กรมบัญชีกลาง ลุยปรับเงื่อนไขสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ แก้กฎหมาย 4 ข้อ เพิ่มโทษทุจริต งบพุ่งแล้ว 90,000 ล้าน ก่อนชง ครม.
กรมบัญชีกลาง เปิดเผยแนวทางปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการครั้งใหญ่ หลังงบประมาณพุ่งสูงต่อเนื่อง โดยกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นการแก้ไขร่าง พ.ร.ฎ. เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลใน 4 ประเด็นสำคัญ
4 ประเด็นที่เสนอแก้ไขกฎหมาย
กำหนดให้สถานพยาบาลทุกแห่งเบิกค่ารักษาผ่านระบบจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลางเท่านั้น เพื่อเพิ่มความถูกต้องและโปร่งใส
อนุญาตให้สมาชิกครอบครัวของข้าราชการเลือกใช้สิทธิ บัตรทอง (สปสช.) หรือประกันสังคม แทนสิทธิข้าราชการได้ จากเดิมที่กำหนดใช้สิทธิข้าราชการเพียงอย่างเดียว เพื่อลดจำนวนผู้ใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการลง
หากพบว่าบุคคลในครอบครัวคนใดกระทำผิด เช่น ตระเวนรับยาหลายแห่งหรือเบิกยาไปจำหน่ายต่อ จะถูกตัดสิทธิการเบิกจ่ายทั้งครอบครัว รวมถึงตัวข้าราชการเจ้าของสิทธิด้วย
กำหนดมาตรฐานธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ของสถานพยาบาล เพื่อลดการใช้ยาที่เกินความจำเป็น
ปัญหาทุจริตและแนวทางเทคโนโลยี
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พบความเสียหายจากการทุจริตสะสมรวม 200-250 ล้านบาท ขณะที่ระบบมีรายการเบิกจ่ายสูงถึงปีละ 35 ล้านรายการ แต่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยตรงเพียง 6 คน เท่านั้น กรมบัญชีกลางจึงเตรียมนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ มาใช้ควบคู่กับการแก้กฎหมาย พร้อมผลักดันการใช้ยาสามัญที่ผลิตในประเทศแทนยานำเข้าที่มีราคาสูงกว่าถึง 10 เท่า
แนวทางระยะยาวและสิ่งที่จะไม่กระทบ
กรมบัญชีกลางศึกษาการออกแบบระบบสวัสดิการและบำเหน็จบำนาญสำหรับข้าราชการที่เข้ารับราชการใหม่ในระยะยาว โดยยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อสิทธิของข้าราชการปัจจุบันและผู้เกษียณอายุราชการแล้ว
ส่วนแนวคิดนำระบบประกันสุขภาพมาแทนสวัสดิการข้าราชการ พบว่ายังมีข้อจำกัดสูง เนื่องจากค่าบริหารจัดการสูง และติดเงื่อนไขที่ระบบข้าราชการต้องดูแลจนวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งบริษัทประกันส่วนใหญ่ไม่รับ
