LASTEST NEWS

09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป

การศึกษาไทยพ้นท้ายอาเซียนต้องเริ่มที่ครู

  • 09 ต.ค. 2556 เวลา 17:01 น.
  • 1,175 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
การศึกษาไทยพ้นท้ายอาเซียนต้องเริ่มที่ครู

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

การศึกษาไทยพ้นท้ายอาเซียนต้องเริ่มที่ครู
 
ผลการประชุมของ World Economic Forum (WEF)-The Global Cometitiveness Report 2012-2013 ซึ่งเป็นการประชุม “เวทีเศรษฐกิจโลก” ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่จัดอันดับคุณภาพการศึกษาของไทยให้อยู่ในอันดับรั้งท้ายรองจากเวียดนามที่อยู่ในอันดับ 7 และกัมพูชาในอันดับ 8 นั้น อาจเป็นเรื่องช็อกวงการศึกษาของไทยที่มีดีกรีเข้าแข่งขันเวทีโอลิมปิกวิชาการในลำดับต้น ๆ
 
ทว่าความสำเร็จของเด็กเพียงหยิบมือเดียว ไม่ได้หมายความถึงภาพรวมของการศึกษาทั้งประเทศในวันที่ไทยประกาศตัวเป็นผู้นำในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ที่กำลังจะมาถึง
 
ผลการจัดอันดับที่ว่าสรุปว่า เงินทุนไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดของการมีระบบการศึกษาที่ดี และการที่ครูอาจารย์มีเงินเดือนสูงก็ไม่ได้หมายความว่า จะมีความสามารถทางการสอนสูงตามไปด้วย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการผลักดันเรื่องเงินเดือนครู ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ต้องเร่งรัดครูในเรื่องประสิทธิภาพในการสอนควบคู่กันไปด้วย เพราะไม่ใช่เพียงแค่ตัวเด็กที่ต้องพัฒนา หรือภาครัฐต้องมีการปรับหลักสูตร แต่ส่วนสำคัญสำหรับระบบการศึกษาไทยอีกอย่างก็คือ ครูผู้สอน
 
ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีความพยายามจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนถึงท้องถิ่นร่วมทำความเข้าใจที่ตรงกันเรื่องการศึกษา เนื่องจากอีก 2 ปีข้างหน้า ประเทศไทยไม่เพียงแต่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเท่านั้น แต่จะเข้าสู่สนามสอบ PISA 2015 ซึ่งเป็นการวัดระดับการศึกษานานาชาติ จำเป็นต้องยกระดับหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เน้นการเรียนการสอนแบบบูรณาการเชื่อมโยงทุกวิชาให้เป็นภาพเดียวกัน เพื่อให้เด็กได้คิดอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่ท่องจำแบบที่ผ่านมา
 
“กระทรวงศึกษาธิการ กำลังเร่งผลักดันให้การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ การยกระดับวิชาชีพครู โดยสนับสนุนครูให้พัฒนาตนเอง และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องหลักสูตรก็คงต้องจัดทำเป็นพิมพ์เขียวที่สามารถเข้าใจร่วมกันได้ทุกฝ่าย ตลอดจนสื่อสารให้ภาคประชาชนรับรู้และเข้าใจร่วมกันทั้งสังคม”
 
ขณะที่ รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศึกษาไทย กล่าวว่า การผลิตครูของประเทศไทย เราผลิตปีละประมาณ 50,000 คน แต่ครูที่ผลิตออกมายังไม่ตรงกับความต้องการ บางสาขาวิชาขาดแคลนมาก จึงทำให้ครูที่จบมาบางคนต้องไปสอนในวิชาที่ไม่ถนัด อันจะส่งผลต่อการพัฒนานักเรียน และในการพัฒนาหลักสูตรครูของสถาบันผลิตครู ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ครู เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำแต่อย่างไร เข้าทำนองคนผลิตไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้มีส่วนร่วมในการผลิต
 
“ในฐานะที่เคยเป็นครูและอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาฯฝ่ายประถม ซึ่งเป็นทั้งผู้ร่วมผลิตครู เป็นครู และผู้ใช้ครู เราเคยอยู่ในระบบที่ครูรุ่นพี่คอยช่วยเหลือดูแลและแนะนำครูน้องใหม่ในทุกเรื่องทั้งการสอน การดูแลนักเรียน การปฏิบัติตนเป็นครูที่ดี แต่ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวในโรงเรียนมีน้อยมาก ซึ่งต่างจากการผลิตครูของฟินแลนด์ที่ได้รับการยอมรับว่า เขาจัดการศึกษาได้ดีในระดับโลก เพราะเขามีครูที่ดี มีจิตวิญญาณของการเป็นครู และการสร้างครูให้เป็นครูเก่งค่อนข้างชัดเจน นับตั้งแต่ได้คนเก่ง ๆ ซึ่งนอกจากจะคัดโดยวิธีสอบคัดเลือกแล้วการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ไปถึงครอบครัว จึงได้ทั้งครูที่เก่งและมีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพครูอีกด้วย เรามีครูดีทั่วแผ่นดิน แต่ขาดเจ้าภาพในการรวมกลุ่มกัน เรามีครูอาวุโสที่มีน้ำใจและยังอยากช่วยการศึกษาของชาติอยู่ แต่ไม่มีใครให้ความสนใจ เรามีภาคเอกชนที่ใช้บริการจากผลผลิตของเราที่อยากเข้ามาช่วยแนะนำ มาร่วมกันคิด ร่วมกันทำแต่ไม่มีโอกาส ระบบการศึกษาไทยของเรายังทำงานแยกเป็นส่วน ๆ ไม่มองเป็นภาพรวมต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำ ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องนำเรื่องการศึกษามาเป็นวาระแห่งชาติ คุยกันอย่างเปิดใจ จริงใจและจริงจังเสียที”
 
งาน EDUCA 2013 มหกรรมการศึกษาครั้งยิ่งใหญ่โดยความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาวิชาชีพครูคือ สพฐ. คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศึกษาไทย และบริษัทปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จึงน่าจะเป็นอีกทางออกสำหรับการศึกษาไทย ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของครู เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนปัญหา ตลอดจนได้เห็นต้นแบบการจัดการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และการจัดการเรียนการสอนที่เป็น good practice ในระดับประเทศ เป็นทั้งความรู้สากลและแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปปรับใช้ในสถานศึกษาของตัวเองได้เป็นอย่างดี พบกันที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม (ฮอลล์9) เมืองทองธานี 9-11 ตุลาคม.
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : การศึกษาไทยพ้นท้ายอาเซียนต้องเริ่มที่ครู

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^