LASTEST NEWS

24 ต.ค. 2562สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดสอบตำรวจ รอบใหม่! 6,400 อัตรา เปิดสอบายสิบตำรวจ (นสต.) ปี2563 23 ต.ค. 2562กศจ.สกลนคร เตรียมเรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบใหม่ จำนวน 209 อัตรา 23 ต.ค. 2562กศจ.สุพรรณบุรี​ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ​ ​8 จำนวน 115 อัตรา 23 ต.ค. 2562ทดสอบ"ตั๋วครู" ต้องผ่านภาษาอังกฤษระดับ B1 ตามเกณฑ์CEFR  23 ต.ค. 2562คุรุสภา-สทศ.จับมือจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 23 ต.ค. 2562กศจ.ระยอง เรียกบรรจุครูผู้ช่วย จากบัญชี กศจ.ชลบุรี กำหนดรายงานตัวบรรจุแต่งตั้ง วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 23 ต.ค. 2562สำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ.แจ้งโอนเงินค่าตอบแทนพนักงานราชการ เดือนตุลาคม 2562-มกราคม 2563 23 ต.ค. 2562สำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ.แจ้งโอนเงินค่าตอบแทนจ้างธุรการโรงเรียน ค่าจ้างเดือนละ 15,000.-บาท 23 ต.ค. 2562สำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ.แจ้งโอนเงินค่าตอบแทนจ้างธุรการโรงเรียน ค่าจ้างเดือนละ 9,000.-บาท 22 ต.ค. 2562กศจ.สุราษฎร์ธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้ 197 อัตรา - รายงานตัว 29 ต.ค.2562

การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นป

usericon

ชื่อเรื่อง        การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ผู้วิจัย        นางสาววรรณษา มุกดา
ปีที่ศึกษา    2556
บทคัดย่อ
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ ของนักเรียนทั้งก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านต้นปรง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 36 คน โดยวิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 18 แผน 2) แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ จำนวน 6 ชุด 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น 0.91 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ เป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่น 0.86 และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำด้วยวิธี E1/E2 การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการทดสอบค่าที(t-test dependent) และการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการวิจัยพบว่า
    1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ สำหรับนักเรียนชั้นมีประถมศึกษาปีที่ 3 ประสิทธิภาพเท่ากับ 84.96 / 82.59 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด


numuka 17 ต.ค. 2557 เวลา 13:02 น. 0 399
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^