LASTEST NEWS

22 ม.ค. 2564กศจ.เลย ขอใช้บัญชีครูผู้ช่วย กศจ.บึงกาฬ จำนวน 1 อัตรา - รายงานตัว 5 กุมภาพันธ์ 2564 22 ม.ค. 2564กศจ.พิษณุโลก ขอใช้บัญชีครูผู้ช่วย ของกศจ.อื่น 23 อัตรา - รายงานตัว 3 กุมภาพันธ์ 2564 22 ม.ค. 2564สพม.21 เปิดสอบพนักงานราชการครู 10 อัตรา ตั้งแต่วันที่ 8-16 กุมภาพันธ์ 2564  22 ม.ค. 2564ผู้ปกครองเฮ! สช.สั่งโรงเรียนเอกชน‘คืนค่าธรรมเนียม’ 11 รายการกรณีเรียนออนไลน์ 22 ม.ค. 2564โรงเรียนพุทธจักรวิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร 21-25 ม.ค.64 22 ม.ค. 2564โรงเรียนบ้านคลองบางไผ่ รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา เงินเดือน 15,000บาท สมัคร 21-26 มกราคม 2564 22 ม.ค. 2564วิชาชีพครู ไม่มีการปิดกั้นใครที่อยากเป็นครู...จบสาขาอื่น อยากสอบบรรจุเป็นครู ต้องทำอย่างไร? 21 ม.ค. 2564สพป.น่าน เขต 2 รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ เงินเดือน 15,000.- บาท สมัคร 18-24 ม.ค.2564 21 ม.ค. 2564“สพฐ.”ให้รร.รอฟังศบค.เตรียมพร้อมเปิดเทอม 1 ก.พ./ให้อิสระประเมิน-วัดผลแทนสอบ 21 ม.ค. 2564สพฐ. ขอความร่วมมือ รร.แข่งขันสูง เลี่ยงออกข้อสอบความรู้ตอนปลายของเทอม 2 เพราะโควิดส่งผลกระทบเรียนไม่เต็มที่

ผลการจัดประสบการณ์ โดยใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตสาตร์

usericon

ชื่อเรื่อง รายงานผลการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ สำหรับชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐาน
คณิตศาสตร์
ผู้วิจัย นางสาวเรือนแก้ว วรแสน
โรงเรียน    โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด
ปีการศึกษา    2561
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1) หาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ ตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้หลังจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์เพื่อพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ 3) ศึกษาความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ หลังจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ 3 และ 4) เปรียบเทียบความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์หลังจัดประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ และหาค่าดัชนีประสิทธิผลหลังจัดประสบการณ์ การวิจัยครั้งนี้ได้ทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย คือ เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด สังกัดกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 20 คน ซึ่งผู้วิจัยได้เลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ใช้วิธีการทดลองโดยการประเมินพัฒนา การทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ก่อนจัดประสบการณ์ จัดประสบการณ์เป็นหน่วยการเรียนรู้ จำนวน 50 แผนการจัดประสบการณ์ ซึ่งแผนการจัดประสบการณ์มีคุณภาพโดยรวมเท่ากับ ( x-bar = 4.89, S.D. = 0.15) มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด แบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ จำนวน 10 ชุด มีคุณภาพโดยรวมเท่ากับ ( x-bar = 4.82, S.D. = 0.31) มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด แบบประเมินพัฒนาการทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จำนวน 20 ข้อ ค่าความยากง่าย (p) ระหว่าง 0.40 – 0.76 ค่าอำนาจจำแนก (B) ระหว่าง 0.46 – 0.82 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ ( ) เท่ากับ 0.89 และแบบประเมินพัฒนาการทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ประจำหน่วยการเรียนรู้ จำนวน 10 หน่วย ๆ ละ 5 ข้อ ค่าความยากง่าย (p) ระหว่าง 0.43 – 0.80 ค่าอำนาจจำแนก (B) ระหว่าง 0.48 – 0.84 และค่าความเชื่อมั่น ( ) ทั้ง 10 ฉบับ เท่ากับ 0.64, 0.72, 0.78, 0.66, 0.64, 0.68, 0.64, 0.72, 0.62 และ 0.62 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและเปรียบเทียบผลการพัฒนาความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ระหว่างก่อนและหลังจัดประสบการณ์โดยใช้สถิติ t-test แบบ Dependent

ผลการวิจัย พบว่า
1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ ที่สร้างขึ้นเท่ากับ 96.56/96.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80
2. ชั้นอนุบาลปีที่ 3 หลังจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ มีพฤติกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 97.58 และหลังจัดประสบการณ์ทุกหน่วยการเรียนรู้มีผลการประเมินพฤติกรรม การเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด
3. ชั้นอนุบาลปีที่ 3 หลังจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ มีความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 96.56 และหลังจัดประสบการณ์ทุกหน่วยการเรียนรู้มีผลการประเมินความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์อยู่ในระดับมากที่สุด
4. ผลการเปรียบเทียบพัฒนาความพร้อมทักษะทางคณิตศาสตร์ ชั้นอนุบาลปีที่ 3 จากการจัดประสบการณ์ โดยใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านความสามารถในการนับจำนวน ด้านความสามารถในการรู้ค่าจำนวน ด้านความสามารถในการเรียงลำดับจำนวน และด้านความสามารถในการเปรียบเทียบจำนวน พบว่า หลังจัดประสบการณ์มีความพร้อมทักษะทางคณิตศาสตร์ สูงกว่าก่อนจัดประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในทุกด้าน และมีค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ด้านความพร้อมทักษะทางคณิตศาสตร์เท่ากับ 0.9273 คิดเป็นร้อยละ92.73
โดยสรุป การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เหมาะสม ครูที่จัดประสบการณ์ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ได้นำไปใช้จัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียนระดับปฐมวัยเกิดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ และเป็นการเตรียมความพร้อมด้านสติปัญญาให้กับเด็กได้อย่างเต็มศักยภาพ
ruenkacw 23 พ.ค. 2563 เวลา 11:09 น. 0 101
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^