LASTEST NEWS

20 ส.ค. 2560กยศ. เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงาน 16 อัตรา (วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,750บ.) 19 ส.ค. 2560สพป.เชียงใหม่ เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ จำนวน 4 อัตรา 19 ส.ค. 2560วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องมีวุฒิครู สพป.สมุทรสาคร เปิดสอบพี่เลี้ยงเด็กพิการ 4 อัตรา 19 ส.ค. 2560สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว 7 อัตรา 19 ส.ค. 2560วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน 19 ส.ค. 2560จ่อคลอดคู่มือเลี้ยงเด็กปฐมวัย 19 ส.ค. 2560ครู2.2หมื่นไม่เสียสิทธิคูปองช้อปปิ้งคอร์ส 19 ส.ค. 2560‘คุรุสภา’ เล็งลดมาตรฐานผลิตครูเหลือ 4 ด้าน ถกเรียนครู 4 ปี 5 ปี 25 ส.ค.นี้ 19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี หารือการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายรายหัวการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2560

  • 17 ส.ค. 2559 เวลา 09:32 น.
  • 7,756 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี หารือการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายรายหัวการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2560

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 336/2559
หารือการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายรายหัวการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2560

 พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือกับผู้บริหาร 5 องค์กรหลัก และหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด (กศน.,สช.) รวมทั้งคณะวิจัยจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายรายหัวการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559 ณ ห้องประชุม MOC กระทรวงศึกษาธิการ



รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สพฐ. และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มานำเสนอและหารือเกี่ยวกับรายงานผลการวิจัยค่าใช้จ่ายรายหัวการศึกษาขั้นพื้นฐานใน 2 เรื่องหลัก คือ ด้านความจำเป็นพื้นฐานของผู้เรียน และด้านความจำเป็นเพิ่มเติมของนักเรียนพิการเรียนร่วมและด้อยโอกาส

 1. ด้านความจำเป็นพื้นฐานของผู้เรียน

ปัจจุบันโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ได้รับค่าใช้จ่ายรายหัว 7 ด้าน คือ 1) ค่าจัดการเรียนการสอน (รวมค่าไฟฟ้าและสาธารณูปโภค) 2) ค่าหนังสือเรียนเฉลี่ยแต่ละระดับ 3) ค่าเครื่องแบบนักเรียน 4) ค่าอุปกรณ์การเรียน 5) ค่ากิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 6) Top-up ปัจจัยยากจน 7) Top-up โรงเรียนขนาดเล็ก

สำหรับรายการในส่วนแรก คือ "เงินอุดหนุนค่าจัดการเรียนการสอน" ที่ผ่านมา สพฐ.ได้กำหนดระเบียบให้ใช้ไว้กว้างขวางมาก ทำให้โรงเรียนนำเงินไปใช้จ่ายปะปนกันเป็นค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าเครื่องปรับอากาศ คอมพิวเตอร์ ค่าขยะ ค่าจัดต้นไม้ ฯลฯ จึงขอให้ สพฐ.จัดหมวดหมู่ค่าจัดการเรียนการสอนให้ชัดเจน ไม่ควรนำงบค่าบริหารจัดการโรงเรียนกับงบการเรียนการสอนไปปนกัน โดยแยกเงินส่วนค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ฯลฯ ออกไปจากส่วนนี้ เพื่อให้ค่าจัดการเรียนการสอนเป็นเงินอุดหนุนรายหัวสำหรับเด็กอย่างแท้จริง ไม่นำไปใช้ผิดประเภท

อย่างไรก็ตาม สพฐ.มีกติกาว่าเงินค่าสาธารณูปโภคจะใช้ได้ไม่เกิน 5% ของเงินอุดหนุนค่าจัดการเรียนการสอน แต่ข้อเท็จจริงพบว่าใช้เกิน จึงขอให้ สพฐ. ไปหารือกับผู้บริหารโรงเรียนถึงสัดส่วนในการจัดหมวดหมู่การใช้งบประมาณที่เหมาะสม และนำผลวิจัยมาหาตัวเลขที่เหมาะสมว่าโรงเรียนขนาดต่างๆ ควรมีห้องเรียนอะไรบ้างหรือต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง เพราะผลวิจัยพบว่าต้องสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้เป็นค่าสาธารณูปโภคต่างๆ จำนวนประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่กระทรวงศึกษาธิการจะพยายามไม่ของบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล แต่จะเน้นไปที่การบริหารจัดการให้เหลืองบประมาณเพียงพอก่อนเป็นลำดับแรก เช่น จะมีการปรับรูปแบบการอบรมสัมมนาในปีงบประมาณ 2560 ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้จัดมากขึ้น ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาเข้ารับการอบรมที่ส่วนกลางน้อยลง อันจะส่งผลให้งบประมาณเหลือมากขึ้น สามารถนำไปใช้จ่ายเป็นค่าอุดหนุนเพิ่มเติมดังกล่าวได้

2. ด้านความจำเป็นเพิ่มเติมของนักเรียนพิการเรียนร่วมและด้อยโอกาส

ที่ผ่านมารัฐไม่ได้อุดหนุนสำหรับนักเรียนในส่วนนี้เป็นพิเศษมาก่อน แต่กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่าควรจะต้องให้การอุดหนุนเงินรายหัวเพิ่มสำหรับนักเรียนพิการเรียนร่วม 337,000 คน แต่ในส่วนของเด็กด้อยโอกาสและเด็กยากจนนั้น จะนำตัวเลขผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยมาประกอบการพิจารณากับตัวเลขที่กระทรวงศึกษาธิการมีอยู่ประมาณ 203,000 คน เพื่อคัดกรองให้ได้ตัวเลขที่แท้จริง และดูแลเด็กด้อยโอกาสและเด็กยากจนได้รับโอกาสทางการศึกษาให้มากขึ้นเช่นกันด้วย

ทั้งนี้ รายงานวิจัยได้เสนอให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับครูพี่เลี้ยงและค่าวัสดุ/สื่อการเรียนการสอนเด็กสองกลุ่มนี้จำนวน 196 ล้านบาท โดยจะขอนำไปหารือกับกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สพฐ. ซึ่งปัจจุบันกองทุนดังกล่าวได้รับเงินจัดสรรจากรัฐปีละ 150 ล้านบาท คาดว่าจะจัดสรรเงินอุดหนุนให้เด็กกลุ่มนี้ได้ทันภายในปีงบประมาณ 2560 เช่นกัน

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 16 สิงหาคม 2559
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^