LASTEST NEWS

26 มิ.ย. 2565“ตรีนุช” ชี้นักเรียนยังจำเป็นต้องสวมแมส ​​​​​​​ 26 มิ.ย. 2565“ตรีนุช” เตรียมพร้อมรับกฎหมายแก้ไขคำสั่ง คสช.19/2560 ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของศธ. 26 มิ.ย. 2565ปลัดมหาดไทยย้ำ ชุดลูกเสือ-เนตรนารี เป็น ‘เครื่องแบบพระราชทาน’ สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศให้การช่วยเหลือเด็ก 26 มิ.ย. 2565ย้ำบริหารจัดการดีก็ไม่ต้องยุบ-ควบรวม โรงเรียนขนาดเล็ก 26 มิ.ย. 2565สหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงยุติธรรม รับสมัครสอบบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ เงินเดือน 35,330-58,080 บาท 26 มิ.ย. 2565โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี รับสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงานฝ่ายบริหารงานวิชาการ ที่ฟักฟรี! 26 มิ.ย. 2565ตัวอย่างใบรับรองผลการตรวจ ATK ด้วยตนเอง เพื่อยื่นใช้สอบรับราชการ บุคลากรฯ มาตรา 38ค.(2) 26 มิ.ย. 2565(เรียนจบครู แล้วบรรจุทันที) เปิดรับสมัครแล้ว! ทุนคุรุทายาท รุ่นที่ 20 รับวุฒิ ม.6/เทียบเท่า 26 มิ.ย. 2565โรงเรียนแสนทองวิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย ตั้งแต่ 22-28 มิ.ย.2565 26 มิ.ย. 2565โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา เงินเดือน 15,000.-บาท ตั้งแต่ 24-30 มิ.ย.2565

การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามโครงการ “บ้าน โรงเรียนและสังคม

usericon

ชื่อเรื่อง การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามโครงการ “บ้าน โรงเรียนและสังคม” ร่วมใจ
เพื่อพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนนครนายกวิทยาคม ประจำปีการศึกษา 2564 - 2565
ผู้ศึกษาค้นคว้า นายจิรศักดิ์ สมจิตต์
บทคัดย่อ
    การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามโครงการ “บ้าน โรงเรียนและสังคม” ร่วมใจ เพื่อพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนนครนายกวิทยาคม ประจำปี การศึกษา 2564 - 2565 กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนา คือ การดำเนินการพัฒนาใช้หลักการวิจัยปฏิบัติการ (Action Research) ดำเนินการเป็น 2 วงรอบ แต่ละวงรอบประกอบด้วย การวางแผน (Planning) การปฏิบัติ (Action) การสังเกต (Observation) และการสะท้อนผล (Reflection) กลยุทธ์ ที่ใช้ในการดำเนินการพัฒนา ได้แก่ การประชุมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ 1. ผู้บริหารโรงเรียนและครูโรงเรียนนครนายกวิทยาคม จำนวน 118 คน 2. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนครนายกวิทยาคม จำนวน 14 คน 3. นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนนครนายกวิทยาคม ประจำปีการศึกษา 2564 - 2565 จำนวน 335 คน 4. ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนนครนายกวิทยาคม ประจำปีการศึกษา 2564 - 2565 จำนวน 335 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบสำรวจ และนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าโดยวิธีการพรรณนา
ผลการดำเนินงานวงรอบที่ 1 โดยใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศ พบว่า กรอบงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามโครงการ “บ้าน โรงเรียนและสังคม” ร่วมใจ เพื่อพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนนครนายกวิทยาคม ประจำปีการศึกษา 2564 - 2565 ทั้ง 5 ด้านได้รับการพัฒนา ดังนี้
1. การจัดเก็บข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคลในระบบบริหารจัดการสารสนเทศโรงเรียน กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินงาน ระยะเวลา ในการจัดทำเป็นรายบุคคลชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถบันทึกข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนได้ สามารถกรอกข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียน เช่น ด้านการเรียน สุขภาพ ครอบครัว หรือการใช้สารเสพติด การพนัน หนีเรียน เป็นต้น มีความชัดเจนในการกรอกและบันทึกข้อมูล ดำเนินการให้นักเรียน ทุกคนมีข้อมูลประจำตัวนักเรียนเป็นรายบุคคลได้ครบ แต่ประสบปัญหาในด้านความรับผิดชอบในการบันทึกให้แล้วเสร็จในเวลาที่กำหนด ไม่สนใจศึกษาคู่มือ การจัดเก็บข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคลที่ย้ายเข้ามาใหม่ล่าช้า และไม่มีการบันทึกข้อมูลในระบบสารสนเทศที่เป็นปัจจุบัน
2. การคัดกรองนักเรียน กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติการการคัดกรองนักเรียนเป็นอย่างดี แต่ปัญหาเรื่องการขาดความร่วมมือจากชุมชน/ผู้ปกครองในการให้ความร่วมมือ ในการให้ข้อมูลของบุตรหลานจึงทำให้การแก้ปัญหาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นไปได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น
3. การส่งเสริมนักเรียน กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ ความเข้าใจในการส่งเสริมนักเรียนค่อนข้างดีจะมีเพียง บางส่วนเท่านั้นที่ขาดความเอาใจใส่ทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างไม่ราบรื่น เกิดอุปสรรค เช่น ขาดความต่อเนื่องในการจัดทำโครงการ รวมถึงเวลาในการที่จะจัดกิจกรรมในการส่งเสริมนักเรียน
4. การป้องกันและช่วยเหลือนักเรียน กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพเป็นอย่างดี แต่มีปัญหาเรื่องของการบันทึกตรวจแล้วไม่บันทึก ยังเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของ ครูที่ปรึกษาเพียงอย่างเดียว รวมถึงขาดความรู้ความเข้าใจในตัวนักเรียน ครูที่ปรึกษาหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรจะมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการให้การป้องกันและช่วยเหลือนักเรียน เช่น 1) มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของหลักจิตวิทยาของวัยรุ่น 2) ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ทั้งร่างกายและจิตใจ 3) กระบวนการและทักษะการปรึกษาเบื้องต้นที่สำคัญ ๆ คือ การสร้างสัมพันธภาพ การใช้คำถาม การรับฟังเนื้อหาและความรู้สึก ข้อพึงตะหนักในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของนักเรียนที่สำคัญคือ การรักษาความลับ เรื่องราวข้อมูลของนักเรียนที่ต้องช่วยเหลือแก้ไข อีกทั้งการแก้ไขปัญหาของนักเรียนต้องพิจารณาสาเหตุของปัญหาให้ครบถ้วน และหาวิธีการช่วยเหลือเหมาะสมกับสาเหตุนั้น ๆ
5. การส่งต่อนักเรียน มีทั้งการส่งต่อภายในและการส่งต่อภายนอก การส่งต่อภายในจะปฏิบัติเมื่อครูที่ปรึกษาพบว่าปัญหานั้นอยู่เกินในระดับของเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงอาจส่งต่อนักเรียนไปยังครูหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ดูแลช่วยเหลือนักเรียนต่อไป ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหา การส่งต่อภายนอกนั้น เมื่อมีการส่งนักเรียนต่อไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ การส่งต่อนักเรียนไปยังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้การช่วยเหลือนักเรียนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามโครงการ “บ้าน โรงเรียนและสังคม” ร่วมใจ เพื่อพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนนครนายกวิทยาคม ประจำปีการศึกษา 2564 - 2565 วงรอบที่ 1 ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารและครู และผู้ปกครอง มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า ผลการดำเนินงานโดยภาพรวมเหมาะสมอยู่ในระดับดี (x̄ = 3.25, S.D. = 0.73)
ผลการดำเนินงานวงรอบที่ 2 โดยใช้กลยุทธ์การนิเทศแบบกัลยาณมิตร เตรียมคู่มือการนิเทศตารางนิเทศ ปัญหาในกรอบของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนนครนายกวิทยาคมทั้ง 5 ด้านได้แก่ 1) การจัดเก็บข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคลในระบบบริหารจัดการสารสนเทศโรงเรียน 2) การคัดกรองนักเรียน 3) การส่งเสริมนักเรียน 4) การป้องกันและช่วยเหลือนักเรียน 5) การส่งต่อนักเรียนโดยให้ความรู้แนะนำให้คำปรึกษาหารือสร้างขวัญกำลังใจให้ศึกษาเอกสารสาธิตการปฏิบัติการในบางเรื่องให้ศึกษาดูงานเปรียบเทียบในชั้นเรียนที่จัดการในเรื่องที่ดำเนินการได้ดีแล้วพบว่ากรอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนนครนายกวิทยาคม ทั้ง 5 ด้านได้รับการพัฒนาดีขึ้น ดังนี้
1. การจัดเก็บข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคลในระบบบริหารจัดการสารสนเทศโรงเรียน กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานดียิ่งขึ้นสามารถจัดทำได้ครบทุกรายการและมีความถูกต้องเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด จากการสัมภาษณ์สามารถตอบคำถามในขั้นตอนวิธีการปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน
2. การคัดกรองนักเรียนพบว่า กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความตระหนักในปัญหาการคัดกรอง สังเกตได้จากการที่ ครูที่ปรึกษามีความระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ทำให้นักเรียนรับรู้ถึงความรู้สึกว่าตนเป็นกลุ่มที่เสี่ยง/มีปัญหา และมีความรู้สึกผิดแผกแตกต่างไปจากเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ดังนั้นครูที่ปรึกษาต้องเก็บผลการคัดกรองนักเรียนเป็นความลับ นอกจากนี้เมื่อครูที่ปรึกษามีการประสานงานกับผู้ปกครองเพื่อให้การคัดกรองนักเรียนได้ผลยิ่งขึ้น การสื่อสารก็ทำได้ดีขึ้นผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเป็นไปได้ด้วยดี
3. การส่งเสริมนักเรียนจากการสังเกตและสัมภาษณ์ พบว่า กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าบางรายมีความรู้ความเข้าใจต่อการส่งเสริมนักเรียนดีมากได้ดำเนินการทุก ๆ สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะใช้เวลาในชั่วโมงโฮมรูมให้ความรู้เกี่ยวกับด้านต่าง ๆ เช่น การรู้จักตนเองของนักเรียน การรู้จักผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม มีทักษะการตัดสินใจ ทักษะการปรับตัวและการวางแผนชีวิต เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้ครูและนักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมร่วมกันเป็นอย่างดี
4. การป้องกันและช่วยเหลือนักเรียนจากการสังเกตการสัมภาษณ์ พบว่า กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและช่วยเหลือนักเรียนเป็นอย่างดีจากการใช้แบบสังเกต แบบสำรวจรายการเป้าหมายจะดำเนินการป้องกันและช่วยเหลือนักเรียน และบันทึกในระบบบริหารจัดการสารสนเทศโรงเรียนรายบุคคลได้เป็นปัจจุบัน อีกทั้งให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการบันทึก
5. การส่งต่อเมื่อนักเรียนเกิดปัญหาจากการสังเกตการสัมภาษณ์ พบว่า กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า มีความรู้ความเข้าใจในการส่งต่อนักเรียนเป็นอย่างดีสามารถที่จะแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ กลุ่มเป้าหมายตระหนักในปัญหาการส่งต่อนักเรียนมาก เห็นได้จากการจัดปรับปรุงห้องแนะแนวให้มีบรรยากาศที่ดูสดใส และเป็นกันเอง ส่วนห้องพยาบาลมีการจัดหาเวชภัณฑ์อุปกรณ์ประจำห้องพยาบาล ปรับปรุงให้สะอาดเรียบร้อย จัดทำสถิติผู้ป่วยและเครื่องอำนวยความสะดวกในห้องพักรักษาพยาบาลพร้อมที่จะให้บริการได้ตลอดเวลา
การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามโครงการ “บ้าน โรงเรียนและสังคม” ร่วมใจ เพื่อพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนนครนายกวิทยาคม ประจำปีการศึกษา 2564 - 2565 วงรอบที่ 2 ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารโรงเรียนและครู และผู้ปกครองมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า ผลการดำเนินงานทั้งโดยภาพรวมเหมาะสมอยู่ในระดับดีมาก (x̄= 3.36, S.D. = 0.68)
จากการศึกษาค้นคว้าเป็นที่น่าสังเกตว่า ในการดำเนินการในวงจรโดยใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศ ปรากฏว่างานไม่สามารถดำเนินการไปได้ตามเป้าหมายเท่าที่ควร จึงได้ดำเนินการพัฒนาต่อในวงรอบที่ 2 โดยใช้กลยุทธ์การนิเทศ ทำให้ประสิทธิภาพของการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนมีมาตรฐานการสูงขึ้น




K.kwanjai2 22 มิ.ย. 2565 เวลา 09:49 น. 0 33
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^