LASTEST NEWS

21 ก.ย. 2560จบแล้วบรรจุเป็นข้าราชการครู ทันที! ทุนสควค.ปี2561 รับสมัครทั้งผู้มีวุฒิครู/ไม่มีวุฒิครู 541อัตรา 21 ก.ย. 2560ประกาศแล้ว! รับสมัครทุนสควค.ปี2561 (สมัครทางอินเทอร์เน็ตตั้งแต่บัดนี้-30พ.ย.60) 21 ก.ย. 2560แชร์เลย! ไม่ต้องผ่านภาค ก 6 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา 18,000บ./เดือน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 21 ก.ย. 2560เกือบไม่ได้บำนาญ 21 ก.ย. 2560กยศ.ตรวจสอบนศ.ปลอมบัตรผู้ค้ำ 21 ก.ย. 2560โรงเรียนโยธินบูรณะ ๒ (สุวรรณสุทธาราม) เปิดสอบเจ้าหน้าที่ธุรการ สมัคร18-27ก.ย.60 21 ก.ย. 2560สั่งสพฐ.ออกเกณฑ์รับนร.เงื่อนไขพิเศษใหม่ 21 ก.ย. 2560ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดปทุมธานี เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง รวม42 อัตรา 20 ก.ย. 2560"หมอธี" แก้เกณฑ์รับเด็กเงื่อนไขพิเศษ 20 ก.ย. 2560ด่วนที่สุด แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำงานเขตพื้นที่การศึกษา

การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นป

usericon

ชื่อเรื่อง        การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ผู้วิจัย        นางสาววรรณษา มุกดา
ปีที่ศึกษา    2556
บทคัดย่อ
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ ของนักเรียนทั้งก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านต้นปรง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 36 คน โดยวิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 18 แผน 2) แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ จำนวน 6 ชุด 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น 0.91 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ เป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น 0.86 และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำด้วยวิธี E1/E2 การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการทดสอบค่าที(t-test dependent) และการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการวิจัยพบว่า
    1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นมีประถมศึกษาปีที่ 3 ประสิทธิภาพเท่ากับ 84.96 / 82.59 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด


numuka 17 ต.ค. 2557 เวลา 13:02 น. 0 145
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^