LASTEST NEWS

09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป

"เพิ่มเวลารู้" ไร้ผลถ้ายังไม่เลิกสอบ

  • 02 ม.ค. 2559 เวลา 20:02 น.
  • 1,604 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
"เพิ่มเวลารู้" ไร้ผลถ้ายังไม่เลิกสอบ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"เพิ่มเวลารู้" ไร้ผลถ้ายังไม่เลิกสอบ

ศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ของกระทรวงศึกษาธิการว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่กระบวนการปฏิบัติอาจจะยังมีปัญหา เพราะการเพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้ไม่ใช่การเปิดชุมนุมหรือชมรมต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เด็กได้มีทางเลือกในการทำกิจกรรมมากขึ้น แต่การเพิ่มการเรียนรู้ของเด็กคือการให้เด็กได้คิด ลงมือทำ โดยครูช่วยเหลาความคิดให้กับเด็ก เป็นการฝึกเด็กให้รู้จักกระบวนการคิด การทำ เรียนรู้บทบาทการเป็นผู้นำและผู้ตาม

รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวด้วยว่า การสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กสามารถนำโจทย์จากปัญหาใกล้ตัวหรือปัญหาสังคมมาเป็นตัวตั้งได้ อย่างเช่น กระบวนการเรียนรู้ในการเท่าทันสื่อ เพศ สุขภาวะ หรือทักษะการใช้ชีวิต ทำอย่างไรในการช่วยลดโลกร้อน วิธีการประหยัดพลังงาน การวางแผนในการใช้จ่าย เป็นต้น อย่างไรก็ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้จะไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้ หากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินผลที่ยังคงมุ่งเน้นระบบแพ้คัดออก ซึ่งเป็นรากเหง้าฝังลึกในระบบการศึกษาไทย เด็กไทยก็ยังคงต้องเรียนมากเพื่อเป้าหมายในการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ธุรกิจการติวเตอร์ก็ยังบูม ซึ่งตนได้เสนอให้ล้มเลิกระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยมานานแล้วแต่ก็ยังไม่เกิดผล โดยเสนอแนวทางให้เป็นลักษณะของการทำความร่วมมือหรือเอ็มโอยูระหว่าง มหาวิทยาลัยกับโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายว่าหากโรงเรียนเน้นสอนกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็กก็สามารถนำเด็กเข้ามหาวิทยาลัยได้เลยโดยไม่ต้องสอบคัดเลือก.

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 2 ม.ค. 2559 เวลา 06:01 น.
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>


Advertisement
^