LASTEST NEWS

24 มิ.ย. 2560หยุดชดเชย วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 1 วันเท่านั้น 24 มิ.ย. 2560สพม.39 รับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำห้องวิทยาศาสตร์ ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ และครูดูแลนักเรียน รวม 5 อัตรา 24 มิ.ย. 2560สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับสมัครคัดเลือกเพื่อเกลี่ยอัตรากำลัง รอบ2 สมัคร5-11ก.ค.2560 24 มิ.ย. 2560สพม.24 รับสมัครลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน 4 อัตรา ป.ตรีทุกสาขา(ไม่ต้องใช้วุฒิครู)สมัคร21-27มิ.ย.2560 24 มิ.ย. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) สพม.42 เปิดสอบธุรการ สมัคร21-27มิ.ย.2560 24 มิ.ย. 2560สพม.42 เปิดรับสมัครพี่เลี้ยงเด็กพิการเรียนร่วม (วุฒิม.6 ขึ้นไป) สมัคร 26-30มิ.ย.60 24 มิ.ย. 2560กยศ.เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นพนักงาน วุฒิปวส.-ปริญญาตรี 24 มิ.ย. 2560กรอบอัตรากำลังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ 23 มิ.ย. 2560สพม.8 เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว ปฏิบัติงานธุรการ จำนวน 4 อัตรา สมัคร 29มิ.ย.-5ก.ค.60 23 มิ.ย. 2560สพป.นครราชสีมา เขต 7 เปิดสอบพนักงานราชการครู 12 อัตรา สมัคร 29มิ.ย.-4ก.ค.2560

สพฐ.ทำคู่มือลดเวลาเรียน 13 เล่มแจก

  • 14 ก.ย. 2558 เวลา 20:35 น.
  • 3,120 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
สพฐ.ทำคู่มือลดเวลาเรียน 13 เล่มแจก

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

หลังทำเวิร์กช็อปผอ.เขต-รร.ศึกษานิเทศก์-อบรมโรงเรียนนำร่อง

 สพฐ.เตรียมเวิร์กช็อป ผอ.เขต-ผอ.รร.และศึกษานิเทศก์ โครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ก่อนอบรมกลุ่ม รร.นำร่องในช่วงต้นตุลาคมนี้ พร้อมทำคู่มือแจก 13 เล่ม เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรม 12 เล่ม และการบริหารจัดการโครงการ 1 เล่ม ยันกิจกรรมช่วงบ่ายสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้สุกัญญา งามบรรจง

          นางสุกัญญา งามบรรจง ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้เสนอตัวหลักการไปยัง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แล้ว ซึ่งแบ่งกิจกรรมออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ 1.กิจกรรมเสริมสร้างทักษะ ที่เน้นให้เด็กทำกิจกรรมนอกห้องเรียน 2.กิจกรรมเสรี ให้โรงเรียนจัดตามความเหมาะสมและความพร้อม 3.กิจกรรมสอนอาชีพ และ 4.กิจกรรมสอนเสริมวิชาการ ซึ่งไม่ใช่การติวเด็ก แต่เป็นการดูแลเด็กที่มีปัญหาเรียนอ่อน หรือสอนการบ้าน และระหว่างนี้ สพฐ.ยังเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นจากบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว และแนะนำกิจกรรมผ่านทาง mcmk.obec.go.th และเพจลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ทาง www.facebook.com รวมถึงส่งหนังสือเวียนไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ทั่วประเทศให้สำรวจความคิดเห็นกับนโยบายดังกล่าว ซึ่งจะมีแบบสอบถามของครู นักเรียน ผู้ปกครอง และศึกษานิเทศก์ เพื่อที่จะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลจัดทำคู่มือที่ลงรายละเอียดในส่วนของกิจกรรม และการบริหารจัดการโครงการดังกล่าวให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

          นางสุกัญญากล่าวต่อว่า เมื่อประมวลข้อมูลแล้วเสร็จจะมีการจัดเวิร์กช็อป ซึ่งจะมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ เข้าร่วม เพื่อระดมความคิดจัดทำคู่มือทั้งหมด 13 เล่ม ประกอบด้วย คู่มือกิจกรรม 4 รูปแบบ แบ่งเป็น 3 ช่วงชั้น ชั้น ป.1-3, ป.4-6 และชั้น ม.1-3 จำนวน 12 เล่ม และคู่มือการบริหารจัดการโครงการอีก 1 เล่ม คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ จากนั้นจะเริ่มจัดการอบรมครู ผู้บริหารสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการภายในต้นเดือนตุลาคม

          "สำหรับในส่วนของการเรียนการสอนในช่วงเช้านั้น จะเน้นไปในเชิงวิชาการซึ่งจะครบทุกกลุ่มสาระอย่างแน่นอน และ สพฐ.เองก็มีตัวอย่างตารางสอน รูปแบบต่างๆ ที่สามารถใช้ได้กลับโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ รวมถึงโรงเรียนขยายโอกาสด้วย และดิฉันเชื่อว่ากิจกรรมในช่วงบ่ายนั้นสามารถสอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ได้ เพราะทุกกลุ่มสาระอยู่ในวิชาประจำวันของเราอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับครูจะมีการถ่ายทอดไปในลักษณะใด อาทิ การเรียนทำอาหาร ที่มองว่าเป็นเพียงเพื่อดำรงชีวิตหรือเสริมอาชีพเท่านั้น แต่ในการทำอาหารจะมีอัตราส่วนของเครื่องปรุงแต่ละชนิด จะสามารถทำให้เด็กเห็นภาพชัดขึ้นเมื่อเรียนเรื่องอัตราส่วนในวิชาคณิตศาสตร์ เป็นต้น" ผอ.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษากล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ให้ความสนใจแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ mcmk.obec.go.th จำนวน 2 กระทู้เท่านั้น โดยการแสดงความคิดเห็นจะต้องมีการสมัครสมาชิกเพื่อเข้าสู่ระบบด้วย สำหรับเพจลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ มีผู้ใช้ถูกใจทั้งหมด 548 คน โดยเนื้อหาภายในเป็นการเผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ที่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการนี้ อาทิ รายการครอบครัวข่าวเด็ก ตอน แผนปรับลดเวลาเรียน เป็นต้น

          หนึ่งในไม่กี่กระทู้ที่แสดงความคิดเห็นระบุว่า เป็นวิธีการหนึ่งที่สมควรนำมาบริหารจัดการเรื่องการจัดการเรียนการสอน เพราะบางสาระฯ เป็นการปฏิบัติมากกว่า และนักเรียนจะได้เลือกกิจกรรมที่ตนเองสนใจและสมัครใจ ภายใต้การแนะนำและดูแลของครูที่ปรึกษาต่อไป.

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 14 กันยายน 2558 


Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^