LASTEST NEWS

27 พ.ค. 2560มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัยและบุคคลเข้าทำงาน รวม 80 อัตรา 27 พ.ค. 2560ไม่ต้องใช้วุฒิครู (รับปริญญาตรีทุกสาขา) กศน.ตากเปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา 27 พ.ค. 2560( รับสมัคร 18 อัตรา ) สพป.นครราชสีมา เขต 6 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ครูธุรการ (ป.ตรีทุกสาขา) 1-9มิ.ย.60 27 พ.ค. 2560ขออนุมัติจัดสรรงบประมาณปี 2560 (ครั้งที่3) เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างพนักงานราชการตามกรอบรอบที่ 4 27 พ.ค. 2560คำสั่ง สป. เรื่อง มอบอำนาจให้ศึกษาธิการภาค ปฏิบัติราชการแทน 27 พ.ค. 2560อบจ.นนทบุรี เปิดสอบพนักงานจ้างทั่วไป ตำแหน่งนักการภารโรง 34 อัตรา สมัคร 24พ.ค.-1มิ.ย.2560 27 พ.ค. 2560​ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 260/2560 ผลประชุมองค์กรหลัก 19/2560 27 พ.ค. 2560สพม.1 เปิดสอบครูอัตราจ้าง เงินเดือน 15,000บาท สมัคร31พ.ค.-6มิ.ย.60 27 พ.ค. 2560โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เปิดรับสมัครพนักงานขับรถยนต์ เงินเดือน10,000.-บ. สมัคร23พ.ค.-9มิ.ย.60 27 พ.ค. 2560กรมสรรพากร เปิดสอบรับราชการ 587 อัตรา สมัครออนไลน์5-29มิ.ย.60

ศธ.เดินหน้ายกเครื่องหลักสูตรพื้นฐานทั้งระบบ

  • 07 ก.พ. 2556 เวลา 15:59 น.
  • 1,091 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ศธ.เดินหน้ายกเครื่องหลักสูตรพื้นฐานทั้งระบบ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย 
 
คณะที่ 1 คณะกรรมการกำหนดวิสัยทัศน์การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 22 คน มีรมว.ศธ. เป็นประธาน และรมช.ศธ.เป็นรองประธาน ส่วนกรรมการอีก 20 คน อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย  นายกสมาคมหลักสูตรและการสอนแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์เพื่อเป็นแนวทางการปฏิรูปหลักสูตรและวางแนวทางระบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของชาติ และให้ความเห็นชอบระบบการจัดการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องได้ทำการพัฒนาและยกร่างขึ้นมา 
 
ศ.ดร.ภาวิช กล่าวต่อไปว่า สำหรับคณะที่ 2  คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 32 คน มีตนเป็นประธาน โดยมีอำนาจหน้าที่ ได้แก่ 
1.ออกแบบระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะให้ประกาศใช้เป็นระบบการศึกษาของประเทศโดยศึกษาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เปรียบเทียบกับระบบการศึกษาของประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศที่การศึกษามีคุณภาพสูง 
 
2.ยกร่างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ทั้งระบบให้เป็นหลักสูตรที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางวิชาการของโลก สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และพัฒนาสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
 
3.กำหนดรายวิชาต่างๆในหลักสูตร รวมทั้งเนื้อหารายวิชา รายละเอียดการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งลำดับขั้นในการเรียนรู้ของเนื้อหาในรายวิชาต่างๆที่เหมาะกับพัฒนาการของนักเรียนไทย โดยมุ่งให้เกิดระบบการจัดการศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์สูง 
 
4.ดำเนินโครงการตำราเรียนแห่งชาติ ที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยกำหนดโครงสร้างตำราเรียนทุกรายวิชา เพื่อเป็นแนวทางการแต่งตำราเรียนของโรงเรียน ครูอาจารย์ สำนักพิมพ์ และนักวิชาการต่างๆ ทั้งตำราเรียนแบบที่เป็นสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์
 
“ คณะกรรมการยังมีหน้าที่พัฒนาระบบการอนุมัติฉบับตำราเรียนที่มีประสิทธิภาพและมีหลักประกันด้านคุณภาพ  รวมถึงดำเนินการทดสอบหลักสูตรและรายวิชาต่างๆ รวมทั้งตำราเรียนในโรงเรียนนำร่องที่มีความเหมาะสม  วางแผนการประกาศและใช้หลักสูตรใหม่ให้ทั่วทั้งระบบการศึกษาของประเทศ และมีอำนาจในการตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินโครงการให้บรรลุตามเป้าหมาย ซึ่งภายในเดือนนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการทั้งสองชุดเพื่อผลักดันเรื่องนี้กันต่อไป” ที่ปรึกษารมว.ศธ.กล่าว
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ศธ.เดินหน้ายกเครื่องหลักสูตรพื้นฐานทั้งระบบ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^