LASTEST NEWS

18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง 17 ส.ค. 2560มอบ ผอ.เขตเป็น CEO จัดระเบียบอบรมครู 17 ส.ค. 2560การตัดโอนตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและเงินอื่นที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการ (ครั้งที่ 1) 17 ส.ค. 2560เด็กไทยคว้าแชมป์ 7 ประเภท แข่งหุ่นยนต์นานาชาติที่จีน 17 ส.ค. 2560ฝาแฝด 13 คู่เข้า โรงเรียนเดียวกัน 17 ส.ค. 2560โรงเรียนบ้านแช่ช้าง(เทพนานุกูล) รับสมัคร ครูอัตราจ้าง วิชาเอกคอมพิวเตอร์ (มีบ้านพักครู)

สพฐ.พอใจแผน "ลดเวลาเรียน" เล็งเพิ่มกิจกรรมพัฒนาสมอง

  • 19 พ.ย. 2558 เวลา 10:08 น.
  • 1,187 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สพฐ.พอใจแผน "ลดเวลาเรียน" เล็งเพิ่มกิจกรรมพัฒนาสมอง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

สพฐ.พอใจแผน "ลดเวลาเรียน" เล็งเพิ่มกิจกรรมพัฒนาสมอง 

         สพฐ.พอใจผลงาน "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" หลังผ่านไปได้ครึ่งเดือน เตรียมส่งคณะทำงานออกติดตามประเมินผล พร้อมเล็งเพิ่มความเข้มข้นกิจกรรมพัฒนาสมอง-จิตใจ มั่นใจภาคเรียนหน้ามีโรงเรียนร่วมโครงการเพิ่ม ขณะที่ กช.ระบุ"นักเรียน-ผู้ปกครอง"มีความสุข ดึงโรงเรียนเอกชนนอกระบบร่วมพัฒนากิจกรรม

          นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงการนำร่องนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในโรงเรียน 4,100 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่าหลังจากมีการดำเนินงานผ่านไปได้ครึ่งเดือน ในภาพรวมต้องถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกโรงเรียนสามารถดำเนินงานตามนโยบายได้ดี

          อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีคณะทำงานออกไปติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานเชิงคุณภาพที่เป็นปัจจุบัน เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้จากการติดตามหลังเริ่มดำเนินโครงการมาได้ครึ่งเดือนพบว่า อาจจะต้องมีการปรับปรุงรูปแบบของกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาด้านสมองและจิตใจให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยจะกำชับเรื่องดังกล่าวในการประชุมสมาร์ทเทรนเนอร์ในวันที่ 23-24 พ.ย.นี้

          ส่วนปีการศึกษา 2559 จะมีการเพิ่มจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการแค่ไหนนั้น คงไม่สามารถตอบได้ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ แต่มั่นใจว่าจะมีการขยายจำนวนโรงเรียนเพิ่มแน่นอน

          ส่วนการดำเนินงานตามนโยบายการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล ได้กำชับหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินงานตามกรอบที่กำหนด โดยสถานศึกษาที่ได้รับงบประมาณจะต้องทำสัญญาก่อหนี้ผูกพัน และเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้  ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. ทำโปรแกรมเพื่อติดตามการใช้งบประมาณอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญจะต้องมีการดำเนินงานที่โปร่งใสและเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ

          ขณะที่นายอดินันท์ ปากบารา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามผลการดำเนินกิจกรรมของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 216 แห่งที่เข้าร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ภาพรวมพบว่าการดำเนินงานเป็นที่น่าพึงพอใจ

          โดยโรงเรียนที่ร่วมโครงการจะจัดกิจกรรมใน2รูปแบบ คือ จัดกิจกรรมหลังเวลา14.00น.เป็นต้นไป และจัดกิจกรรมสอดแทรกในช่วงเวลาเรียนปกติมีกิจกรรมหลากหลายที่จะนำมาช่วยพัฒนาเด็กไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ ภาษา หรือชมรมต่างๆ ซึ่งทางโรงเรียนบอกว่าการวางช่วงเวลากิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้โรงเรียนนำกิจกรรมต่างๆที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาเด็กได้มากขึ้น

          ขณะเดียวกัน ยังได้สอบถามนักเรียนก็พบว่า นักเรียนพึงพอใจและมีความสุขมาก เช่นเดียวกับผู้ปกครองยังบอกว่าน่าจะทำแบบนี้นานแล้ว

          "สิ่งหนึ่งที่เป็นความแตกต่างของการจัดกิจกรรมในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ของโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนสังกัดสพฐ. นั่นคือได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ซึ่งเปิดสอนในหลักสูตรเฉพาะทางต่างๆ อาทิ สอนทำอาหาร สอนลีลาศ สอนขับรถ เป็นต้น มาร่วมกับโรงเรียนเอกชนที่ร่วมโครงการในการจัดกิจกรรมต่างๆด้วย เพราะโรงเรียนนอกระบบเหล่านี้เองก็มีความพร้อมและอยากจะมีส่วนร่วมที่จะพัฒนาเด็กของเราทุกคนให้เรียนอย่างมีความสุข จุดนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความตั้งใจของผู้บริหารทุกฝ่ายด้วย" ส่วนกรณีที่เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนงดเหล้าภาคใต้ ขอให้ตรวจสอบกรณีโรงเรียนเอกชนชื่อดังอนุญาตให้ศิษย์เก่าใช้พื้นที่จัดงานแข่งขันฟุตบอลและงานเลี้ยงรุ่นและพบว่ามีพริตตี้สาวเชียร์เบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปรากฏภายในด้วยนั้น ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยุติแล้ว และทางศิษย์เก่าก็ได้ทำหนังสือถึงโรงเรียนขอโทษในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางโรงเรียนก็ชี้แจงว่าไม่ทราบมาก่อนจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้

          อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำกับผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวให้ระมัดระวังมากขึ้นรวมถึงจะกำชับไปยังโรงเรียนเอกชนทุกแห่งว่าสถานศึกษาจะต้องเป็นเขตปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปลอดบุหรี่ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551และได้เสนอให้ทุกสถานศึกษาติดป้ายข้อความดังกล่าวในบริเวณสถานศึกษาให้เห็นชัดเจน

ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^