LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กศน.อุตรดิตถ์ เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป สมัครตั้งแต่บัดนี้-9ธ.ค.2559 05 ธ.ค. 2559ช.พ.ค.สูงวัยหยุดส่งเงินรายศพเริ่มม.ค.60 05 ธ.ค. 2559สทศ.รับสมัครสอบแกต-แพตครั้งที่2 05 ธ.ค. 2559ศธ. ชงเกรด1.00 มีสิทธิกู้ กยศ. 05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต

เด็ก-ผู้ปกครองโวย ร.ร.ยังบังคับเด็กไถเกรียน

  • 05 มิ.ย. 2556 เวลา 21:49 น.
  • 1,586 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เด็ก-ผู้ปกครองโวย ร.ร.ยังบังคับเด็กไถเกรียน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ผู้ปกครอง-นร.โวย ร.ร.ยังบังคับเด็กไถเกรียน ไม่ยอมทำตามนโยบาย ศธ.
       
       นายประแสง มงคลศิริ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ได้มีหนังสื่อสั่งการถึงหัวหน้าส่วนราชการที่มีสถานศึกษาในสังกัด เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียน โดยให้นักเรียนชายเลิกไถเกรียน และไว้ผมรองทรงได้ แต่ความยาวด้านหลังต้องไม่เกินตีนผม ส่วนนักเรียนหญิงให้ไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวต้องรวบให้เรียบร้อย โดยให้สถานศึกษาปฏิบัติเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียนเป็นแนวทางทางเดียวกัน และหากสถานศึกษาใดไม่ปฏิบัติตามให้ร้องเรียนมาที่กระทรวงศึกษาธิการนั้น
 
ล่าสุดตนได้รับการร้องเรียนจากนักเรียนว่ามีสถานศึกษาหลายแห่งไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติดังกล่าว ตนจึงได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวพบว่ามีการร้องเรียนจากผู้ปกครองและนักเรียนผ่านสายด่วนการศึกษา 1579 กรณีดังกล่าวจำนวน 38 เรื่อง ทั้งนี้เรื่องที่ร้องเรียนส่วนใหญ่จะระบุว่าโรงเรียนได้รับหนังสือเวียนจาก ศธ.และได้มีการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาแล้ว แต่ยังปฏิบัติโดยยึดตามระเบียบเดิมโดยบังคับนักเรียนไถเกรียน ในขณะที่สถานศึกษาบางแห่งปกติจะอนุญาตให้นักเรียนหญิงไว้ผมยาวแล้วรวบผมเรียบร้อย แต่หลังกระทรวงศึกษาธิการออกประกาศกลับให้นักเรียนตัดผมสั้น รมว.ศึกษาธิการ จึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งให้ สพฐ.ดำเนินการแจ้งสถานศึกษา เพื่อย้ำให้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันอีกครั้ง
       
       ด้าน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ได้เคยทำหนังสือแจ้งไปผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึษามัธยมศึกษาทุกเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อแจ้งไปยังสถานศึกษาในสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียนและขอให้สถานศึกษาปฎิบัติเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียนเป็นแนวทางเดียวกัน โดยให้ยึดกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ.2518 ออกตามความในประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน 2515 เป็นหลักก่อน ได้แก่

1.นักเรียนชายให้ไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ หากไว้ผมยาวด้านข้างและด้านหลังต้องยาวไม่เลยตีนผม เช่น แบบทรงผมรองทรง และ

2.นักเรียนหญิง ให้ไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวต้องรวบให้เรียบร้อย

ฉะนั้นตนขอย้ำให้โรงเรียนได้ยึดตามแนวปฏิบัตินี้แต่หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามก็ต้องรับผิดชอบ
       
       “ทั้งนี้ในส่วนของโรงเรียนบางแห่งที่จะมีแนวปฏิบัติด้วยการเน้นความเป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนก็ทำได้และขึ้นอยู่กับการพิจารณาของฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน ส่วนนักเรียนที่อาจไม่เห็นด้วยกับแนวปฏิบัติของโรงเรียนก็สามารถเสนอความเห็นผ่านคณะกรรมการภาคีเครือข่ายฝ่ายต่างๆ ได้ จะทำให้เรื่องจบได้ภายในโรงเรียน” เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม การที่โรงเรียนจะกำหนดเกี่ยวกับทรงผมนักเรียนควรให้ทุกฝ่าย อาทิ นักเรียน ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : เด็ก-ผู้ปกครองโวย ร.ร.ยังบังคับเด็กไถเกรียน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^