิ่มพูน” เผยยังไม่ได้ข้อยุติงบฯแจกแท็บเล็ต !!! รอสภาฯเคาะ 29 พ.ค. 2567ด่วน! ประกาศแล้ว !! เปิดสอบครูผู้ช่วย อาชีวะ (ว16) 2567 จำนวน 606 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 7-13 มิถุนายน 2567 ไม่เว้นวันหยุดราชการ 29 พ.ค. 2567ศธ. เดินหน้า เช่าไอแพด, แท็บเล็ต, โน๊ตบุ๊ก แจกนักเรียน – ครู 6 แสนเครื่อง ปี’68 29 พ.ค. 2567อาชีวะ เตรียมเปิดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย 606 อัตรา รับสมัครออนไลน์ 7-13 มิ.ย.2567 28 พ.ค. 2567ดัน ผอ.รร.เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ปราบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา 28 พ.ค. 2567ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว3216 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เรื่อง สำรวจตำแหน่งว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 28 พ.ค. 2567สพป.สระแก้ว เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 19,500 บาท ตั้งแต่ วันที่ 4-10 มิถุนายน 2567 (ไม่เว้นวันหยุดวันราชการ) 28 พ.ค. 2567“เพิ่มพูน” ฝากบอร์ดสทศ.ชุดใหม่คิดนอกกรอบ มุ่งเป้ายกระดับการทดสอบ 28 พ.ค. 2567ศธ.เตรียมตั้งผอ.รร.หรือผู้ได้รับมอบหมาย เป็นพนักงานจนท.ยึดบุหรี่ไฟฟ้า

การวิจัยและประเมินโครงการ (One Class One Product)

usericon

ชื่อเรื่อง                การวิจัยและประเมินโครงการ 1 ห้องเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ (One Class One Product)
                เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตและงานอาชีพ (Life and Career Skills) โดยใช้กระบวนการ
                มีส่วนร่วม โรงเรียนส้มป่อยพิทยาคม
ผู้วิจัย                 นายณัฐวุฒิ หารไชย
สถานศึกษา     โรงเรียนส้มป่อยพิทยาคม ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ
                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร
ปีการศึกษา            ภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565

บทคัดย่อ

    การวิจัยและประเมินโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อประเมินโครงการ 1 ห้องเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ (One Class One Product) โรงเรียนส้มป่อยพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร และ 2) เพื่อประเมินทักษะชีวิตและงานอาชีพ (Life and Career Skills) ของนักเรียนโรงเรียนส้มป่อยพิทยาคม 3) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงการ การวิจัยและประเมินโครงการครั้งนี้ใช้เทคนิคการประเมินแบบ CIPPIEST Model ตามแนวคิดของ Stufflebeam andShinkfield (2007) ประกอบด้วยการประเมินใน 8 ด้าน คือ ด้านสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) ด้านกระบวนการ (Process Evaluation) ด้านผลผลิต (Product Evaluation) ด้านผลกระทบ (Impact Evaluation) ด้านประสิทธิผล (Effectiveness Evaluation) ด้านความยั่งยืน (Sustainability Evaluation) และด้าน
การถ่ายทอดส่งต่อ (Transportability Evaluation) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 48 คน กลุ่มที่ 2 นักเรียนโรงเรียนส้มป่อยพิทยาคม จำนวน 460 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่ง
ชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) กลุ่มที่ 3 กลุ่มเป้าหมาย สำหรับการเก็บข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม (Focus group) ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) จำนวน 12 คน ซึ่งกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของทาโร ยามาเน (Yamane) ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยคือ ภาคเรียน
ที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 4 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามความคิดเห็นผู้บริหาร ครู
และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานใช้สอบถามย่อย 8 ด้าน คือ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า
ด้านกระบวนการ ด้านผลผลิต ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิผล ด้านความยั่งยืน และด้านการถ่ายทอดส่งต่อ จำนวน 60 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.21 – 0.82 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 ฉบับที่ 2 ประเมินทักษะชีวิตและงานอาชีพ (Life and Career Skills) ของนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 25 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.27 – 0.75 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.88 ฉบับที่ 3 แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการสำหรับนักเรียน
จำนวน 20 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.26 – 0.84 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.93 และฉบับที่ 4 แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม (Focus Group) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ
ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

    ผลการวิจัยพบว่า
        1. การวิจัยและประเมินโครงการ 1 ห้องเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ (One Class One Product) โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม โรงเรียนส้มป่อยพิทยาคม โดยใช้เทคนิคการประเมินแบบ CIPPIEST Model โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.55, S.D.= 0.61) ข้อที่มีระดับคุณภาพมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ด้านกระบวนการ (P: Process) อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.67, S.D.= 0.56) รองลงมาคือ ด้านผลผลิต (P: Product) อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.65, S.D.= 0.48) และด้านสภาวะแวดล้อม
(C: Context) อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.54, S.D.= 0.57) ส่วนข้อที่มีระดับคุณภาพน้อยที่สุด คือ ด้านการถ่ายโยงความรู้ (T: Transportability)อยู่ในระดับมาก ( = 4.35, S.D.= 0.72)
        2. ทักษะชีวิตและงานอาชีพ (Life and Career Skills) ของนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.56, S.D. = 0.62) และมีค่าเฉลี่ยรายด้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ด้านที่ 1 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.65, S.D. = 0.56) ด้านที่ 2
เป็นผู้มีความคิดริเริ่มและเป็นผู้นำ อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.61, S.D. = 0.62) ด้านที่ 3 ทักษะ
ทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.55, S.D. = 0.68) ด้านที่ 4
การเพิ่มผลผลิตและการรู้รับผิดชอบ อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.52, S.D. = 0.57) ด้านที่ 5
ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ อยู่ในระดับ มาก ( = 4.45, S.D. = 0.64)
        3. ผลการศึกษาข้อเสนอแนะ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการดำเนินงานโครงการ พบว่า โรงเรียนโรงเรียนส้มป่อยพิทยาคมมีการนำนโยบายไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ผ่านโครงการต่าง ๆ ของนักเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีกระบวนการคิดในการทำงานได้อย่างถูกต้อง
มีทักษะในการประกอบอาชีพเสริม เพิ่มรายได้แก่ตนเองและครอบครัวได้ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ “อยู่อย่างพอเพียง” มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ มีทักษะ
ในการเลือกตราสินค้าให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ รวมถึงมีทักษะชีวิตและงานอาชีพ (Life and Career Skills) โรงเรียนมีระบบการบริหารจัดการ ในการจัดการเรียนรู้การนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลโครงการ ผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) รวมถึง
การนำผลกาประเมินมาใช้ โดยผู้ปกครอง ชุมชนมีส่วนร่วม มีการเผยแพร่ผลการดำเนินงาน การยกย่องเชิดชูเกียรติ และเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคม ส่วนข้อจำกัด คือ บุคลากรมีจำนวนน้อย ทำงานหลายด้านในเวลาเดียวกัน ต้องการงบประมาณ วัสดุ สื่อ อุปกรณ์เพิ่มเติม ซึ่งแก้ปัญหาด้วยการใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อเสนอแนะในการพัฒนาคือ ควรส่งเสริมและบูรณาการการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community Based Learning) มีการสร้างเครือข่ายทางวิชาการ การทำ MOU
การสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน และการขยายผลและมีการสร้างขวัญและกำลังใจ การยกย่องเชิดชูเกียรติ เผยแพร่เกียรติคุณให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชนต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^