LASTEST NEWS

23 ก.ย. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 6052 เรื่อง การคัดเลือกนักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2560 23 ก.ย. 2560คลังเล็งขึ้นเงินเดือน ข้าราชการชั้นผู้น้อย 23 ก.ย. 2560ข้าราชการ 6 หมื่นคนเบี้ยวจ่ายหนี้กยศ.เจอหักเงินเดือนม.ค.2561 21 ก.ย. 2560ก.ค.ศ.มีมติอนุมัติจัดสรรคืน ตำแหน่งครูผู้ช่วย 20,039 อัตรา 21 ก.ย. 2560ผลประชุม ก.ค.ศ. 14/2560 วันที่ 20 กันยายน 2560 21 ก.ย. 2560จบแล้วบรรจุเป็นข้าราชการครู ทันที! ทุนสควค.ปี2561 รับสมัครทั้งผู้มีวุฒิครู/ไม่มีวุฒิครู 541อัตรา 21 ก.ย. 2560ประกาศแล้ว! รับสมัครทุนสควค.ปี2561 (สมัครทางอินเทอร์เน็ตตั้งแต่บัดนี้-30พ.ย.60) 21 ก.ย. 2560แชร์เลย! ไม่ต้องผ่านภาค ก 6 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา 18,000บ./เดือน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 21 ก.ย. 2560เกือบไม่ได้บำนาญ 21 ก.ย. 2560กยศ.ตรวจสอบนศ.ปลอมบัตรผู้ค้ำ

เมื่อครูเป็นหนี้สินล้นพ้น จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร?

  • 13 ก.ค. 2558 เวลา 18:50 น.
  • 3,995 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
เมื่อครูเป็นหนี้สินล้นพ้น จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร?

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวเรื่องกระทรวงศึกษา และกระทรวงการคลัง จับมือกับธนาคารออมสิน "พักหนี้" และ "ชะลอฟ้อง"

ครูทั่วประเทศ ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมครูไทย จึงเป็นหนี้เป็นสินได้หนักหน่วงรุนแรงเช่นนี้

ท่านปลัดกระทรวงศึกษา นพ.กำจร ตติยกวี บอกในรายการวิทยุสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าครูในสังกัดของกระทรวงศึกษามีทั้งหมด 9 แสนกว่าคน ประมาณ 4 แสนกว่าคนเป็นหนี้รวมกันถึง 1.1 ล้านล้านบาท!

เหตุเพราะใช้จ่ายเกินตัว ขาดวินัย มีช่องทางกู้เงินได้ง่ายและไม่เดินตามแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง” ทั้ง ๆ ที่อัตราเงินเดือนของครูไทยในช่วงหลังนี้ไม่ได้น้อยกว่าของข้าราชการประเภทอื่น ๆ

เมื่อครูมีหนี้ก็ย่อมไม่มีสมาธิพอที่จะสอนเด็ก จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมคุณภาพการศึกษาของประเทศจึงมีปัญหาอย่างที่เห็นกัน

รัฐมนตรีศึกษา พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย บอกว่าได้หารือเรื่องหนี้สินของครูกับ รองนายกฯ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และรัฐมนตรีคลังสมหมาย ภาษี กับผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้วได้ข้อยุติว่า

ให้แบ่งลูกหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็น 3 กลุ่ม

ลูกหนี้ขั้นวิกฤติรุนแรง อันหมายถึงลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างถูกฟ้อง ถูกดำเนินคดีหรือถูกบังคับคดี ขาดความสามารถในการชำระหนี้ลูกหนี้ใกล้วิกฤติ ค้างชำระหนี้เกินกว่า 12 งวดติดต่อกันลูกหนี้ปกติ คือที่ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ และยังสามารถบริหารจัดการหนี้ได้

มาตรการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้ขั้นวิกฤตรุนแรงคือ

ชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือบังคับคดีไม่เกิน 3 ปี โดยต้องมีระยะเวลาฟ้องคดีเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปีพักชำระดอกเบี้ยไม่เกิน 3 ปี แต่ให้ชำระเงินต้น ส่วนลูกหนี้ใกล้วิกฤตให้พักชำระดอกเบี้ยไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือลูกหนี้ปกติให้พักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระดอกเบี้ย

ตามกติกานี้ ลูกหนี้ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ หากลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการไม่ชำระหนี้ตามเงื่อนไข 2 งวดติดต่อกัน ให้กลับเข้าสู่เงื่อนไขและมาตรการตามสัญญาเดิม

นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขว่าครูที่เป็นลูกหนี้ จะต้องไม่สร้างภาระหนี้เพิ่มกับสหกรณ์ออมทรัพย์อีก และต้องมีการ “รวมหนี้” อันหมายถึงการเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ที่มีกับสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย

เพราะภายใต้กติกาใหม่นี้ลูกหนี้ ต้องยินยอมให้กรมบัญชีกลางหักเงินเดือน ชดใช้หนี้ให้ธนาคารออมสิน และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำประกันเงินกู้ด้วย
ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโยงใยกับเรื่องนี้อีกหน่วยงานหนึ่ง คือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
ที่ครูเป็นหนี้กันมากเพราะสามารถ “เอาเงินอนาคตมาใช้” ด้วยการเป็นสมาชิกของโครงการ “ฌาปนกิจสงเคราะห์” อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ช่วยเพื่อนครู” (ช.พ.ค.) โดยครูที่เป็นสมาชิกทุกคนจะออกเงิน 1 บาทสำหรับช่วยงานศพของครูที่เสียชีวิต

ครูทั่วประเทศในโครงการนี้มีประมาณ 9 แสนคน ดังนั้นทายาทของครูที่เสียชีวิตจะได้คนละ 9 แสนถึง 1 ล้านบาท
นี่คือที่มาของการใช้เงิน “ล่วงหน้า” ก้อนนี้ค้ำประกันเงินกู้ของครูจากธนาคารที่เดิมตั้งไว้ที่ 2 แสนบาท แต่ต่อมาก็ขยายเพดานเป็น 6 แสนถึง 1 ล้านบาท จนถึงวันนี้กลายเป็น 3 ล้านบาทก็มี

ว่ากันว่าระยะหลังนี้ ธนาคารขอให้ครูทำประกันชีวิตด้วย ให้เป็นผู้ได้รับประโยชน์ด้วย ทำให้มีช่องทางกู้ได้เพิ่มขึ้นมาอีก
ท่านปลัดกระทรวงศึกษาบอกในรายการวิทยุจุฬาฯวันก่อนว่า “มีข่าวว่า บางคนใน สกสค. เป็นนายหน้าหาลูกค้าเงินกู้ให้ธนาคารโดยได้รับผลตอบแทนกลับมาด้วย...”

ยิ่งทำให้วงจรแห่งการสร้างหนี้สร้างสินของครูเลวร้ายทับซ้อนลงไปอีก

เลวร้ายถึงขั้นที่ว่าครูบางคนรับเงินเดือนแล้ว หักที่ต้องจ่ายเงินกู้แล้วเหลือแค่ 200 กว่าบาทเท่านั้น

อย่างนี้จะทำให้คุณภาพของครูไทยดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อ “ปฏิรูปการศึกษา” ย่อมเป็นไปไม่ได้

นอกจากมาตรการเรื่องพักชำระหนี้และปรับโครงสร้างหนี้แล้ว กระทรวงศึกษาก็จะสร้างวินัยทางการเงิน ด้วยการให้ความรู้ในการบริหารการเงินส่วนตัวของครูทุกคนตามแนว “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จะปฏิรูปการศึกษาเพื่อนักเรียนต้องเริ่มที่ปฏิรูปวิถีปฏิบัติชีวิตของครู!

ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 13 กรกฎาคม 2558
 
Advertisement
ติดตามข่าว บน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

^