LASTEST NEWS

24 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1782 การสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560กศจ.กรุงเทพมหานคร ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 24 มี.ค. 2560(( เตรียมลิงค์รอ )) ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. 2560 ผลสอบครูกทม.2560 ประกาศวันที่ 21 เมษายน 2560 24 มี.ค. 2560จุฬาฯ ห่วง เปิดช่องไร้ตั๋วสอบบรรจุครู มีผลต่อเด็กเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย 24 มี.ค. 2560โรงเรียนมนตรีศึกษา รับสมัครครูผู้สอน 9 อัตรา สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 24 มี.ค. 2560การศึกษา: วงการแม่พิมพ์ระอุ...ศธ.เปิดทางคนเก่งไร้ตั๋วสอบครูได้ 24 มี.ค. 2560ชี้ความเสี่ยงของคนไร้ตั๋วสอบครู ผช."สุรวาท"แนะควรใช้ในกรณีพิเศษ-ขัดหลักวิชาชีพ-พรบ.สภาครู/เงินเดือน 24 มี.ค. 2560เงินเดือนขึ้นร้อยละ ก.ค.ศ.ให้เริ่มใช้ 1 ต.ค.60 - ยกเลิกแบบ 0.5ขั้น, 1ขั้น - มีขั้นต่ำ-ขั้นสูงของอันดับ 24 มี.ค. 2560เลื่อนเงินเดือนครูฯเป็นเปอร์เซ็นต์เริ่ม 1 ตุลานี้

อัตลักษณ์ของคนกระทรวงเสมา : อัตลักษณ์วิชาชีพครู

  • 15 ธ.ค. 2558 เวลา 13:08 น.
  • 2,508 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
อัตลักษณ์ของคนกระทรวงเสมา : อัตลักษณ์วิชาชีพครู

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

อัตลักษณ์ของคนกระทรวงเสมา : อัตลักษณ์วิชาชีพครู
นอกจากนี้ก็มีเรื่อง "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วก็น่าสนับสนุนเพราะเป็นหลักการหรือวิธีการ “สร้างคน” (ให้มีปัญญาของตนเอง) ตามหลักพุทธศาสนาที่เริ่มจาก ปริยัติ หรือการเรียนรู้

ระยะนี้ “คนกระทรวงศึกษาธิการ” ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยังรับราชการอยู่หรือเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังมีความห่วงใยการศึกษาของชาติ ต่างก็ให้ความสนใจและติดตามความเคลื่อนไหวของกระทรวงในสารพัดเรื่อง ที่สำคัญก็คือเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในด้านต่าง ๆ เช่น การปฏิรูปโครงสร้าง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลก เพราะกระทรวงก็เหมือนครอบครัวหรือบ้านที่ออกแบบโครงสร้างไว้นานแล้ว แต่ในบริบทของสังคมในยุคโลกาภิวัตน์อย่างปัจจุบัน บ้านหลังนี้อาจจะกว้างหรือคับแคบเกินไป หรืออาจไม่มั่นคงแข็งแรง ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่มีความสุขหรือไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งขณะนี้เรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ยังไม่ทราบว่าจะออกมาเป็นรูปแบบใด

นอกจากนี้ก็มีเรื่อง “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วก็น่าสนับสนุนเพราะเป็นหลักการหรือวิธีการ “สร้างคน” (ให้มีปัญญาของตนเอง) ตามหลักพุทธศาสนาที่เริ่มจาก ปริยัติ หรือการเรียนรู้ ให้รู้และเข้าใจเสียก่อน แล้วจึงตามด้วยการนำความรู้และหลักการที่เรียนรู้แล้วมา ปฏิบัติ ถ้าการปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้องและปฏิบัติอยู่เสมอก็จะเกิด ปฏิเวธ หรือผลของการปฏิบัติที่มีคุณค่าหรือคุณประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งถ้าเป็นเรื่องของนักเรียน หลักการดังกล่าวจะได้ผลเพียงไรก็ขึ้นอยู่กับการคัดสรรกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งก็มีอยู่แล้ว หรือสร้างกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ทันสมัยและน่าสนใจให้นักเรียนปฏิบัติหรือฝึกหัดด้วยตนเองให้มากขึ้น

นอกจากสองเรื่องนี้แล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ครูหรือทางโรงเรียนให้ความสำคัญมาก นั่นก็คือเรื่อง อัตลักษณ์หรือเอกลักษณ์ของโรงเรียน ถ้าจะพูดให้ชัดเจนก็คือ “อัตลักษณ์ของนักเรียน” ในโรงเรียนนั้น ๆ นั่นเอง ซึ่งเมื่อมองในภาพรวมแล้วจะเห็นว่าอัตลักษณ์หลักของแทบทุกโรงเรียนจะคล้ายกัน เพราะอัตลักษณ์ (Identity) นั้นเกิดจากวัตถุประสงค์ นโยบาย ซึ่งมาจากปรัชญาการศึกษา (Educational Philosophy) รวมทั้งมาจากปณิธาน(Goal) และวิสัยทัศน์ (Vision) ของหน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารและจัดการ ซึ่งในเรื่องของการศึกษาหน่วยงานดังกล่าวก็คือกระทรวงศึกษาธิการ เพราะมีหน้าที่และภารกิจในการสร้างเด็กและเยาวชนให้เก่ง ดี มีคุณธรรมเพื่อเป็นทรัพยากรอันมีคุณค่าของประเทศชาติ แต่อัตลักษณ์ซึ่งเป็นรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละโรงเรียนอาจจะแตกต่างกันไปตามสภาวะแวดล้อม วัฒนธรรมประเพณีนิยม ค่านิยม หรือความโดดเด่นของแต่ละพื้นที่ อัตลักษณ์นั้นเป็นสิ่งที่เป็นทั้งรูปธรรมและนามธรรม บางครั้งจึงต้องมีผู้รู้แจกแจงให้ชัดเจนว่าอะไรคือตัวบ่งชี้ ตัวชี้วัดหรืออัตลักษณ์ที่ทางโรงเรียนจะต้องถูกประเมินโดยหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ประเมินว่า โรงเรียนนั้น ๆ มีคุณภาพหรือประสิทธิภาพเพียงใด

จะโดยการที่เราสนใจเรื่องปฏิรูป เรื่องลดเวลาเรียนและเรื่องอัตลักษณ์ของนักเรียนมากไป หรืออาจจะเพราะเหตุใดก็ตาม จึงทำให้เราลืมนึกถึงเอกลักษณ์ที่น่าจะสำคัญที่สุดน้อยไปหน่อย นั่นคือเอกลักษณ์ของพวกเราหรือ “อัตลักษณ์ของคนกระทรวง” นั่นเอง ซึ่งจะว่าไปแล้วนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะอัตลักษณ์บวกเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงสิ่งสำคัญ เช่น คุณลักษณะที่ดีต่าง ๆ วิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถ หรือพฤติกรรมที่มีคุณค่าอื่น ๆ ของบุคคล กลุ่มบุคคลหรือหน่วยงานที่คนทั่วไปรับรู้หรือมองเห็นได้และส่งผลต่อส่วนรวมหรือสังคม เช่น เราเห็นเด็กหนุ่มวัย 15-16 ปี กลุ่มหนึ่งในงานรื่นเริงแห่งหนึ่ง เรามองเพียงครู่เดียวเราก็จะบอกได้ว่าเด็กคนใดเป็น “นักเรียนวชิราวุธ” เด็กคนใดเป็น “นักเรียนสวนกุหลาบ” หรือเด็กคนใดเป็น “นักเรียนเตรียมทหาร” เพราะแต่ละคนจะมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันตามอัตลักษณ์ที่โรงเรียนเป็นผู้กำหนด หรือปลูกฝัง ฝึกปรือให้เราสังเกตได้ จากบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่รูปร่างหน้าตา

นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ ชมรมข้าราชการและครูอาวุโสของกระทรวงศึกษาธิการ และ “คนกระทรวง” ในโอกาสที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ได้ไปร่วมประชุมกรรมการบริหารประจำเดือนพฤศจิกายน 2558 ของชมรมฯ และกล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษาไทยในแง่มุม แนวคิดและทิศทางต่าง ๆ พร้อมขอให้ทางชมรมฯ ให้ข้อเสนอแนะหรือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของชาติ มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ท่านกล่าวถึงบุคลากรของกระทรวงหรือ “คนกระทรวง” ว่า ควรมีอัตลักษณ์ที่มีคุณค่าในบริบทของสังคมปัจจุบันและในยุคประชาคมอาเซียน เช่น มีความเป็นไทยที่มีคุณค่า แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความเป็นครูและความรู้ความสามารถที่จะสอนหรือสร้างเด็กและทำให้ตนเองดำรงชีวิตอยู่ในสังคมของยุคสมัยนี้อย่างมีคุณภาพด้วย นั่นคือต้องมีความรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี ท่านกล่าวว่า “เราน่าจะสร้างคนกระทรวงให้เป็นคนกระทรวงซึ่งมีอัตลักษณ์ของกระทรวง” ซึ่งเมื่อนำมาตีความและขยายความแล้วก็น่าจะหมายความว่า เราควรมีอัตลักษณ์ตามปรัชญา ปณิธาน วิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์ในการประกอบอาชีพของเรา ซึ่งก็คืออาชีพ “ครู” ไม่ว่าเราจะเป็นครูสอนในชั้นเรียน เป็นนักวิชาการ หรืออยู่ในตำแหน่งใด ๆ ของกระทรวงฯ ก็ตาม เราก็อยู่ในบรรยากาศ กลิ่นอายและ “วัฒนธรรมของความเป็นครู” ด้วยกันทุกคน

ดังนั้น กระแสพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ครูดีควรมีจิตวิญญาณของความเป็นครู” จึงควรจะถูกอัญเชิญมาเป็น “อัตลักษณ์ของคนกระทรวง” ซึ่งเป็นครูหรือมีลักษณะของความเป็นครูได้เป็นอย่างดี นั่นคือการมีอัตลักษณ์ของความเป็น “ครูดี” คือเป็น “ผู้ให้” ที่ให้ทั้งวิชาความรู้ ความรักและเมตตา ความห่วงใย ความปรารถนาดี และการให้อภัย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ทั้งทางพฤติกรรมและทางใจที่มีต่อนักเรียนและต่อสังคม นอกจากนี้ยังมีอัตลักษณ์อื่น ๆ ทางกายภาพด้วย เช่น แต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์หรือมีทรงผมในลักษณะที่ทันสมัยและเรียบร้อย ส่วนกิริยาวาจาก็สุภาพอ่อนโยน และสำคัญที่สุดคือ ควรพัฒนาความรู้ความสามารถในการทำงานและเป็น “ต้นแบบ” ของความประพฤติที่ดีงาม มีความรักชาติบ้านเมือง ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรมและเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งมีความเป็น “พลเมืองดี” ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.

ประพีร์พรรณ ภาณวะวัฒน์
กรรมการบริหารชมรมข้าราชการ
และครูอาวุโสของกระทรวงศึกษาธิการ


ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 15 ธันวาคม 2558 เวลา 4:41 น.
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^