LASTEST NEWS

22 ก.พ. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) เงินเดือน 19,500 บาท มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 22 ก.พ. 2560เช็คยอดสมัครที่นี่! กางสรุปยอดสมัคร สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 22 ก.พ. 2560ไม่มีวุฒิครูเชิญเลย! ม.ธุรกิจบัณฑิต เปิดรับ ป.โท ชนิดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 22 ก.พ. 2560สำรวจ 2 ช่องทาง ป.ตรีอื่น อยากเป็นครู 22 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสัดส่วนรับ ม.1 โรงเรียนต่างจังหวัด ทั่วประเทศ 224 โรง 22 ก.พ. 2560ดึง รร.นานาชาติติวครูผู้ช่วย สพฐ. 22 ก.พ. 2560ผลประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ 8/2560 เมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 22 ก.พ. 2560ช่วย"รร.เอกชน" เสนอตำแหน่ง วิชาการให้ครู 21 ก.พ. 2560+ มีลูกมีหลานบอกต่อ + คัดเน้นๆ ข่าวเปิดสอบรับราชการ 6,070 อัตรา รับทั่วประเทศ เช็คเลย! 21 ก.พ. 2560เช็คด่วนที่นี่! สรุปตำแหน่งว่าง/กลุ่มวิชา 4,649อัตรา เปิดสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทั่วประเทศ

ค้านเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์เด็กประเมินครู

  • 13 ส.ค. 2556 เวลา 20:58 น.
  • 521 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ค้านเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์เด็กประเมินครู

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ค้านเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์เด็กประเมินครู
ค้านเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์เด็ก ประเมินวิทยฐานะครูผู้บริหารสถานศึกษา หวั่นโรงเรียนต่างจังหวัดเสียเปรียบ
 
ผศ.ดร.สุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (มรม.) ฐานะประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) กล่าวว่า จากกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนให้มีผลต่อเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะของครูและผู้บริหารสถานศึกษา เป็นอย่างน้อยร้อยละ 50 นั้น เห็นว่าการพิจารณาเฉพาะผลลัพธ์หรือผลสัมฤทธิ์ที่เพิ่มสูงขึ้นเพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม เนื่องจากคุณภาพผู้เรียนในแต่ละโรงเรียนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะโรงเรียนตามต่างจังหวัดซึ่งนักเรียนมีความขัดสนในทุกด้าน จึงอาจไม่สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ได้มากเท่ากับนักเรียนในเมือง ฉะนั้นแนวทางที่เหมาะสมคือ การประเมินวิทยฐานะควรเน้นพัฒนาการที่เพิ่มมากขึ้นของผู้เรียนในทุกด้าน ทั้งด้านบุคลิกภาพและคุณภาพการเรียน ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมหาวิธีคำนวณเกณฑ์การพัฒนาของผู้เรียนในกรณีที่ผู้เรียนนั้นได้ผลสัมฤทธิ์สูงอยู่แล้ว จึงอาจมีพัฒนาการที่สูงขึ้นได้ยากกว่าผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่า ตัวอย่างเช่น บางโรงเรียนรับนักเรียนชั้น ม.4 ที่มีผลการเรียนดีอยู่แล้วเข้ามา ดังนั้นการจะพัฒนาให้เพิ่มขึ้นไปอีก ย่อมยากกว่าการพัฒนาเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่า เป็นต้น
 
“ระบบการประเมินวิทยฐานะจะมีผลถึงการจูงใจให้คนดีคนเก่งอยากมาเป็นครูด้วย ดังนั้นผมอยากเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนระบบความก้าวหน้าในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งควรพิจารณาจากการเป็นครูดีครูเก่ง ไม่ใช่เอาครูที่ท่องหนังสือเก่งแล้วสอบข้อเขียนได้คะแนนสูงมาเป็นผู้บริหาร แต่กลับสอนไม่เป็น พร้อมกันนี้ควรกระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะหรือเลือกผู้บริหารโรงเรียน แทนการมอบหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาทำหน้าที่ ซึ่งจะไม่สามารถเข้าถึงทุกโรงเรียนได้อย่างแท้จริง”ผศ.ดร.สุรวาทกล่าว
 
ด้าน นายจักรพล แสนเมือง ผอ.โรงเรียนบ้านเชียงยืน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวนโยบายดังกล่าว เพราะเด็กตามต่างจังหวัดมักจะเรียนอ่อนกว่าเด็กในเมือง อีกทั้ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้กำหนดมาตรฐานไว้ให้เด็กเก่งดีมีความสุข แล้วทำไมรัฐบาลจึงมุ่งแต่คะแนนทางการเรียน นอกจากนี้อยากเสนอให้พิจารณาเรื่องปริมาณความรับผิดชอบของครูต่อสัดส่วนจำนวนครูและนักเรียนในแต่ละโรงเรียนด้วย เช่น โรงเรียนบ้านเชียงยืน มีนักเรียน 1,300 คน ครู 63 คน ถือว่ามีครูน้อยแต่ภาระงานมาก ดังนั้นการให้ครูผู้สอนพัฒนาคุณภาพจึงทำได้ไม่เต็มที่.
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ค้านเพิ่มสัดส่วนผลสัมฤทธิ์เด็กประเมินครู

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^