LASTEST NEWS

24 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1782 การสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560กศจ.กรุงเทพมหานคร ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 24 มี.ค. 2560(( เตรียมลิงค์รอ )) ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. 2560 ผลสอบครูกทม.2560 ประกาศวันที่ 21 เมษายน 2560 24 มี.ค. 2560จุฬาฯ ห่วง เปิดช่องไร้ตั๋วสอบบรรจุครู มีผลต่อเด็กเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย 24 มี.ค. 2560โรงเรียนมนตรีศึกษา รับสมัครครูผู้สอน 9 อัตรา สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 24 มี.ค. 2560การศึกษา: วงการแม่พิมพ์ระอุ...ศธ.เปิดทางคนเก่งไร้ตั๋วสอบครูได้ 24 มี.ค. 2560ชี้ความเสี่ยงของคนไร้ตั๋วสอบครู ผช."สุรวาท"แนะควรใช้ในกรณีพิเศษ-ขัดหลักวิชาชีพ-พรบ.สภาครู/เงินเดือน 24 มี.ค. 2560เงินเดือนขึ้นร้อยละ ก.ค.ศ.ให้เริ่มใช้ 1 ต.ค.60 - ยกเลิกแบบ 0.5ขั้น, 1ขั้น - มีขั้นต่ำ-ขั้นสูงของอันดับ 24 มี.ค. 2560เลื่อนเงินเดือนครูฯเป็นเปอร์เซ็นต์เริ่ม 1 ตุลานี้

เมื่อครูเป็นหนี้สินล้นพ้น จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร?

  • 13 ก.ค. 2558 เวลา 18:50 น.
  • 3,947 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เมื่อครูเป็นหนี้สินล้นพ้น จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร?

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวเรื่องกระทรวงศึกษา และกระทรวงการคลัง จับมือกับธนาคารออมสิน "พักหนี้" และ "ชะลอฟ้อง"

ครูทั่วประเทศ ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมครูไทย จึงเป็นหนี้เป็นสินได้หนักหน่วงรุนแรงเช่นนี้

ท่านปลัดกระทรวงศึกษา นพ.กำจร ตติยกวี บอกในรายการวิทยุสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าครูในสังกัดของกระทรวงศึกษามีทั้งหมด 9 แสนกว่าคน ประมาณ 4 แสนกว่าคนเป็นหนี้รวมกันถึง 1.1 ล้านล้านบาท!

เหตุเพราะใช้จ่ายเกินตัว ขาดวินัย มีช่องทางกู้เงินได้ง่ายและไม่เดินตามแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง” ทั้ง ๆ ที่อัตราเงินเดือนของครูไทยในช่วงหลังนี้ไม่ได้น้อยกว่าของข้าราชการประเภทอื่น ๆ

เมื่อครูมีหนี้ก็ย่อมไม่มีสมาธิพอที่จะสอนเด็ก จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมคุณภาพการศึกษาของประเทศจึงมีปัญหาอย่างที่เห็นกัน

รัฐมนตรีศึกษา พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย บอกว่าได้หารือเรื่องหนี้สินของครูกับ รองนายกฯ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และรัฐมนตรีคลังสมหมาย ภาษี กับผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วได้ข้อยุติว่า

ให้แบ่งลูกหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็น 3 กลุ่ม

ลูกหนี้ขั้นวิกฤติรุนแรง อันหมายถึงลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างถูกฟ้อง ถูกดำเนินคดีหรือถูกบังคับคดี ขาดความสามารถในการชำระหนี้ลูกหนี้ใกล้วิกฤติ ค้างชำระหนี้เกินกว่า 12 งวดติดต่อกันลูกหนี้ปกติ คือที่ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ และยังสามารถบริหารจัดการหนี้ได้

มาตรการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้ขั้นวิกฤตรุนแรงคือ

ชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือบังคับคดีไม่เกิน 3 ปี โดยต้องมีระยะเวลาฟ้องคดีเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปีพักชำระดอกเบี้ยไม่เกิน 3 ปี แต่ให้ชำระเงินต้น ส่วนลูกหนี้ใกล้วิกฤตให้พักชำระดอกเบี้ยไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือลูกหนี้ปกติให้พักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระดอกเบี้ย

ตามกติกานี้ ลูกหนี้ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ หากลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการไม่ชำระหนี้ตามเงื่อนไข 2 งวดติดต่อกัน ให้กลับเข้าสู่เงื่อนไขและมาตรการตามสัญญาเดิม

นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขว่าครูที่เป็นลูกหนี้ จะต้องไม่สร้างภาระหนี้เพิ่มกับสหกรณ์ออมทรัพย์อีก และต้องมีการ “รวมหนี้” อันหมายถึงการเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ที่มีกับสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย

เพราะภายใต้กติกาใหม่นี้ลูกหนี้ ต้องยินยอมให้กรมบัญชีกลางหักเงินเดือน ชดใช้หนี้ให้ธนาคารออมสิน และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำประกันเงินกู้ด้วย
ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโยงใยกับเรื่องนี้อีกหน่วยงานหนึ่ง คือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
ที่ครูเป็นหนี้กันมากเพราะสามารถ “เอาเงินอนาคตมาใช้” ด้วยการเป็นสมาชิกของโครงการ “ฌาปนกิจสงเคราะห์” อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ช่วยเพื่อนครู” (ช.พ.ค.) โดยครูที่เป็นสมาชิกทุกคนจะออกเงิน 1 บาทสำหรับช่วยงานศพของครูที่เสียชีวิต

ครูทั่วประเทศในโครงการนี้มีประมาณ 9 แสนคน ดังนั้นทายาทของครูที่เสียชีวิตจะได้คนละ 9 แสนถึง 1 ล้านบาท
นี่คือที่มาของการใช้เงิน “ล่วงหน้า” ก้อนนี้ค้ำประกันเงินกู้ของครูจากธนาคารที่เดิมตั้งไว้ที่ 2 แสนบาท แต่ต่อมาก็ขยายเพดานเป็น 6 แสนถึง 1 ล้านบาท จนถึงวันนี้กลายเป็น 3 ล้านบาทก็มี

ว่ากันว่าระยะหลังนี้ ธนาคารขอให้ครูทำประกันชีวิตด้วย ให้เป็นผู้ได้รับประโยชน์ด้วย ทำให้มีช่องทางกู้ได้เพิ่มขึ้นมาอีก
ท่านปลัดกระทรวงศึกษาบอกในรายการวิทยุจุฬาฯวันก่อนว่า “มีข่าวว่า บางคนใน สกสค. เป็นนายหน้าหาลูกค้าเงินกู้ให้ธนาคารโดยได้รับผลตอบแทนกลับมาด้วย...”

ยิ่งทำให้วงจรแห่งการสร้างหนี้สร้างสินของครูเลวร้ายทับซ้อนลงไปอีก

เลวร้ายถึงขั้นที่ว่าครูบางคนรับเงินเดือนแล้ว หักที่ต้องจ่ายเงินกู้แล้วเหลือแค่ 200 กว่าบาทเท่านั้น

อย่างนี้จะทำให้คุณภาพของครูไทยดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อ “ปฏิรูปการศึกษา” ย่อมเป็นไปไม่ได้

นอกจากมาตรการเรื่องพักชำระหนี้และปรับโครงสร้างหนี้แล้ว กระทรวงศึกษาก็จะสร้างวินัยทางการเงิน ด้วยการให้ความรู้ในการบริหารการเงินส่วนตัวของครูทุกคนตามแนว “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จะปฏิรูปการศึกษาเพื่อนักเรียนต้องเริ่มที่ปฏิรูปวิถีปฏิบัติชีวิตของครู!

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 13 กรกฎาคม 2558
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^