LASTEST NEWS

06 ธ.ค. 2559เปิดเงินเดือนของ "ประธานองคมนตรี องคมนตรี และรัฐบุรุษ" 06 ธ.ค. 2559สพป.นครราชสีมา เขต 5 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร8-14ธ.ค.2559 06 ธ.ค. 2559พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี 06 ธ.ค. 2559(ไม่มีวุฒิครู อยากได้วุฒิ) เช็ครายชื่อสถาบันที่เปิดสอน ป.โท วิชาชีพครู ที่ คุรุสภารับรอง 06 ธ.ค. 2559ศธจ.นนทบุรีเผยผลสอบ ผอ.ร.ร. สอบผ่านภาค ก 75% 06 ธ.ค. 2559สคบท.หนุนไม่เพิ่ม ‘เงินเดือน-วิทยฐานะ’ ดัดหลังครูแห่เรียน ป.โท-เอก ไม่ตรงวิชาที่สอน ทำคุณภาพการศึกษา ปท.ดิ่ง 06 ธ.ค. 2559"อยากเป็นครู" เลือกเรียน หลักสูตรผลิตครู 06 ธ.ค. 2559ด่วนที่สุด การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัด สป.ศธ. 05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา

ผลโอเน็ตสะท้อนร.ร.สอนแบบท่องจำ!

  • 19 มี.ค. 2557 เวลา 13:54 น.
  • 800 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ผลโอเน็ตสะท้อนร.ร.สอนแบบท่องจำ!

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ผลโอเน็ตสะท้อนร.ร.สอนแบบท่องจำ!
 
ปธ.คณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ 16 สถาบัน ชี้คะแนนโอเน็ต ป.6 และ ม.3 สะท้อนโอเน็ตเน้นคิดวิเคราะห์ ร.ร.ยังสอนแบบท่องจำ เด็กสอบมากจนเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย
 
    18 มี.ค. 57  รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ในฐานะ ประธานที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย กลุ่ม 16 สถาบัน กล่าวถึงผลสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) นักเรียน ป.6 และ ม.3 ตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ประกาศผล พบว่า คะแนนสอบโอเน็ตชั้น ป.6 มีผู้สอบได้ 0 คะแนนทุกกลุ่มสาระ ขณะที่คะแนนเฉลี่ยผ่านร้อยละ 50 เพียง 2 วิชา ได้แก่ กลุ่มสาระพลานามัย สุขศึกษา และกลุ่มสาระการงานอาชีพ ส่วน ม.3 มีผู้สอบได้ 0 คะแนน 6 กลุ่มสาระ และมีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 50 เพียงวิชาเดียว คือ กลุ่มสาระพลานามัย สุขศึกษา ว่า คะแนนโอเน็ตสะท้อนให้เห็นถึงระบบการจัดการเรียนการสอน ระบบการบริหารหลักสูตร และระบบการวัดและประเมินผลที่ไม่สอดคล้องกัน ทำให้เห็นว่า ข้อสอบของ สทศ.เป็นข้อสอบเน้นคิดวิเคราะห์ แต่การเรียนการสอนและการวัดประเมินผลของโรงเรียนเน้นการท่องจำ และเมื่อใกล้สอบโอเน็ต ก็จะมีการติวข้อสอบเด็ก ผลการสอบจึงออกมาในรูปแบบดังกล่าว ขณะเดียวกันพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของนักเรียน ป.6 ที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น ส่วน ม.3 ก็เป็นวัยรุ่น ทำให้เด็กไม่มีความเอาใจใส่กับการสอบมากเท่าที่ควร นอกจากนั้น โรงเรียนมีการสอบเก็บคะแนน สอบกลาง สอบปลายภาค ทำให้เด็กเกิดความเหนื่อยล้า เบื่อกับการสอบที่มากเกินไป
 
    ทั้งนี้ การนำผลคะแนนโอเน็ต ป.6 มีส่วนต่อการสอบเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เด็กตั้งใจทำข้อสอบนั้น ใช้ได้ผลกับเด็กในเมืองใหญ่ที่มีการแข่งขันสูง แต่ใช้ไม่ได้กับเด็กในโรงเรียนชนบทห่างไกล รวมถึงเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรมในโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ไม่อยากเรียนต่อ ก็ไม่ตั้งใจสอบเช่นกัน ดังนั้น แนวทางแก้ไข ตนคิดว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องหารือร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องการสอบในโรงเรียนกับการสอบโอเน็ตที่เน้นแตกต่างกัน การวัดประเมินผลในโรงเรียน 8 กลุ่มสาระ ซึ่งมีลักษณะการสอบที่คล้ายกัน สอบบ่อย ส่งผลให้เด็กเบื่อหน่าย จะหาทางแก้ไขอย่างไร และการที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. จะนำคะแนนโอเน็ตไปใช้ในการประเมินครู และประเมินผลโรงเรียน ก็ทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ตื่นเต้นกับการสอบโอเน็ตมากกว่าเด็ก ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดบางอย่างกับการสอบหรือไม่เรื่องเหล่านี้ต้องหาคำตอบให้ได้
 
    ก่อนหน้านี้ นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ข้อสอบโอเน็ตในปีนี้นั้นเน้นการคิดวิเคราะห์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการเรียนการสอนในห้องเรียนปัจจุบันไม่ได้เน้นให้เด็กคิดและวิเคราะห์เป็น และเด็กบางส่วนยังอ่านภาษาไทยไม่คล่อง โดยข้อสอบแบบคิดวิเคราะห์มีโจทย์คำถามที่ยาวมาก ดังนั้นเมื่ออ่านไม่เข้าใจก็ไม่สามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้ 
 
    ขณะเดียวกันการสอนของครูจะสอนให้เด็กท่องจำมากกว่าและเมื่อข้อสอบออกมาไม่เหมือนกับที่เรียน เด็กก็ทำไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนในห้องเรียนที่เน้นให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นมากขึ้น และมั่นใจว่าการสอบโอเน็ตในปีการศึกษาหน้า เด็กจะมีผลคะแนนที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ผลโอเน็ตสะท้อนร.ร.สอนแบบท่องจำ!

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^