LASTEST NEWS

30 เม.ย. 2560รถส่วนกลางใช้เป็นรถประจำตำแหน่งมิได้ 30 เม.ย. 2560สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด! การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างครูสาขาขาดแคลน ครั้งที่ 2 30 เม.ย. 2560ด่วนที่สุด การจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2560 ค่าตอบแทนจ้างครูขาดแคลนขั้นวิกฤต 8,180 อัตรา ครั้งที่2 30 เม.ย. 2560แชร์เลย! คัดตำแหน่งงานว่าง จำนวน 1,652 อัตรา เปิดสอบรับราชการ งานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่กำลังรับสมัคร 29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

คุรุสภาขู่ยึดใบวิชาชีพ สอบจรรยาบรรณ

  • 26 เม.ย. 2557 เวลา 11:07 น.
  • 2,528 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
คุรุสภาขู่ยึดใบวิชาชีพ สอบจรรยาบรรณ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

คุรุสภาขู่ยึดใบวิชาชีพ สอบจรรยาบรรณ 
 
          ผอ.ฉาวงานเข้า "คุรุสภา" ขู่ยึดใบประกอบวิชาชีพครู สั่งไล่เช็กจรรยาบรรณ หลังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงพบพิรุธหลายกระทงทั้งไม่ได้ขออนุญาตจากต้นสังกัด ปิดบังสถานะที่แท้จริงของตัวเอง แถมพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นติวเตอร์ขณะที่ "กพฐ." หวั่นข้อมูลมั่วสั่งในพื้นที่ยุติการสอบหาความจริง ดึงกลับมาเล่นเอง พร้อมสั่ง ก.ค.ศ.ส่งคนคุมเข้มวันสอบสัมภาษณ์
 
          กรณีนายพิทักษ์ ศุภเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไทร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) บุรีรัมย์ เขต 1 นายชุมพล ศุภเลิศ ครูโรงเรียนเมืองแฝกพิทยาคมน้องชายนายพิทักษ์ และนายธรกฤต ศุภเลิศ ครูโรงเรียนบ้านหนองกระทุ่ม สพป.บุรีรัมย์เขต 4 ซึ่งถือเป็นบุคลากรทางการศึกษาชั้นสูง ทำพิลึกเข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยประจำปี 2557 สร้างความฉงนแก่ผู้เกี่ยวข้อง ถึงกับต้องมีการสั่งให้จับตาเป็นพิเศษและบานปลายจนต้องมีการสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสุดท้ายทางเจ้าตัวทนแรงกดดันไม่ไหว ต้องออกมายอมรับว่าเข้าสอบจริง โดยอ้างว่าต้องการวัดความรู้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเก็งข้อสอบให้ลูกหลานสอบเข้ารับราชการครูตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
 
          ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงได้ลงพื้นที่ยังสนามสอบที่ จ.สมุทรสาคร พร้อมได้บันทึกการสอบปากคำนายพิทักษ์ เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วซึ่งจะมีการสรุปผลการสืบหาข้อเท็จจริงส่งให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์เขต 1 ตามขั้นตอนต่อไป โดยมีรายงานว่าจากการสืบหาข้อเท็จจริง พบว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลในการ กระทำความผิดจริงดังนี้ 
 
          1. ไปสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยโดยไม่ได้ขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดซึ่งมีความผิดไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
 
          2. ปกปิดบังสถานะตัวเองในการสมัครสอบ โดยระบุว่าประกอบอาชีพส่วนตัว ทั้ง ที่ตัวเองเป็นข้าราชการครูมีตำแหน่งเป็นผู้ อำนวยการโรงเรียน และ 
 
          3. เปิดรับสอนเป็นในลักษณะเป็นติวเตอร์ซึ่งถือว่าเป็นการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ที่ห้ามข้าราชการครูและผู้บริหารสถานศึกษาเปิดติวข้อสอบ ขณะที่การให้ปากคำของนายพิทักษ์ ที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ทราบว่าเจ้าตัวยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยอ้างเพียงว่าต้องการหาความรู้และดูแนวข้อสอบมาประกอบการติวข้อสอบให้กับลูกศิษย์และลูกหลานเท่านั้น
 
          ด้านนายสุพจน์ เจียมใจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) บุรีรัมย์ เขต 1 กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการฯ ได้สรุปผลการสืบหาข้อเท็จจริงนำเสนอมาแล้วซึ่งได้มอบหมายให้ฝ่ายนิติกร เร่งตรวจสอบเอกสารทั้งหมด เพื่อพิจารณาประกอบกับผลการสืบหาข้อเท็จจริงว่าจะร้ายแรงแค่ไหนโดย ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลหลักฐานที่เชื่อมโยงได้ว่านายพิทักษ์ มีพฤติการณ์เกี่ยว ข้องกับการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วยแต่อย่างใด ถึงแม้เจ้าตัวจะยอมรับว่าเปิดติวข้อสอบให้กับลูกศิษย์ 20 คนจริงก็ตาม
 
          ขณะที่ ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจส่อไปในทางทุจริตหรือไม่นั้น เรื่องนี้ทางคุรุสภาไม่ได้นิ่งนอนใจในฐานะที่เป็นหน่วยงานดูแลครูจึงได้ส่งนิติกรลงไปศึกษาข้อมูลแล้ว เพราะคุรุสภามีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการตรวจสอบวินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพครูอยู่แล้ว หากมีประเด็นเหล่านี้เกิดขึ้นจริงก็ต้องนำมาพิจารณา แต่พิจารณาถึงสภาพปัญหาและสาเหตุด้วยเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย ส่วนจะมีบทลงโทษหนักเบาแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนของคณะกรรมการฯซึ่งโทษเบาสุดแค่ว่ากล่าวตักเตือนหรือภาคทัณฑ์ แต่หากมีมูลว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือกระทำการทุจริตอาจมีโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและดำเนินการตามกฎหมายด้วย
 
          ส่วนนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นคาบเกี่ยวหลายพื้นที่ ดังนั้นจึงได้ลงนามในหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) อย่างด่วนที่สุด เลขที่ ศธ.04009/ 904,905,906 แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) บุรีรัมย์ เขต 1, 4 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 32 บุรีรัมย์ ให้ยุติการดำเนินการสืบข้อเท็จจริงไว้ก่อน โดยทาง สพฐ.จะนำกลับมาดำเนินการสอบข้อเท็จจริงเอง
 
          สำหรับการสอบสัมภาษณ์ภาค ค ที่จะเริ่มสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ ได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ส่งผู้แทน ก.ค.ศ.ลงไปดูด้วย ขณะที่ สพฐ.เองจะส่งผู้แทนลงไปในแต่ละพื้นที่ด้วยเช่นเดียวกันเพราะถือว่าการสอบสัมภาษณ์เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ.
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : คุรุสภาขู่ยึดใบวิชาชีพ สอบจรรยาบรรณ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^