LASTEST NEWS

19 ต.ค. 2561ยินดีนำเด้อครับ!! กศจ.สมุทรปราการ เรียกบรรจุครู(รอบ2) 217 อัตรา 19 ต.ค. 2561"หมออุดม" กำชับราชภัฏผลิตครูต้องใส่ใจคุณภาพ 19 ต.ค. 2561อาจารย์จุฬาฯติงเปลี่ยนหลักสูตรครู 4 ปีไม่มีเหตุผล 19 ต.ค. 2561สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุเป็นข้าราชการ 5,200 อัตรา สมัคร30ต.ค.-6พ.ย.นี้ 18 ต.ค. 2561กศจ.สุพรรณบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 186 อัตรา 18 ต.ค. 2561ด่วน ! ศธจ.พิษณุโลก เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 2 จำนวน 126 อัตรา 18 ต.ค. 2561กมว.เล็งรื้อเกณฑ์ออกตั๋วครู-ผู้บริหาร 18 ต.ค. 2561ผลิตครู 4 ปี หรือ 5 ปี ขึ้นกับสภามหาวิทยาลัย 18 ต.ค. 2561แฉต้นตอการศึกษาไทยล้าหลัง สร้างพลเมืองเฉื่อยชา เด็กอ่านหนังสือไม่ออก 18 ต.ค. 2561สถานี ก.ค.ศ. การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กรรมการอิสระฯหนุนรร.นิติบุคคลสุดประตู

  • 17 ต.ค. 2560 เวลา 22:32 น.
  • 1,879 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
กรรมการอิสระฯหนุนรร.นิติบุคคลสุดประตู
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

กรรมการอิสระฯหนุนรร.นิติบุคคลสุดประตู

กรรมการอิสระปฏิรูปการศึกษา เห็นชอบผลักดันโรงเรียนนิติบุคคล ชงตั้งหน่วยงานดูแลโรงเรียนที่เปลี่ยนสถานะ ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กที่ยังไม่เป็นนิติบุคคลให้สพฐ.ดูแลต่อไป

วันนี้ (17 ต.ค.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการอิสระฯวันนี้ที่ประชุม ได้พิจารณา ประเด็นการจัดการศึกษารูปแบบโรงเรียนนิติบุคคล โดยมีมติเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ที่มีดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็นประธาน ซึ่งเสนอเรื่องการจัดการศึกษารูปแบบโรงเรียนนิติบุคคลให้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้หรือภายในต้นปีหน้าเป็นอย่างช้า โดยจะมีการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ของคณะทำงานจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา ที่มี ศ.นพ.อุดม คชินทร เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้มีความเห็นที่หลากหลาย แต่ยังไม่ได้มีมติหรือข้อสรุปใด ๆ เนื่องจากเห็นว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีการจัดทำก่อนที่จะมีคณะกรรมการอิสระฯ ดังนั้นที่ประชุมจะรวบรวมข้อเสนอต่าง ๆ ให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พิจารณาสรุปเสนอรัฐบาลต่อไป

ด้าน ดร.ไพรินทร์ กล่าวว่า เรื่องโรงเรียนนิติบุคคลมีการกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แต่ผ่านมา 20 ปี ก็ยังไม่มีความคืบหน้ายังเป็นเพียงนิตินัยเท่านั้น ขณะที่ที่ผ่านมามีผลงานวิจัยมากมายที่ยืนยันชัดเจนว่า โรงเรียนต้องเป็นนิติบุคคลมีความอิสระในการบริหารตนเอง 4 ด้าน ได้แก่ วิชาการ การเรียนการสอน งบประมาณ และบริหารงานทั่วไป แต่จาการรับฟังความเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดการศึกษารูปแบบโรงเรียนนิติบุคคล แต่โรงเรียนของรัฐยังไม่มีความพร้อมที่จะบริหารงานแบบอิสระ 100% เนื่องจากมีความพร้อมและบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างกัน ดังนั้นคณะอนุกรรมการฯจึงได้เสนอให้แบ่งกลุ่มโรงเรียนตามขนาดของโรงเรียนเป็นกลุ่ม ได้แก่ โรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อม โรงเรียนกลุ่มการศึกษาพิเศษ โรงเรียนกลุ่มเครือข่าย/สหวิทยาเขต โรงเรียนกลุ่มที่ไม่มีการเปลี่ยนสถานะ โรงเรียนกลุ่มพิเศษ โรงเรียนเอกชนที่รับเงินอุดหนุน และโรงเรียนเอกชนที่ไม่รับเงินอุดหนุน เป็นต้น และให้ทยอยเข้ารสู่รูปแบบโรงเรียนนิติบุคคลตามความพร้อม โดยจะมีการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมโรงเรียนนิติบุคคลขึ้นทำหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียนนิติบุคคล

“โรงเรียนที่มีความพร้อมสามารถแปรสภาพเป็นนิติบุคคลได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสถานะของครูหรือข้าราชการ ดังนั้นบุคลากรไม่ต้องกังวลเรื่องของสถานภาพ อย่างไรก็ตามสำนักงานส่งเสริมโรงเรียนนิติบุคคลที่จะตั้งขึ้นนั้นขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะขึ้นตรงกับหน่วยงานใด ส่วนโรงเรียนที่ยังไม่แปรสภาพเป็นนิติบุคคลซึ่งจะเป็นกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กนั้นจะยังขึ้นตรงกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ)ต่อไป ทั้งนี้มั่นใจว่าโรงเรียนนิติบุคคลจะช่วยขจัดความเหลื่อมล้ำ ลดภาระการจัดการศึกษาของภาครัฐ ทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้นได้”ดร.ไพรินทร์กล่าว

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2560 เวลา 15.37 น.
Advertisement
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^