LASTEST NEWS

06 ธ.ค. 2559เปิดเงินเดือนของ "ประธานองคมนตรี องคมนตรี และรัฐบุรุษ" 06 ธ.ค. 2559สพป.นครราชสีมา เขต 5 เปิดสอบพนักงานราชการครู 2 อัตรา สมัคร8-14ธ.ค.2559 06 ธ.ค. 2559พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี 06 ธ.ค. 2559(ไม่มีวุฒิครู อยากได้วุฒิ) เช็ครายชื่อสถาบันที่เปิดสอน ป.โท วิชาชีพครู ที่ คุรุสภารับรอง 06 ธ.ค. 2559ศธจ.นนทบุรีเผยผลสอบ ผอ.ร.ร. สอบผ่านภาค ก 75% 06 ธ.ค. 2559สคบท.หนุนไม่เพิ่ม ‘เงินเดือน-วิทยฐานะ’ ดัดหลังครูแห่เรียน ป.โท-เอก ไม่ตรงวิชาที่สอน ทำคุณภาพการศึกษา ปท.ดิ่ง 06 ธ.ค. 2559"อยากเป็นครู" เลือกเรียน หลักสูตรผลิตครู 06 ธ.ค. 2559ด่วนที่สุด การคัดเลือกข้าราชการเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง สังกัด สป.ศธ. 05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา

มวยล้มต้มคนดู...? แกะรอยขบวนการทุจริตสอบ "ครูผู้ช่วย"

  • 22 มี.ค. 2556 เวลา 08:06 น.
  • 3,294 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
มวยล้มต้มคนดู...? แกะรอยขบวนการทุจริตสอบ "ครูผู้ช่วย"

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

“ทุจริตสอบครูผู้ช่วย”
 
เรื่องฉาวโฉ่ซึ่งสร้างรอยด่างให้กับ “แวดวงการศึกษาชาติ” อย่างหนักหนาสาหัสที่เกิดขึ้นหลังเปิดศักราชใหม่ ปี 2556 เพียงไม่กี่วัน
 
“ทีมข่าวการศึกษา” ขอทำหน้าที่ฉายภาพสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสังคมและร่วมกันจับตา การทำหน้าที่ตรวจสอบ รวมถึงการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างจริงจัง เพื่อกำจัดหนอนบ่อนไส้ให้หมดไปจากวงการศึกษาชาติ

วันที่ 13 ม.ค.56 คือวันที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดให้มีการสอบเพื่อคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ ว 12 ในเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ
 
แต่ก่อนถึงวันสอบเพียงไม่กี่วัน ก็เริ่มมีกระแสเล็ดลอดออกมาถึงความไม่ชอบมาพากลในการสอบครูผู้ช่วยโดยขบวนการที่พยายามกระทำการทุจริตมีเครือข่ายใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นในที่สุดเมื่อเรื่องดังกล่าวเข้าหู นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ทำให้เกิดความกังวลใจเป็นอย่างมาก และแจ้งให้ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปตรวจสอบ ด้วยหวังว่าจะ “ตัดไฟแต่ต้นลม” 
 
หากพบความไม่ชอบมาพากล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลาย
 
แต่เพียงชั่วข้ามคืน ก็ได้รับการยืนยันอย่างหนักแน่น จากผู้บริหาร สพฐ.ว่าจากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติ และระบุให้ต้องมีการเดินหน้าสอบครูผู้ช่วยตามกำหนดการเดิม โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากนายเสริมศักดิ์ จนสุดท้ายเมื่อการสอบเป็นไปตามกำหนดการเดิม ก็เกิดกรณีการทุจริตขึ้นจริง จนเป็นเรื่องราวฉาวโฉ่ออกสู่สังคมในที่สุด
 
ทันทีที่ปรากฏมีการจับทุจริตในการสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ขึ้นจริง นายเสริมศักดิ์จึงแต่งตั้งนายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตสอบครูผู้ช่วยขึ้น เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบขบวนการทุจริตสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ ทำให้พบเส้นทางของผู้ที่เข้ามาร่วมขบวนการหลายกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มนายทุนใหญ่ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ที่กล้าทุ่มเม็ดเงินก้อนใหญ่ถึง 200 ล้านบาท ให้กับ “นายใหญ่” เพื่อแลกกับข้อสอบทั้งหมด 4 ชุดวิชา วิชาละ 50 ข้อ จำนวน 30 สาขาวิชาเอก พร้อมเฉลยคำตอบ
 
ขณะที่อีกจุดซึ่งน่าสังเกต และถือเป็นข้อพิรุธ คือ การจัดสอบครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติในการสอบ ทำให้เกิดความหละหลวม เพื่อเอื้อต่อการเกิดทุจริตได้ง่าย นับตั้งแต่การตัดการสอบสัมภาษณ์ เหลือเพียงการสอบภาค ก และภาค ข
 
ทั้งยังพบพิรุธเรื่องขยายวันรับสมัครและการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าสอบ จากเดิมกำหนดให้กลุ่มพนักงานราชการตำแหน่งครูผู้สอน และพนักงานราชการตำแหน่งครูพี่เลี้ยงสามารถสมัครเข้าสอบได้ แต่ สพฐ.กลับมีการขยายวันรับสมัครจากเดิมวันที่ 6-12 ธ.ค.55 และเปิดรับสมัครรอบที่ 2 อีกครั้งในวันที่ 28-30 ธ.ค.55 ทั้งยังเปิดช่องให้กลุ่มครูอัตราจ้างทั่วไป และอัตราจ้างด้วยงบประมาณ SP2 สามารถเข้ามาสมัครสอบในครั้งนี้ได้ด้วย เพราะหากมีเฉพาะกลุ่มแรก จะมีผู้สมัครไม่มาก เมื่อกลุ่มนายทุนบวกลบคูณหารกับเงินที่ต้องควักลงทุนไปสูงถึง 200 ล้านบาทแล้ว อาจจะยังมีกำไรจากกลุ่มลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อเฉลยคำตอบไม่มากพอ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น
 
ทุจริตสอบครู
 
และจากข้อมูลของพยานบุคคลปากสำคัญที่ยอมรับสารภาพกับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงยังชี้ชัด เพราะระบุว่า “จ่ายเงินค่าเฉลยคำตอบ 400,000 บาท หรือบางคนอาจจะถูกนายหน้าบวกเพิ่มมากกว่านั้น ซึ่งคำนวณเป็นตัวเลขกลมๆ หากเครือข่ายของขบวนการนี้ต้องการหาลูกค้าให้ได้ 1,000 คน เมื่อคูณ 400,000 บาท ก็จะเป็นเงินก้อนใหญ่ที่จะเข้ากระเป๋าขบวนการโกงสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ถึง 400 ล้านบาท หักลบกลบหนี้แล้วก็จะมีกำไรสูงถึง 200 ล้านบาท”
 
ขณะที่ สพฐ.เองก็ยังไม่สามารถตอบคำถามสังคม กรณีที่มีการแยกย่อยข้อสอบเป็นชุดเล็ก จากเดิมจะสอบภาค ก เช้าสอบ 100 ข้อ บ่าย 100 ข้อ แต่การสอบครั้งนี้กลับแยกสอบภาค ก ออกเป็น 4 ชุด ชุดละ 50 ข้อ เช้าสอบ 2 ชุด และบ่ายอีก 2 ชุด เว้นพักระหว่างสอบแต่ละชุด 1 ชั่วโมง ซึ่งประเด็นนี้คณะกรรมการวิเคราะห์ว่า เพื่อให้ผู้เข้าสอบง่ายต่อการจดจำไปสอบ แต่ก็พบว่าผู้เข้าสอบหลายรายจำไม่ได้และเลือกที่จะจดเป็นโพยกระดาษคำตอบ หรือจดใส่ยางลบเข้าห้องสอบไปด้วย และที่กล้าหน่อยก็อาจจะนำเครื่องมือสื่อสารระบบสั่นเข้าห้องสอบไปด้วยจนถูกจับได้ในที่สุด
 
ที่สำคัญกลุ่มเครือข่ายโกงสอบครูผู้ช่วยนี้ยังมีการบริหารจัดการแบบครบวงจร โดยการจัดสรรให้ผู้ที่จะสมัครสอบไปสมัครสอบข้ามเขต สพท. เพื่อไม่ให้ทับซ้อนเขตพื้นที่เดียวกัน เป็นการการันตีว่าทุกคนที่ยอมจ่ายเงินจะได้รับการบรรจุทุกคน
 
จากข้อมูลเชิงลึกของคณะกรรมการยังพบกลุ่มเครือข่ายการทุจริตสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ถึง 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นเครือข่าย “นายใหญ่” ซึ่งรับเงินมาจากกลุ่มนายทุนในจังหวัดขอนแก่น 200 ล้านบาท เพื่อให้กำหนดรูปแบบการสอบที่ง่ายและเอื้อต่อการทุจริต มีกลุ่มผู้บริหารโรงเรียน อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน สพท. และผู้อำนวยการ สพท. บางแห่ง เป็นนายหน้าหาลูกค้าให้ได้ 1,000 คน ซึ่งกลุ่มนายหน้าแต่ละคนสามารถบวกเพิ่มค่าหัวคิวได้เอง จาก 400,000 บาท บางรายอาจราคาสูงขึ้นไปเป็น 650,000-700,000 บาท

 
กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มของผู้บริหารระดับสูงบางคนใน สพฐ. ที่ให้นายหน้าซึ่งเป็นลูกน้องเก่าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นำเฉลยข้อสอบไปปล่อยให้กับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ และมีกลุ่มลูกค้าบางรายนำเฉลยคำตอบไปขายต่อให้กับผู้ใกล้ชิดอีกทอดหนึ่ง ส่งผลให้เกิดกระแสข่าวของการซื้อขายเฉลยคำตอบกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว
 
และนี่เป็นเพียงข้อมูลบางส่วนที่เป็นข้อพิรุธ ซึ่งก่อให้เกิดความค้างคาใจและคำถามจากสังคมต่อการสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ ที่เปรียบเสมือนวงจรอุบาทว์ซึ่งแทรกตัวเข้ามาสร้างรอยด่างให้วงการแม่พิมพ์ของชาติ
 
ทีมข่าวการศึกษา จึงขอตั้งความหวังและเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบคุมบังเหียนกระทรวงศึกษาธิการเร่งเครื่องสะสางความฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นนี้อย่างจริงจังและจริงใจ
 
เพราะหากมัวแต่ทำกันแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่กล้าที่จะกระชากหน้ากาก “ไอ้โม่ง” หรือ “นายใหญ่” และตัวการที่ร่วมขบวนการมารับโทษ อนาคตประเทศชาตินับวันก็จะถอยหลังและดิ่งลงเหว
 
หยุด “มวยล้มต้มคนดู” เสียที...!!!
 
ทีมข่าวการศึกษา
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : มวยล้มต้มคนดู...? แกะรอยขบวนการทุจริตสอบ "ครูผู้ช่วย"

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้


Advertisement
^