LASTEST NEWS

10 ธ.ค. 2559สพม.20 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 14 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 10 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.เลย เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 6 อัตรา สมัคร12-18ธ.ค.2559 09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา

ส่งนร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวะ กระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ

  • 19 ส.ค. 2556 เวลา 08:55 น.
  • 514 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ส่งนร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวะ กระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ส่งนร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวะ กระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ
 
      “จาตุรนต์” สั่ง สอศ.ศึกษาความเป็นไปได้ จากตัวอย่างในต่างประเทศ ส่ง นร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวศึกษา และทดลองเรียน 2 สัปดาห์ หรืออย่างน้อยจัดให้ร.ร.จัดโปรแกรมไปทัศนศึกษา หวังกระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ
 
        นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า มีงานวิจัยจากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการสร้างกำลังคนสายอาชีพ เช่น เยอรมัน พบว่า การให้นักเรียนสายสามัญเข้าไปเรียนรู้ในสถาบันอาชีวศึกษาเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 2 สัปดาห์ ช่วยให้เด็กเข้าใจการเรียนสายอาชีพและสนใจเลือกเรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น จึงได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นำแนวคิดนี้ไปศึกษาความเป็นไปได้ เพราะต้องการนำแนวคิดนี้มาใช้กับนักเรียนมัธยมในประเทศไทยบ้าง อย่างน้อยถ้าไม่สามารถส่งนักเรียนไปทดลองเรียนได้ ก็อาจทำในลักษณะจัดโปรแกรมไปทัศนศึกษาดูการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่อยู่ใกล้ ๆ โรงเรียน
       
        “อยากให้นักเรียน ม.3 หรือ ม.6 ได้มีโอกาสไปเรียนในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเป็นช่วงเวลาสั้น ต่างประเทศให้เด็กไปทดลองเรียนประมาณ 2 สัปดาห์ หรือบางประเทศก็ 1 เดือน ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ว่า การเรียนสายอาชีพในสาขาวิชาต่าง ๆ นั้น เขาเรียนอะไรกันบ้าง ได้มีโอกาสรู้ว่าสายอาชีพเรียนจบอออกมาแล้วมีงานทำซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การเปลี่ยนทัศนคติของเด็ก การสร้างค่านิยมว่า เรียนสายอาชีพจบออกมาแล้วมีงานทำ ส่งผลอย่างมากต่อนโยบายดึงดูดให้เด็กมาเรียนสายอาชีพมากขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพต่อสายสามัญเป็น 51:49”รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า ทั้งนี้ สอศ.จะต้องดำเนินการหลาย ๆ ด้านไปพร้อมกันเพื่อให้นโยบายปรรับสัดส่วนผู้เรียนประสบความสำเร็จ แต่สิ่งสำคัญสุด คือ ต้องเปลี่ยนค่านิยมการเรียนสายอาชีพให้ได้ สื่อสารกับผู้ปกครองและนักเรียนให้เข้าใจว่าผู้ที่เรียนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีโอกาสทำรายได้สูงกว่าผู้ที่จบปริญญาตรี
       
        นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า นอกจากการปรับเปลี่ยนเรื่องค่านิยมแล้วตนได้ย้ำกับ สอศ. จะต้องปรับเปลี่ยนระบบแนะแนวด้วย ปัจจุบันยังมีปัญหาแย่งเด็กระหว่างสายสามัญกับสายอาชีพอยู่ เพราะฉะนั้นต้องทำความเข้าใจกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไม่ให้แย่งเด็กหรือปิดกั้นเด็กมาเรียนสายอาชีพ ในโรงเรียนจะต้องมีการให้ความรู้ในการเรียนสายอาชีพแก่เด็กมากขึ้น ระบบแนะแนวจะต้องปรับให้มีประสิทธิภาพและต้องสื่อสารไปยังผู้ปกครองด้วย
       
        “มีความเป็นไปได้ในการปรับสัดส่วนสูงเพราะกรรมการบอร์ด กอศ.ส่วนภาคเอกชน ที่ดูแลนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้ข้อมูลว่าเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมแห่งนั้นที่เดียวต้องการแรงงานฝีมือ ภายใน 5 ปีกว่า 5 แสนคน ขณะที่ยอดนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนต้น มีแค่ 9 แสนคนหากครึ่งหนึ่งหรือ 5 แสนคนเลือกเรียนต่อสายอาชีพแล้ว เฉพาะนิคมอุตสาหกรรมแห่งนั้นต้องการคนปีละกว่า 1 แสนคน เพราะฉะนั้น การเพิ่มผู้เรียนสายสามัญไม่มีปัญหาเรื่องตำแหน่งงานรองรับ แต่ สอศ.จะต้องจัดระบบให้ดี เพราะตัวเลขผู้เรียนจะต้องเพิ่มขึ้นมาก”นายจาตุรนต์ กล่าว
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ส่งนร.สายสามัญดูงานวิทยาลัยอาชีวะ กระตุ้นตัวเลขเด็กเรียนสายอาชีพ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^