LASTEST NEWS

06 ธ.ค. 2562อบต.บางบัวทอง เปิดสอบผู้ช่วย และพนักงานจ้าง 35 อัตรา สมัคร 3-13 ธันวาคม 2562 05 ธ.ค. 2562สพป.สระบุรี เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน และลูกจ้างชั่วคราว รวม 15 อัตรา 04 ธ.ค. 2562คุรุสภาประกาศผลการคัดเลือก รางวัล “คุรุสดุดี” ประจำปี 2562 จำนวน 1,047 คน 04 ธ.ค. 2562โรงเรียนสายปัญญารังสิต รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 15,000.- บาท 04 ธ.ค. 2562ชงปรับโครงสร้าง สพฐ.มี อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 04 ธ.ค. 2562ประกาศผล ครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2562 04 ธ.ค. 2562กศจ.ตราด‼️ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 23 อัตรา - รายงานตัว 12 ธ.ค.2562  04 ธ.ค. 2562ป.ตรีอื่น อยากมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ต้องทำอย่างไร? 04 ธ.ค. 2562กรมป่าไม้ เปิดสอบพนักงานราชการ 22 ตำแหน่ง 49 อัตรา สมัครออนไลน์ 13 – 20 ธันวาคม 2562 04 ธ.ค. 2562ยินดีด้วยครับ! กศจ.ราชบุรี ขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ของกศจ.อื่น 10 อัตรา

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้(7E)

usericon

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของการใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (7E) หน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (7E) หน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยการใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (7E) หน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 3 ที่กำลังศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนเทศบาล 1 (ทุ่งฟ้าบดราษฎร์บำรุง) อำเภอ สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 24 คนซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (7E) หน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ จำนวน 14 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 1 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการทดสอบค่าที t - test (Dependent sample)
    ผลการศึกษาพบว่า
1.    ประสิทธิภาพของการใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (7E) หน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เท่ากับ 84.33/84.90 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80
2.    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (7E) หน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.    นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (7E) หน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51
warin2 15 มิ.ย. 2562 เวลา 21:13 น. 0 359
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^