LASTEST NEWS

24 เม.ย. 2560เทคนิคการตอบสัมภาษณ์ที่ชนะใจกรรมการ โดย ดร. ถวิล อรัญเวศ 23 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 23 เม.ย. 2560วิธีสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วย พิชิตใจกรรมการ ผ่านแบบฉลุย โดย ดร.วีระ ติวสอบ เพจการศึกษา 23 เม.ย. 2560เผยสอบครูบุรีรัมย์ ขาดสอบวันแรก 404 คน ผอ.เขตพื้นที่สั่งดูแลคนท้อง-คนป่วย กรณีพิเศษ 23 เม.ย. 2560(รับเยอะ 43 อัตรา)ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร รับสมัครสอบบุคคลภายนอกช่วยปฏิบัติราชการ 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 1 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 2 23 เม.ย. 2560เทคนิคในการเข้าสอบสัมภาษณ์ ให้ได้ผลโดนใจกรรมการ ตอนที่ 3 23 เม.ย. 256010วิธีเตรียมพร้อมสอบสัมภาษณ์ สอบครูผู้ช่วย โดยDrPongFC 23 เม.ย. 2560อบจ.ปทุมธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 15 อัตรา - บุคลากร 5 อัตรา (สมัครตั้งแต่บัดนี้-4พ.ค.60)

เงื่อนไขใหม่ ประกันบำนาญ RMF และ LTF

  • 02 ต.ค. 2558 เวลา 16:51 น.
  • 2,830 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เงื่อนไขใหม่ ประกันบำนาญ RMF และ LTF

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เงื่อนไขใหม่ ประกันบำนาญ RMF และ LTF

โดย สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP

2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวส่งผ่านทาง line, facebook และสื่อ online ต่างๆมากมายว่า “กรมสรรพากรแยกประกันบำนาญลดหย่อนภาษีได้ 200,000 บาทไม่ต้องรวมกับ RMFโดยอ้างอิงประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 261 ) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญของผู้มีเงินได้ตามวรรคสามของข้อ 2(61) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)” ข่าวนี้ทำให้หลายคนดีใจกันใหญ่โดยเฉพาะพวกตัวแทนประกันชีวิต เพราะสามารถขายประกันบำนาญได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

ซึ่งหากไปอ่านอย่างละเอียดตามประกาศใหม่ที่ออกมาจะสรุปได้ว่าข่าวที่ออกไปเป็นการเข้าใจผิดครับ เบี้ยประกันบำนาญจะลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขเดิม คือ ลำพังตัวประกันบำนาญลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้และไม่เกิน 200,000บาท และต้องนับไปรวมกับเงินลงทุนใน RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทในปีภาษีเดียวกัน

สิ่งที่ประกาศนี้แก้ไข ก็คือแก้ไขจาก “15% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 200,000 บาท” เป็น “15% ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท” ซึ่งเข้าใจว่ากรมสรรพากรต้องการให้สอดคล้องกับเงื่อนไขใหม่สำหรับสิทธิประโยชน์ภาษี RMF และ LTFตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่257, 258 และ 259 ที่ออกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมาเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงหลักๆ ก็คือ จากเดิมทั้ง RMF และ LTF สามารถซื้อเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในแต่ละปี เป็น

•สำหรับ LTF จะซื้อได้สูงสุดไม่เกิน15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีแต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาทในปีภาษีนั้น
•สำหรับ RMF จะซื้อได้สูงสุดไม่เกิน15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี แต่เมื่อรวมกับเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., หรือกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทในปีภาษีนั้นและจะต้องซื้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปีหรือมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี

โดยเงินได้ที่ไม่ต้องภาษีที่กฎหมายใหม่ไม่ให้นำมารวมในการคำนวณเป็นฐานเพื่อซื้อประกันบำนาญ RMF หรือ LTF คือ เงินได้ตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร และกฎกระทรวงที่ 126 ซึ่งเราสามารถหาดูรายละเอียดได้ที่ http://www.rd.go.th/publish/554.0.html

แต่ก็มีเงินได้ที่ยกเว้นภาษีบางอย่าง อย่างเช่นเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกที่ยกเว้นภาษี หรือเงินได  190,000 บาทสำหรับผู้มีเงินได้ที่มีอายุเกิน 65 ปี หรือเงินได้ที่จ่ายเป็นเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนที่เกิน 10,000 บาท เงินได้พวกนี้จะถูกกันไม่ให้เอามาคำนวณเป็นฐานในการซื้อประกันบำนาญ RMF LTF ด้วยหรือไม่ ตัวอย่างเช่น หากเรามีเงินได้พึงประเมิน 2 ล้านบาท ฐานในการคำนวณเพื่อซื้อประกันบำนาญ RMF LTF คือ 2 ล้านบาท หรือ 1.85 ล้านบาท (2 ล้านบาทลบ 150,000 บาท) คำตอบ คือ 2 ล้านบาทครับ

และเงินได้บางอย่างที่เสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว อย่างเช่นดอกเบี้ยเงินฝากที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% หรือเงินปันผลของหุ้นหรือกองทุนรวมที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ผู้มีเงินได้สามารถเลือกได้ว่าจะเอามารวมคำนวณเงินได้ปลายปีเพื่อเสียภาษีหรือไม่ก็ได้ ถ้าไม่เลือกเอามาคำนวณเงินได้ปลายปีจะสามารถเอามาคำนวณเพื่อเป็นฐานในการซื้อ RMF หรือ LTF ได้หรือไม่ คำตอบก็คือ ดอกเบี้ยและเงินปันผลรวมถึงเงินได้อื่นๆที่มีลักษณะเหมือนกันก็จัดเป็น “เงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี” ที่สามารถเอารวมคำนวณเป็นฐานเพื่อซื้อประกันบำนาญ RMF หรือ LTF ได้ครับ ไม่สำคัญว่าเราจะเอามารวมคำนวณเงินได้หรือไม่ ทั้งนี้ทราบมาว่ากรมสรรพากรที่จะประกาศเพิ่มเติมอีกครั้ง

ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีเงินได้จากเงินเดือนปีละ 1,000,000 บาทและในปีนั้นได้เงินปันผลจากหุ้นอีก 500,000 บาทกฎหมายเดิมเรา เราสามารถซื้อ RMF หรือ LTF ได้อย่างละไม่เกิน 15% ของเงินได้ คือไม่เกิน 15% ของ 1,500,000 บาท คือ ไม่เกิน 225,000 บาท และสามารถซื้อประกันบำนาญได้ 200,000 บาทครับ (เพราะ 15% ของเงินได้เกินเพดานของประกันบำนาญที่ห้ามเกิน 200,000 บาท) แม้ว่าเราจะไม่เอาเงินปันผลมารวมคำนวณเงินได้ปลายปีครับ

เมื่อพิจารณาแล้วกฎหมายใหม่นี้ก็กระทบเฉพาะคนที่เดิมมีเงินได้ที่ยกเว้นภาษีแล้วเอามารวมคำนวณเป็นฐานเพื่อซื้อ RMF หรือ LTF ต่อไปก็ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป สรุปก็คือ จะสามารถซื้อ RMF หรือ LTF ได้น้อยลง ส่วนคนที่ไม่ค่อยมีเงินได้ที่ยกเว้นภาษีก็ไม่กระทบอะไรครับ

ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆสำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ page ใน face book ชื่อ Sathit Bovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ
 
ขอบคุณเนื้อหาและที่มาของข่าวจาก : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 02 ตุลาคม 2558 เวลา 09:53 น. 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^