LASTEST NEWS

27 ต.ค. 2563สพฐ.แจ้งโอนจัดสรรแล้ว! ค่าตอบแทนพนักงานราชการ 3 เดือน ต.ค.-ธ.ค.63 27 ต.ค. 2563การปรับราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนตามกฎหมาย 27 ต.ค. 2563โรงเรียนวัดฝาง ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบครูอัตราจ้าง  27 ต.ค. 2563กศจ.พิษณุโลก เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 2 จำนวน 44 อัตรา รายงานตัว 6 พ.ย.2563 27 ต.ค. 2563กศจ.สุราษฎร์ธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 2 จำนวน 92 อัตรา รายงานตัว 2 พ.ย.2563 27 ต.ค. 2563ก.ค.ศ.กางเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ 27 ต.ค. 2563สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือด่วนที่สุด! ชะลอการสรรหาศึกษานิเทศก์ สังกัดสพฐ.ปี 2563 27 ต.ค. 2563กาฬสินธุ์ เตรียมเรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 2 จำนวน 55 อัตรา 27 ต.ค. 2563มาแล้ว! รายชื่อโรงเรียน ใช้บรรจุครูผู้ช่วย รอบ2 กศจ.ลพบุรี รายงานตัว 30ต.ค.นี้ 27 ต.ค. 2563ผลย้ายครู และผู้บริหารสถานศึกษา รอบ2/2563 สังกัด สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษและความพึงพอ

usericon

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษและความพึงพอ
ชื่อเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษและความพึงพอใจต่อการเรียน
วิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2
ผู้วิจัย นายคุณาพจน์ คลธา
ปีที่วิจัย 2556        
บทคัดย่อ
    การวิจัยเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษและความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 (2) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน และ (3) ศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/5 โรงเรียนปรางค์xxx่ อำเภอปรางค์xxx่ จังหวัดศรีสะเกษ ที่กำลังเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 36 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 3 ชนิด ได้แก่ (1) แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ จำนวน 7 เล่ม ใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 7 แผน เวลาทดลองสอนแผนละ 2 ชั่วโมง (2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือกจำนวน 40 ข้อ ซึ่งมีค่าความยาก (p) ตั้งแต่ 0.28-0.77 มีค่าอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่ 0.20-0.59 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.86 (3) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (r) ตั้งแต่ 0.278 - 0.735 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.846 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S) และสถิติทดสอบที (t-test) แบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระกัน
ผลการวิจัย ปรากฏดังนี้
1. แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.52/79.72 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษสูงกว่าก่อนเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.48
nickkolthar 07 มี.ค. 2557 เวลา 22:55 น. 0 609
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^