LASTEST NEWS

26 ก.พ. 2563แนะรัฐผุด“ชิม ช้อป ใช้”ช่วยผู้ปกครองจ่ายค่าเทอม 26 ก.พ. 2563สพม.36 ประกาศผลสอบพนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว แล้ว!! 26 ก.พ. 2563ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้าน 26 ก.พ. 2563เห็นชอบอนุมัติตำแหน่งครูผู้ช่วย สอศ.และ กศน.รวม 1,843 อัตรา 26 ก.พ. 2563กศจ.พิจิตร ขอใช้บัญชีครูผู้ช่วย กศจ.พิษณุโลก จำนวน 6 อัตรา - รายงานตัว 28 กุมภาพันธ์ 2563 26 ก.พ. 2563ข่าวดี ! กศจ.พิจิตร ขอใช้บัญชีครูผู้ช่วย กศจ.นครสวรรค์ 6 อัตรา- รายงานตัว 9 มี.ค.2563 นี้ 26 ก.พ. 2563สอศ.เปิดสอบพนักงานราชการ 13 อัตรา (ไม่ต้องผ่านภาค ก.) สมัครบัดนี้เป็นต้นไป 26 ก.พ. 2563ไม่ต้องผ่านภาค ก 111 อัตรา กรมสรรพากร เปิดรับสมัครพนักงานราชการ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 5 - 26 มีนาคม 2563 26 ก.พ. 2563กทม.สั่งปิด437รร. ช่วง26-28กุมภาพันธ์ ฝุ่นพิษพุ่งทั่วพื้นที่ 26 ก.พ. 2563สพป.บุรีรัมย์ เขต 3 สรุปสถิติยอดผู้สมัครพนักงานราชการ วันแรก 232 อัตรา

“สมศ.” สะกิดครูยุคใหม่ต้องเป็น “ไลฟ์โค้ช”

  • 17 ม.ค. 2563 เวลา 14:58 น.
  • 2,954 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
“สมศ.” สะกิดครูยุคใหม่ต้องเป็น “ไลฟ์โค้ช”
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

“สมศ.” สะกิดครูยุคใหม่ต้องเป็น “ไลฟ์โค้ช”

เผยทักษะ 4 ด้านที่ต้องเติมให้เด็ก “ใช้เทคโนโลยีสอน – กระตุ้นระบบความคิด – สร้างทักษะชีวิต - เปลี่ยนครูเป็นผู้ชี้แนวทาง”


น.ส.ขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวว่า ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การค้นคว้าข้อมูลทำได้อย่างกว้างขวางไม่จำกัดแค่ในหนังสือเรียนเหมือนที่ผ่านมา เพราะเด็กสามารถใช้เครื่องมือสื่อสารค้นคว้าสิ่งต่างๆ ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเช่นนี้ย่อมส่งผลดีกับเด็กนักเรียนในปัจจุบันมากกว่าในอดีต เพราะทำให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ที่อยู่ภายนอกห้องเรียนได้อย่างอิสระ รวมทั้งสามารถพัฒนาความรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างรวดเร็วตามโลกโชเซียล และยังสืบค้นข้อมูลได้เองบนอินเตอร์เน็ตหรือที่เรียกว่าการเรียนรู้ไร้พรมแดน

ด้วยเหตุนี้ ครูในยุคปัจจุบันจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์หรือสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการเรียนรู้ของผู้เรียน ในยุคศตวรรษที่ 21 แล้วยังจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนจากเดิมที่เคยสอนจากหนังสือเรียน หรือการยืนสอนหน้าชั้นเรียนมาเป็นการสอนแบบพี่เลี้ยงด้วยการส่งเสริมทักษะให้เด็กดังนี้

- นำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการสอน เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับบรรยากาศในชั้นเรียน พร้อมส่งเสริมทักษะที่จำเป็นกับเด็กผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งแบบในห้องเรียนและนอกห้องเรียนด้วย พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เด็กเกิดการใฝ่รู้ ใฝ่เรียน สืบค้นข้อมูลเพื่อหาคำตอบเพิ่มเติมด้วยตนเองได้

-กระตุ้นให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าแสดงความเห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ สามารถปรับใช้ได้ในชีวิต พร้อมทั้งสร้างกระบวนการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ กระตุ้นให้เด็กคิดอย่างมีเหตุผล การสังเคราะห์สิ่งต่างๆ แล้วสร้างเป็นแนวคิดใหม่ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเด็กในการเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริง

- เปลี่ยนครูจากผู้สอนให้เป็นผู้ฟัง เนื่องจากเด็กยุคใหม่เริ่มมีความคิดเห็น หรือแนวคิดที่ต่างออกไป ซึ่งครูจะต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราว สิ่งที่ชอบทำ ชอบดู หรือประสบการณ์ที่พบเจอนอกห้องเรียน เพื่อเป็นการลดช่องว่างระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ทำให้รู้จักตัวตนของเด็กมากขึ้น รวมทั้งเป็นช่องทางในการรับรู้ความชอบของผู้เรียนแต่ละคนได้อีกด้วย

-สอนให้เด็กมีทักษะชีวิตสามารถปรับตัวเข้ากับสังคม และมีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งจากสังคมทั่วไปและสังคมออนไลน์ โดยเชื่อมโยงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าไปในบทเรียนเพื่อให้เด็กได้คิดต่อยอด สามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้

“ทุกวันนี้ครูหลายๆ ท่าน ยังมุ่งแต่เพียงการสอนในตำราเรียนอย่างเดียว จึงทำให้เด็กส่วนใหญ่วนอยู่กับการท่องจำเนื้อหาหนักๆ ทำการบ้าน ติวเข้ม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิด หากแต่ต้องเพิ่มสาระในด้านการใช้ชีวิตเพื่อให้เด็กรู้จักปรับตัวหรือรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงเข้าไปด้วย ในบางวิชาเรียน ครูอาจต้องสอดแทรกเหตุการณ์สมมติที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ เพื่อให้เด็กรู้จักแก้ปัญหา มากกว่าท่องจำทฤษฎีที่มีอยู่ในแบบเรียน เช่น คิดวิเคราะห์ง่ายๆ จากข่าวสารที่ฟัง หรือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันสอดแทรกในวิชาสังคม การวิเคราะห์ภาษาระหว่างการใช้ในชีวิตจริงกับการใช้ในโลกออนไลน์ในวิชาภาษาไทย ฯลฯ นอกจากนี้ ครูยังต้องมีทัศนคติเชิงบวกกับเด็กทุกๆ คนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรู้จักที่จะพัฒนาตนเอง”

น.ส.ขนิษฐากล่าวว่า สมศ.ในฐานะหน่วยงานประเมินคุณภาพการศึกษา ได้กำหนดแนวทางประเมินคุณภาพด้านครู เพื่อสะท้อนคุณภาพการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องตามแผนให้อย่างเหมาะสม และช่วยให้เด็กมีความรู้ ความสามารถ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยการประเมินคุณภาพภายนอกตลอด 20 ปีที่ผ่านมาพบว่าครูส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจด้านการประกันคุณภาพการศึกษาคลาดเคลื่อน ไม่ชัดเจน รวมทั้งยังมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงอยู่หลายประการ

ทั้งนี้ การประเมินคุณภาพครูเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ และมีผลต่อคุณภาพของระบบการศึกษาในภาพรวม โดย สมศ.ยังประสงค์ให้ครูปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้เป็นตามเป้าหมายที่กำหนด และเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพ เกิดการเรียนรู้ครบถ้วนตามมาตรฐานคุณภาพที่ระบุไว้ในหลักสูตร ตรงตามความมุ่งหวังของสังคม ดังนั้น ครูทุกคนจำเป็นต้องเพิ่มพูนความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา รวมทั้งใช้ระบบประกันคุณภาพการศึกษาในการทำงาน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพที่ดีขึ้น

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก ::  หนังสือพิมพ์สยามรัฐออนไลน์  วันที่ 16 มกราคม 2563 เวลา 15:49 น.

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^