LASTEST NEWS

17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง 17 ส.ค. 2560มอบ ผอ.เขตเป็น CEO จัดระเบียบอบรมครู 17 ส.ค. 2560การตัดโอนตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและเงินอื่นที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ (ครั้งที่ 1) 17 ส.ค. 2560เด็กไทยคว้าแชมป์ 7 ประเภท แข่งหุ่นยนต์นานาชาติที่จีน 17 ส.ค. 2560ฝาแฝด 13 คู่เข้า โรงเรียนเดียวกัน 17 ส.ค. 2560โรงเรียนบ้านแช่ช้าง(เทพนานุกูล) รับสมัคร ครูอัตราจ้าง วิชาเอกคอมพิวเตอร์ (มีบ้านพักครู) 17 ส.ค. 2560โรงเรียนบ้านอากาศ รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา สมัคร15-20ส.ค.2560 17 ส.ค. 2560"สมพงษ์" ชงสลายกรม หวังปฏิรูปแบบพลิกหน้ามือ 16 ส.ค. 2560ข่าวดี! กศจ.สุรินทร์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 224 อัตรา - รายงานตัว 25ส.ค.60 16 ส.ค. 2560"หมอธี"รับโยกย้าย ศธ.มีคนในใจแล้ว

การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นป

usericon

ชื่อเรื่อง        การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ผู้วิจัย        นางสาววรรณษา มุกดา
ปีที่ศึกษา    2556
บทคัดย่อ
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ ของนักเรียนทั้งก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านต้นปรง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 36 คน โดยวิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 18 แผน 2) แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ จำนวน 6 ชุด 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น 0.91 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ เป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น 0.86 และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำด้วยวิธี E1/E2 การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการทดสอบค่าที(t-test dependent) และการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการวิจัยพบว่า
    1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นมีประถมศึกษาปีที่ 3 ประสิทธิภาพเท่ากับ 84.96 / 82.59 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด


numuka 17 ต.ค. 2557 เวลา 13:02 น. 0 144
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^