LASTEST NEWS

22 มิ.ย. 2560รับเยอะ 12 อัตรา สพม.19 เปิดสอบครูอัตราจ้าง ครูวิทย์คณิต ครูขั้นวิกฤต ครูพักนอน ครูธุรการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสวนอนันต์ รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 12,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนวัดราชบพิธ รับสมัครบรรณารักษ์ เงินเดือน 15,000 บาท 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม รับสมัครเจ้าหน้าที่สำนักงาน (ไม่ใช้วุฒิครู) เงินเดือน 15,000บาท 22 มิ.ย. 2560"ชัยพฤกษ์" ดูแลครูรับผลกระทบวิทยฐานะใหม่ 22 มิ.ย. 2560ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 317/2560 ผลประชุมองค์กรหลัก 20 มิถุนายน 2560 22 มิ.ย. 2560โรงเรียนบ้านหนองยาง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขาวิชาเอก 21 มิ.ย. 2560(วุฒิม.6 ขึ้นไป) ไม่ต้องมีวุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการ ครูพี่เลี้ยง เงินเดือน10,430บาท 21 มิ.ย. 2560กู้เงินกยศ. แล้วไม่คืน = โกง (FULLHD) 21 มิ.ย. 2560โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว รับสมัครครูอัตราจ้าง และลูกจ้างชั่วคราว 8 อัตรา สมัคร27มิ.ย.-3ก.ค.60

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 61/2559 การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

  • 08 ก.พ. 2559 เวลา 11:16 น.
  • 1,575 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 61/2559 การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 61/2559
การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

 
 ศึกษาธิการ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู และการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงศึกษาธิการ
 

>>> แนวทางการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำเสนอให้รับทราบถึงข้อดี ข้อเสีย ของการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กระจายอำนาจและมอบให้คณะอนุกรรมการช้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา) เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน

 แต่ในทางปฏิบัติ แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาไม่ได้ออกข้อสอบเอง เพราะมีการกำหนดให้ไปจ้างสถาบันอุดมศึกษาออกข้อสอบและดำเนินการจัดสอบให้ ซึ่งพบปัญหาหลายเรื่อง เช่น งบประมาณในการจัดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยบางเขตฯ สูงมากถึงปีละประมาณ 80 ล้านบาท รวมทั้งมาตรฐานของข้อสอบมีความแตกต่างกันตามที่สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งออกข้อสอบ หลายครั้งมีผู้ผ่านเกณฑ์การสอบเพื่อขึ้นบัญชีน้อยมาก ไม่เป็นไปตามเป้าหมายตำแหน่งว่างที่มีอยู่ รวมทั้งพบปัญหาในการควบคุมการทุจริตในการสอบ

ดังนั้น สพฐ.จึงได้เสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการจัดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย จากเดิมที่ให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการเอง มาเป็นให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ (สทศ.) ดำเนินการตั้งแต่ออกข้อสอบภาค ก และ ข ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณลงได้มาก อีกทั้งผู้เข้าสอบยังสามารถเก็บคะแนนไว้ได้ถึง 2 ปี และเมื่อเขตพื้นที่การศึกษาใดมีประกาศรับสมัครในตำแหน่งว่าง ผู้สมัครสอบก็นำคะแนนนั้นไปยื่นสมัครเขตพื้นที่การศึกษานั้นๆ ได้โดยตรง ซึ่งเขตพื้นที่การศึกษาจะเป็นผู้สัมภาษณ์ภาค ค เพียงขั้นตอนเดียว โดยอาจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครเพิ่มในการไปสอบภาค ค อีก

 รูปแบบการจัดสอบนี้ เป็นลักษณะเดียวกับการสอบเข้ารับราชการของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งดำเนินการสอบภาค ก และ ภาค ข โดยส่วนกลาง แล้วหน่วยงานราชการที่ต้องการก็เรียกไปสัมภาษณ์ ภาค ค เพราะฉะนั้นแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาจะเปิดรับครูเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดรับพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวคิด ที่ประชุมจึงได้มอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปดูข้อกฎหมาย และอาจจัดประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นก่อน หากทุกฝ่ายเห็นชอบตามที่ สพฐ.เสนอ ก็จะพิจารณาถึงการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ โดยเฉพาะมาตรา 47 และ 50 ที่กำหนดให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการจัดสอบนั้น หมายความว่าอย่างไร หมายถึงจัดสถานที่ หรือจัดสอบ และรวมถึงออกข้อสอบด้วยหรือไม่ หากรวมทั้งหมดก็ต้องปรับแก้กฎหมาย

 การปรับปรุงรูปแบบการสอบคัดเลือกครูโดยใช้ข้อสอบกลาง นอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณจำนวนมากได้แล้ว ยังสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานของข้อสอบและการจัดสอบด้วย ที่สำคัญสามารถบอกได้ด้วยว่ามีบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยใดสอบได้บ้าง และได้คะแนนเท่าไร ซึ่งจะทำให้แต่ละมหาวิทยาลัยได้กลับไปพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น



>>> แนวทางการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 ที่ประชุมได้หารือในอีกประเด็น เกี่ยวกับแนวทางการปรับปรุงหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ซึ่งกำลังดำเนินการตามวงรอบการปรับปรุงหลักสูตรทุก 10 ปี ซึ่งกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ สพฐ.จะจัดให้มี Workshop เพื่อหารือในเรื่องนี้ โดยจะเชิญครู ผู้บริหาร นักวิชาการ ผู้แทนครู ผู้ออกข้อสอบระดับชาติในทุกระบบ รวมทั้งผู้แทนจากอาชีวศึกษา และอนุบาล มาร่วมกันหารือ เพื่อให้เกิดการยอมรับการปรับปรุงในเส้นเดียวกัน เพราะการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้จะต้องทำให้เกิดการเชื่อมโยงตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา รวมทั้งเติมเต็มหลักสูตรภาษาอังกฤษด้วย โดย สพฐ.คาดว่าจะสามารถเริ่มทดลองใช้หลักสูตรใหม่ได้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559

รมว.ศึกษาธิการ จึงได้ฝากให้ สพฐ.หาคำตอบจาก Workshop ในครั้งนี้ 4 ประเด็น คือ 1) แต่ละช่วงชั้นควรเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้อะไรบ้างและเพราะอะไร 2) ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ของแต่ละช่วงชั้น ควรมีระยะเวลาเรียนแค่ไหนอย่างไร 3) การคำนึงถึงเนื้อหาในหลักสูตร ทั้งเรื่องที่ต้องรู้ เรื่องที่ควรรู้ และวิธีการตัดไขมันออก (เนื้อหาที่ไม่จำเป็น) เช่น ตัดทิ้ง หรือนำไปรวมในกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้  4) การเปรียบเทียบกับต่างประเทศในบริบทเดียวกัน



ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^