LASTEST NEWS

27 มี.ค. 2560สพฐ.ย้ำขาดครูหนักต้องเปิดช่องไม่มีตั๋วสอบครู 27 มี.ค. 2560ค้านกศจ.77 เปิดสอบครูผู้ช่วยไม่ใช้ตั๋วครู-วอน"บิ๊กตู่"ทบทวน 27 มี.ค. 2560ชงตั้งสภาการศึกษาจังหวัดแทนกศจ. 27 มี.ค. 2560ชี้บอร์ด ก.ค.ศ.ใหม่รวบอำนาจเบ็ดเสร็จ กรรมการไม่กล้าแย้ง เป็นแค่ ‘ตรายาง’ รัฐมนตรี ศธ. 27 มี.ค. 2560อาชีวะจำเป็นต้องใช้คนไม่มีตั๋วครูมาสอน 27 มี.ค. 2560โรงเรียนสันทรายหลวง เปิดสอบครูอัตราจ้าง 4 อัตรา สมัคร 3-12เมษายน 2560 27 มี.ค. 2560รับเยอะ 151 อัตรา กรมบังคับคดี เปิดสอบพนักงานราชการ 127 อัตรา (รอบทั่วไป) และรอบบุคคลพิการ 24 อัตรา 27 มี.ค. 2560โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๕ เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน สมัคร22-28มี.ค.60 27 มี.ค. 2560โรงเรียนวัดสระเกศ รับสมัครครูอัตราจ้าง 4 อัตรา สมัคร 27-31 มี.ค.2560 27 มี.ค. 2560โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ รับสมัครครูอัตราจ้างและเจ้าหน้าที่สำนักงาน รวม 61 อัตรา

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 61/2559 การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

  • 08 ก.พ. 2559 เวลา 11:16 น.
  • 1,566 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 61/2559 การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 61/2559
การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

 
 ศึกษาธิการ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู และการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงศึกษาธิการ
 

>>> แนวทางการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำเสนอให้รับทราบถึงข้อดี ข้อเสีย ของการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กระจายอำนาจและมอบให้คณะอนุกรรมการช้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา) เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน

 แต่ในทางปฏิบัติ แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาไม่ได้ออกข้อสอบเอง เพราะมีการกำหนดให้ไปจ้างสถาบันอุดมศึกษาออกข้อสอบและดำเนินการจัดสอบให้ ซึ่งพบปัญหาหลายเรื่อง เช่น งบประมาณในการจัดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยบางเขตฯ สูงมากถึงปีละประมาณ 80 ล้านบาท รวมทั้งมาตรฐานของข้อสอบมีความแตกต่างกันตามที่สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งออกข้อสอบ หลายครั้งมีผู้ผ่านเกณฑ์การสอบเพื่อขึ้นบัญชีน้อยมาก ไม่เป็นไปตามเป้าหมายตำแหน่งว่างที่มีอยู่ รวมทั้งพบปัญหาในการควบคุมการทุจริตในการสอบ

ดังนั้น สพฐ.จึงได้เสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการจัดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย จากเดิมที่ให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการเอง มาเป็นให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ (สทศ.) ดำเนินการตั้งแต่ออกข้อสอบภาค ก และ ข ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณลงได้มาก อีกทั้งผู้เข้าสอบยังสามารถเก็บคะแนนไว้ได้ถึง 2 ปี และเมื่อเขตพื้นที่การศึกษาใดมีประกาศรับสมัครในตำแหน่งว่าง ผู้สมัครสอบก็นำคะแนนนั้นไปยื่นสมัครเขตพื้นที่การศึกษานั้นๆ ได้โดยตรง ซึ่งเขตพื้นที่การศึกษาจะเป็นผู้สัมภาษณ์ภาค ค เพียงขั้นตอนเดียว โดยอาจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครเพิ่มในการไปสอบภาค ค อีก

 รูปแบบการจัดสอบนี้ เป็นลักษณะเดียวกับการสอบเข้ารับราชการของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งดำเนินการสอบภาค ก และ ภาค ข โดยส่วนกลาง แล้วหน่วยงานราชการที่ต้องการก็เรียกไปสัมภาษณ์ ภาค ค เพราะฉะนั้นแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาจะเปิดรับครูเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดรับพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวคิด ที่ประชุมจึงได้มอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปดูข้อกฎหมาย และอาจจัดประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นก่อน หากทุกฝ่ายเห็นชอบตามที่ สพฐ.เสนอ ก็จะพิจารณาถึงการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ โดยเฉพาะมาตรา 47 และ 50 ที่กำหนดให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการจัดสอบนั้น หมายความว่าอย่างไร หมายถึงจัดสถานที่ หรือจัดสอบ และรวมถึงออกข้อสอบด้วยหรือไม่ หากรวมทั้งหมดก็ต้องปรับแก้กฎหมาย

 การปรับปรุงรูปแบบการสอบคัดเลือกครูโดยใช้ข้อสอบกลาง นอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณจำนวนมากได้แล้ว ยังสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานของข้อสอบและการจัดสอบด้วย ที่สำคัญสามารถบอกได้ด้วยว่ามีบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยใดสอบได้บ้าง และได้คะแนนเท่าไร ซึ่งจะทำให้แต่ละมหาวิทยาลัยได้กลับไปพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น



>>> แนวทางการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 ที่ประชุมได้หารือในอีกประเด็น เกี่ยวกับแนวทางการปรับปรุงหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ซึ่งกำลังดำเนินการตามวงรอบการปรับปรุงหลักสูตรทุก 10 ปี ซึ่งกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ สพฐ.จะจัดให้มี Workshop เพื่อหารือในเรื่องนี้ โดยจะเชิญครู ผู้บริหาร นักวิชาการ ผู้แทนครู ผู้ออกข้อสอบระดับชาติในทุกระบบ รวมทั้งผู้แทนจากอาชีวศึกษา และอนุบาล มาร่วมกันหารือ เพื่อให้เกิดการยอมรับการปรับปรุงในเส้นเดียวกัน เพราะการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้จะต้องทำให้เกิดการเชื่อมโยงตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา รวมทั้งเติมเต็มหลักสูตรภาษาอังกฤษด้วย โดย สพฐ.คาดว่าจะสามารถเริ่มทดลองใช้หลักสูตรใหม่ได้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559

รมว.ศึกษาธิการ จึงได้ฝากให้ สพฐ.หาคำตอบจาก Workshop ในครั้งนี้ 4 ประเด็น คือ 1) แต่ละช่วงชั้นควรเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้อะไรบ้างและเพราะอะไร 2) ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ของแต่ละช่วงชั้น ควรมีระยะเวลาเรียนแค่ไหนอย่างไร 3) การคำนึงถึงเนื้อหาในหลักสูตร ทั้งเรื่องที่ต้องรู้ เรื่องที่ควรรู้ และวิธีการตัดไขมันออก (เนื้อหาที่ไม่จำเป็น) เช่น ตัดทิ้ง หรือนำไปรวมในกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้  4) การเปรียบเทียบกับต่างประเทศในบริบทเดียวกัน



ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก :: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^