LASTEST NEWS

24 เม.ย. 2560เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ที่ชนะใจกรรมการ โดย ดร. ถวิล อรัญเวศ 23 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 23 เม.ย. 2560วิธีสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย พิชิตใจกรรมการ ผ่านแบบฉลุย โดย ดร.วีระ ติวสอบ เพจการศึกษา 23 เม.ย. 2560เผยสอบครูบุรีรัมย์ ขาดสอบวันแรก 404 คน ผอ.เขตพื้นที่สั่งดูแลคนท้อง-คนป่วย กรณีพิเศษ 23 เม.ย. 2560(รับเยอะ 43 อัตรา)ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร รับสมัครสอบบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 1 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 2 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 3 23 เม.ย. 256010วิธีเตรียมพร้อมสอบสัมภาษณ์ สอบครูผู้ช่วย โดยDrPongFC 23 เม.ย. 2560อบจ.ปทุมธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 15 อัตรา - บุคลากร 5 อัตรา (สมัครตั้งแต่บัดนี้-4พ.ค.60)

ศธ.สั่งวิเคราะห์การศึกษาไทยรั้งท้าย'ชินภัทร'ชี้ 3 จุดอ่อน'ครู-นร.-อาชีวะ'

  • 05 ก.ย. 2556 เวลา 11:14 น.
  • 1,289 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.สั่งวิเคราะห์การศึกษาไทยรั้งท้าย'ชินภัทร'ชี้ 3 จุดอ่อน'ครู-นร.-อาชีวะ'

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ศธ.สั่งวิเคราะห์การศึกษาไทยรั้งท้าย'ชินภัทร'ชี้ 3 จุดอ่อน'ครู-นร.-อาชีวะ'

 รับการศึกษาไทยมีปัญหาสั่ง กพฐ.เร่งวิเคราะห์ผลประเมินก่อนลุยแก้ไข ย้ำหลักสูตรต้องดี คุณภาพผู้สอนต้องเยี่ยม "ชินภัทร" ระบุผลการจัดอันดับเน้นความคุ้มค่า พบไทยลงทุนสูง แต่ผลสัมฤทธิ์ต่ำ สาเหตุมาจาก 3 จุดอ่อน "ครู" ไม่มีคุณภาพ "นักเรียน" ไม่มีทักษะ ขณะที่ "อาชีวะ" มีผู้เรียนน้อยเกินไป นักวิชาการฉะการศึกษาไทยตายซาก รมต.เปลี่ยนบ่อย นโยบายเปลี่ยนตาม
 
           รัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบงานด้านการศึกษา ออกมายอมรับผลการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาไทยของ World Economic Forum หรือ WEF ประจำปี 2013 ที่ระบุว่าคุณภาพการศึกษาของไทยอยู่ในอันดับ 8 ของภูมิภาคอาเซียน เป็นรองทั้งประเทศเวียดนามและกัมพูชา พร้อมเร่งนำจุดอ่อนของการจัดการศึกษามาแก้ไข
 
           นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า แม้ผลประเมินอาจจะไม่ตรง 100% ว่าประเทศไทยอยู่อันดับตามที่ระบุจริงหรือ แต่อย่างน้อยก็บอกได้ว่าการศึกษาไทยมีปัญหาเยอะ และทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำอย่างเต็มที่ การยกระดับคุณภาพการศึกษามีปัจจัยสำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ หลักสูตรและคุณภาพผู้สอน
 
           ทั้งนี้ ถ้าหลักสูตรดี คุณภาพผู้สอนดี รู้ว่าจะสอนอะไร สอนอย่างไร ก็จะทำให้การระบบการศึกษาดีขึ้นไปด้วย จึงขอให้เน้นความสำคัญของ 2 จุดนี้ เชื่อว่าจะสามารถไล่ตามและแซงหน้าประเทศต่างๆ ได้หลายประเทศ
 
สั่ง กพฐ.วิเคราะห์ผลประเมิน
          นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า จะให้ ศธ.ไปหาข้อมูลว่าหน่วยงานใดเป็นผู้จัดอันดับ และยึดหลักเกณฑ์ใดในการประเมิน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการสะท้อนปัญหาก็คงต้องรับฟัง อะไรที่เป็นจุดอ่อนก็จะได้แก้ไข ถือว่าเป็นการช่วยให้ได้มีการพัฒนา เพื่อให้เด็กไทยดีและสมบูรณ์ที่สุด 
 
          ส่วนกรณีที่รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่าการให้เงินเดือนครูในอัตราสูง ไม่สามารถทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้นนั้น นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า การเพิ่มเงินเดือนให้ครูเป็นการให้ขวัญกำลังใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากครูมีขวัญกำลังใจดีก็จะอุทิศเวลาและอุทิศตนให้กับการสอน ดังนั้นโดยหลักการแล้วการขึ้นเงินเดือนครูจึงน่าจะมีผลดีต่อการเรียนการสอนด้วย แต่อาจต้องมีปัจจัยอื่นประกอบ ซึ่งก็ต้องมาแก้ไข ทั้งเรื่องหลักสูตร อุปกรณ์การเรียนการสอน ความพร้อมของเด็ก สถานที่เรียน สภาพแวดล้อม และส่วนหนึ่งก็คือความพร้อมของครู 
 
          "ผมจะขอให้เลขาธิการ กพฐ. (นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) มาช่วยวิเคราะห์ วิจัยผลการประเมิน เพื่อจะได้ร่วมกันหาทางแก้ไขต่อไป" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุ 
 
          ส่วนที่ผลคะแนน PISA ชี้ว่าเด็กไทยคิดไม่เป็นนั้น นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า อยากให้ดูผลงานของเด็กที่นำไปโชว์ในงานเมืองหัตถศิลป์ ถิ่นโภชนา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 -6 ก.ย.ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้าง ศธ. จะเห็นได้ว่าเด็กไทยคิดเป็น ทำเป็น ขายเป็น
"ชินภัทร" ชี้ 3 จุดอ่อน "ครู-นร.-อาชีวะ"
 
          ด้าน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า โดยส่วนตัวเข้าใจว่ารายงานของ WEF จะวิเคราะห์ระบบการศึกษาของแต่ละประเทศในฐานะของการผลิตกำลังคนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาเศรษฐกิจ มองการศึกษาว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นอาจมีการเปรียบเทียบเม็ดเงินที่ใช้ลงทุนด้านการศึกษาและผลที่ได้รับกลับมา ซึ่งประเทศไทยมีสัดส่วนการลงทุนด้านการศึกษาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี สูงแต่ได้ผลตอบแทนต่ำ จึงทำให้อันดับอยู่ต่ำกว่าประเทศอื่นซึ่งลงทุนต่อจีดีพีต่ำกว่า แต่ได้คุณภาพสูงกว่า
 
          นายชินภัทร กล่าวต่อว่า การจัดอันดับของ WEF จะมอง 3 ส่วนหลัก ประเด็นแรก คือ คุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีปัจจัยสำคัญในการชี้วัดความสำเร็จคือคุณภาพและสมรรถนะของครู ในส่วนของประเทศไทยมีการลงทุนเกี่ยวกับบุคลากรสูง โดยเฉพาะเงินเดือนครู แต่ไม่สัมพันธ์กับคุณภาพการศึกษาที่ได้รับกลับคืน ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับผลวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) อยู่แล้ว และเป็นประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญ มีนโยบายเพิ่มคุณภาพและสมรรถนะของครู รวมทั้งปรับระบบการประเมินครูให้เป็นการประเมินที่สัมพันธ์กับคุณภาพของผู้เรียน และประเมินจากผลการสอนจริง
 
          ประเด็นที่ 2 น่าจะดูจากทักษะของนักเรียน โดยให้ความสำคัญกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยหลักประกอบด้วย 3 สมรรถนะหลัก คือ สมรรถนะทางด้านการคิด สมรรถนะทางด้านภาษา และสมรรถนะทางด้านไอซีที 
          ประเด็นที่ 3 ประเมินจากอัตรากำลังคนทางด้านอาชีวะ ซึ่งเป็นกำลังคนที่สำคัญมากในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่ผู้เรียนสายอาชีวะของไทยยังมีจำนวนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่คุณลักษณะของผู้เรียนสายอาชีพก็ยังไม่ถึงระดับอินเตอร์เนชันแนล เพราะฉะนั้นจุดบกพร่องทั้ง 3 เรื่องนี้ของไทย โดยเฉพาะในเรื่องอัตรากำลังคนในสายอาชีวะ จะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ สพฐ.นำไปศึกษาเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป
พัฒนาไม่ต่อเนื่อง-เปลี่ยน รมต.บ่อย
 
          นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลของ WEF มีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่งอยู่แล้ว และจากข้อมูลนี้ น่าจะทำให้ประเทศไทยเกิดความตื่นตัวว่าทำไมการจัดการศึกษาของไทยจึงแพ้กัมพูชา
 
          "ปัญหาของบ้านเรายังย่ำอยู่ที่เดิมเหมือนติดหล่ม เช่น ตอนนี้เรามีปัญหาเด็ก 1.6 ล้านคนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นปัญหาเดิมที่เราพยายามแก้มาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่ากลไกทางด้านการศึกษาของเราตายซาก นโยบายเปลี่ยนบ่อย ตัวรัฐมนตรีก็เปลี่ยนบ่อย ขณะที่นโยบายด้านการศึกษาของประเทศเพื่อนบ้านมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีเป้าหมายอยู่ที่เด็กและเยาวชน ซึ่งหากจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ รัฐบาลต้องดูแลเรื่องปัญหาเยาวชนให้มากขึ้น รวมถึงอาจจะต้องมีการกำหนดไว้ในกฎหมายเพื่อให้เป็นการบังคับไปในตัว โดยไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนเข้ามาจะต้องเดินหน้าพัฒนาการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่อง" 
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ศธ.สั่งวิเคราะห์การศึกษาไทยรั้งท้าย'ชินภัทร'ชี้ 3 จุดอ่อน'ครู-นร.-อาชีวะ'

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^