LASTEST NEWS

29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 28 เม.ย. 2560กศจ.กรุงเทพ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กปฐมวัย (วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560

ส่งนร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวะ กระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ

  • 19 ส.ค. 2556 เวลา 08:55 น.
  • 527 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ส่งนร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวะ กระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ส่งนร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวะ กระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ
 
      “จาตุรนต์” สั่ง สอศ.ศึกษาความเป็นไปได้ จากตัวอย่างในต่างประเทศ ส่ง นร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวศึกษา และทดลองเรียน 2 สัปดาห์ หรืออย่างน้อยจัดให้ร.ร.จัดโปรแกรมไปทัศนศึกษา หวังกระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ
 
        นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า มีงานวิจัยจากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการสร้างกำลังคนสายอาชีพ เช่น เยอรมัน พบว่า การให้นักเรียนสายสามัญเข้าไปเรียนรู้ในสถาบันอาชีวศึกษาเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 2 สัปดาห์ ช่วยให้เด็กเข้าใจการเรียนสายอาชีพและสนใจเลือกเรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น จึงได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นำแนวคิดนี้ไปศึกษาความเป็นไปได้ เพราะต้องการนำแนวคิดนี้มาใช้กับนักเรียนมัธยมในประเทศไทยบ้าง อย่างน้อยถ้าไม่สามารถส่งนักเรียนไปทดลองเรียนได้ ก็อาจทำในลักษณะจัดโปรแกรมไปทัศนศึกษาดูการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่อยู่ใกล้ ๆ โรงเรียน
       
        “อยากให้นักเรียน ม.3 หรือ ม.6 ได้มีโอกาสไปเรียนในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเป็นช่วงเวลาสั้น ต่างประเทศให้เด็กไปทดลองเรียนประมาณ 2 สัปดาห์ หรือบางประเทศก็ 1 เดือน ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ว่า การเรียนสายอาชีพในสาขาวิชาต่าง ๆ นั้น เขาเรียนอะไรกันบ้าง ได้มีโอกาสรู้ว่าสายอาชีพเรียนจบอออกมาแล้วมีงานทำซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การเปลี่ยนทัศนคติของเด็ก การสร้างค่านิยมว่า เรียนสายอาชีพจบออกมาแล้วมีงานทำ ส่งผลอย่างมากต่อนโยบายดึงดูดให้เด็กมาเรียนสายอาชีพมากขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพต่อสายสามัญเป็น 51:49”รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า ทั้งนี้ สอศ.จะต้องดำเนินการหลาย ๆ ด้านไปพร้อมกันเพื่อให้นโยบายปรรับสัดส่วนผู้เรียนประสบความสำเร็จ แต่สิ่งสำคัญสุด คือ ต้องเปลี่ยนค่านิยมการเรียนสายอาชีพให้ได้ สื่อสารกับผู้ปกครองและนักเรียนให้เข้าใจว่าผู้ที่เรียนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีโอกาสทำรายได้สูงกว่าผู้ที่จบปริญญาตรี
       
        นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า นอกจากการปรับเปลี่ยนเรื่องค่านิยมแล้วตนได้ย้ำกับ สอศ. จะต้องปรับเปลี่ยนระบบแนะแนวด้วย ปัจจุบันยังมีปัญหาแย่งเด็กระหว่างสายสามัญกับสายอาชีพอยู่ เพราะฉะนั้นต้องทำความเข้าใจกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไม่ให้แย่งเด็กหรือปิดกั้นเด็กมาเรียนสายอาชีพ ในโรงเรียนจะต้องมีการให้ความรู้ในการเรียนสายอาชีพแก่เด็กมากขึ้น ระบบแนะแนวจะต้องปรับให้มีประสิทธิภาพและต้องสื่อสารไปยังผู้ปกครองด้วย
       
        “มีความเป็นไปได้ในการปรับสัดส่วนสูงเพราะกรรมการบอร์ด กอศ.ส่วนภาคเอกชน ที่ดูแลนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้ข้อมูลว่าเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมแห่งนั้นที่เดียวต้องการแรงงานฝีมือ ภายใน 5 ปีกว่า 5 แสนคน ขณะที่ยอดนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนต้น มีแค่ 9 แสนคนหากครึ่งหนึ่งหรือ 5 แสนคนเลือกเรียนต่อสายอาชีพแล้ว เฉพาะนิคมอุตสาหกรรมแห่งนั้นต้องการคนปีละกว่า 1 แสนคน เพราะฉะนั้น การเพิ่มผู้เรียนสายสามัญไม่มีปัญหาเรื่องตำแหน่งงานรองรับ แต่ สอศ.จะต้องจัดระบบให้ดี เพราะตัวเลขผู้เรียนจะต้องเพิ่มขึ้นมาก”นายจาตุรนต์ กล่าว
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ส่งนร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวะ กระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^