LASTEST NEWS

24 ก.ย. 2560ด่วน! เปิดรับสมัครสอบเป็นนายสิบสัสดี ปี2561 จำนวน 100 อัตรา (สมัคร11-30ต.ค.60) 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยนางราษฎร์บำรุง รับสมัครครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ 7 อัตรา 24 ก.ย. 2560จัดสอบท้องถิ่นใหม่กว่า 1.2 พันคน หลังเกิดผิดพลาด จี้ ม.ดัง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 24 ก.ย. 2560โรงเรียนแม่หอพระวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาไทย 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโทกน้ำกัด รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 24 ก.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลภูซาง(บ้านดอนตัน) รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิป.ตรี ฟรีอาหารกลางวัน 24 ก.ย. 2560ด่วน! กสถ.ประกาศยกเลิกการสอบแข่งขันภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฏิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนวัดสันต้นธง เปิดสอบครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ สมัคร22ก.ย.-10ต.ค.2560 24 ก.ย. 2560โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาคอมพิวเตอร์ 24 ก.ย. 2560โรงเรียนบ้านโคนพิทยา รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกพลศึกษา

4รูปแบบกิจกรรมลดเวลาเรียน

  • 03 ก.ย. 2558 เวลา 05:54 น.
  • 9,007 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
4รูปแบบกิจกรรมลดเวลาเรียน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

เลขาฯ กพฐ.ชี้ปรับลดวิชาการ ยันมาเรียน-กลับบ้านเวลาเดิม กำหนดกิจกรรมเบื้องต้น 4 รูปแบบ เตรียมเปิดเว็บไซต์สอบถาม นร. พร้อมจัดทำคู่มือให้ครูนำไปประยุกต์ใช้

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบาย การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งจะปรับลดเวลาเรียนวิชาการในชั้นเรียนถึงเวลาประมาณ 14.00 น. โดยช่วงเวลาต่อจากนั้น จะให้จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กให้เหมาะสมตามวัย เพื่อให้เด็กได้เรียนอย่างมีความสุข ซึ่งจะนำร่องในโรงเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ จำนวน 3,500 โรงเรียน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 โดยจากนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ 225 เขต จะเปิดรับสมัครโรงเรียนที่มีความพร้อม และสมัครใจเข้าร่วมโครงการ

ดร.กมล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในช่วงเช้านักเรียนจะได้เรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ส่วนช่วงบ่ายภายหลังเวลา 14.00 น.เป็นต้นไป จะเป็นกิจกรรมที่เน้นปฏิบัติและบูรณาการ เบื้องต้น สพฐ.ได้กำหนดกิจกรรมให้โรงเรียนเลือกนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของ พื้นที่ทั้งสิ้น 4 กิจกรรม ดังนี้

1. กิจกรรมเสริมสร้างทักษะ ที่เน้นให้เด็กทำกิจกรรมนอกห้องเรียน โดยกิจกรรมจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ในช่วงเช้า เพื่อให้เด็กมีทักษะและลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การทำโครงงาน การวาดรูป เล่นละครประวัติศาสตร์ เป็นต้น

2. กิจกรรมเสรี ให้โรงเรียนจัดตามความเหมาะสม และความพร้อม อาทิ ชมรมจิตอาสา ชมรมกีฬา ฯลฯ

3. กิจกรรมสอนอาชีพ ซึ่งมีโรงเรียนในสังกัด สพฐ.กว่าหมื่นโรงมีความต้องการเรื่องดังกล่าว โดยโรงเรียนอาจชักชวนผู้ปกครอง หรือภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ามาร่วมให้ความรู้และสอนอาชีพแก่นักเรียน รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะชีวิตด้วย


4. กิจกรรมสอนเสริมวิชาการ ซึ่งไม่ใช่การติวเด็ก แต่เป็นการดูแลเด็กที่มีปัญหาเรียนอ่อน หรือสอนการบ้าน เป็นต้น

"สพฐ.มีแนวทางชัดเจนว่า การจัดกิจกรรมใดก็ตาม ต้องไม่เก็บเงินจากผู้ปกครองแม้แต่บาทเดียว โรงเรียนจะต้องมีความพร้อมในการจัด และ สพฐ.จะสนับสนุนตามความเหมาะสม และทุกกิจกรรมจะออกแบบให้มีความเหมาะสมกับผู้เรียน ไม่ได้ปล่อยให้เด็กมีอิสระโดยมีครูดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ยืนยันว่า เด็กนักเรียนทุกคนยังคงมาเรียนและกลับบ้านเวลาเดิม" เลขาธิการ กพฐ. กล่าวและว่า เชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นการพลิกโฉมการศึกษาอย่างชัดเจน แต่คุณภาพการศึกษายังคงอยู่ ขณะที่นักเรียนและผู้ปกครองมีความสุข ส่วนครูอาจจะต้องเหนื่อยในช่วงแรก

ดร.กมล กล่าวต่อว่า ส่วนแผนการดำเนินงานต่อจากนี้จะหารือกับ รมว.ศึกษาธิการ ในการกำหนดแผนขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดย สพฐ.ได้ตั้งคณะทำงานพร้อมจัดทำคู่มือการบริหารจัดการเรื่องการลดเวลาเรียน ให้แก่สถานศึกษาได้นำไปเป็นแนวทางสู่การปฏิบัติ รวมถึงตารางกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูได้นำไปประยุกต์ใช้ ขณะเดียวกันจะเปิดเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นจากนักเรียนด้วยว่า อยากได้กิจกรรมรูปแบบไหน อย่างไรก็ตาม ตนจะเรียกประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขต และโรงเรียนประถมศึกษาที่นำร่องในเรื่องดังกล่าวมารับฟังแนวปฏิบัติ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จในอนาคต

ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา (สมศ.) องค์การมหาชน กล่าวว่า แต่ละนโยบายมีข้อดีข้อเสีย ซึ่งสามารถแก้ไขได้ แต่ขอให้ดำเนินการต่อเนื่อง กรณีนโยบายลดชั่วโมงเรียนวิชาหลักลง และเพิ่มกิจกรรม เพื่อทำให้เด็กได้เปลี่ยนบรรยากาศจากเรียนในห้อง ควรมีการเพิ่มวิชาทั้งวิชาชีพ และวิชาที่เด็กชอบ โดยส่วนกลางต้องออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ที่มีความ แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม โรงเรียนสังกัด สพฐ.กว่า 38,000 โรงเรียน เป็นโรงเรียนขนาดเล็กถึง 20,000 กว่าแห่ง และมีครูไม่ครบชั้น โรงเรียนหนึ่งมีครูต่ำกว่า 6 คน และส่วนใหญ่ไม่ผ่านการประเมินจาก สมศ. โดยโรงเรียนเหล่านี้เป็นโรงเรียนที่รัฐควรเข้ามาดูแลและพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องของการอบรมพัฒนาครู ซึ่งที่ผ่านมา โรงเรียนนี้แก้ปัญหาโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน และจัดกิจกรรม หรือจัดการเรียนการสอนแบบคละชั้น ทำให้ส่วนใหญ่ค่อยๆ พัฒนา และผ่านการประเมินจาก สมศ.แล้ว

ผอ.สมศ. กล่าวต่อว่า บริบทแต่ละประเทศแตกต่างกัน เวลาดูการจัดการสอนของแต่ละแห่ง จะไม่เหมือนกัน อย่างประเทศฟินแลนด์ เด็กเรียนวิชาการน้อย แต่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีกว่าเด็กไทยที่เรียนวิชาการเยอะ แต่ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่า ฟินแลนด์มีขนาดพื้นที่เล็ก และมีจำนวนเด็กและโรงเรียนน้อยกว่ามาก ดังนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบกับของประเทศไทยไม่ได้ อีกทั้งวัฒนธรรมของไทย ต้องกำกับดูแล เด็กต้องเชื่อฟังพ่อแม่ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนอะไรจึงต้องค่อยๆ ผ่อนคลาย ไม่ใช่เข้มงวดอยู่แล้วปล่อยอิสระทันที จะทำให้เด็กเสีย โดยเริ่มจากจุดคิดก่อน ไม่ใช่สอนให้เด็กเรียนแบบไม่เครียด แต่ควรสอนให้เด็กรู้จักรับมือกับความเครียด และฝึกบริหารความคิดให้ได้ ไม่ใช่ทำเหมือนพ่อแม่สมัยนี้ ที่ปกป้องลูกจนเปราะบาง รับมือกับปัญหาต่างๆ ในอนาคตไม่ได้

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันอังคารที่ 1 กันยายน 2558

Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^