LASTEST NEWS

25 ก.พ. 2560(รับเยอะ 27อัตรา) สพม.4 เปิดสอบพนักงานราชการครู 15 อัตรา ครูอัตราจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว 12 อัตรา 24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ 24 ก.พ. 2560รับสมัครด่วน! ครูขาดแคลนขั้นวิกฤต วุฒิป.ตรีทางการศึกษาทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท 24 ก.พ. 2560วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 32 อัตรา บางตำแหน่งไม่ต้องใช้วุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป กศน.นราธิวาส 24 ก.พ. 2560เทศบาลเมืองท่าโขลง เปิดสอบผู้ช่วยครู 7 อัตรา สมัคร 7-17มีนาคม 2560 24 ก.พ. 2560สพป.สงขลา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู 4 อัตรา 24 ก.พ. 2560สพฐ.คลอดปฏิทินใหม่รับลูกร่นเวลาสอบครูผู้ช่วย

ชง คสช.ปรับโครงสร้าง อปท.มุ่งเลือกตั้งผู้ว่าฯ จี้ กมธ.ยกร่างฯฟังปชช.-ทำประชามติ

  • 30 ต.ค. 2557 เวลา 18:06 น.
  • 1,767 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ชง คสช.ปรับโครงสร้าง อปท.มุ่งเลือกตั้งผู้ว่าฯ จี้ กมธ.ยกร่างฯฟังปชช.-ทำประชามติ

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ชง คสช.ปรับโครงสร้าง อปท.มุ่งเลือกตั้งผู้ว่าฯ จี้ กมธ.ยกร่างฯฟังปชช.-ทำประชามติ
 
สภาพัฒนาการเมือง เสนอ คสช.ปรับโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มุ่งเป้าปกครองตัวเองในอนาคต ถึงขั้นเลือกตั้งผู้ว่าฯ "ธีรภัทร" คาด 3 รูปแบบปฎิรูปการเมือง ประชาธิปไตยแบบเดิม เปลี่ยนแปลงนิดหน่อย ประชาธิปไตยครึ่งใบ และ ประชาธิปไตยแบบก้าวหน้า "นายกฯ-ครม." มาจากการเลือกตั้งโดยตรง นักการเมืองขี้ฉ้อ จะถูกลงโทษ เรียกร้องรับฟังความเห็นประชาชนให้มากที่สุด และควรทำประชามติ 
       
       นายธีรภัทร เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง พร้อมสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง ได้ร่วมแถลงข้อเสนอของสภาพัฒนาการเมืองต่อแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยด้านการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น(อปท.) โดยเห็นว่าการกระจายอำนาจเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนาประเทศแต่ปัจจุบันท้องถิ่นยังไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ รัฐบาลจึงต้องใช้การกระจายอำนาจเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปยังท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อผลักดันความเจริญทางเศรษฐกิจไปยังท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีระดับการพัฒนาน้อยแทนการดึงทรัพยากรมารวมศูนย์ ซึ่งผลการกระจายอำนาจในระยะยาวจะทำให้เกิดการกระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจไปยังท้องถิ่นทั่วประเทศในระดับที่ทัดเทียมกันจนท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองและจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง
       
       นายธีรภัทร กล่าวว่า ข้อเสนอในแนวทาง การปฏิรูปท้องถิ่นควรมีการจัดอันดับกลุ่มจังหวัดตามความระดับความพร้อมในการพัฒนาเป็น 3 ระดับคือ ตั้งแต่กลุ่มจังหวัดที่มีความพร้อมในการพัฒนาน้อย ปานกลาง และพัฒนาสูง เพื่อให้การดำเนินการกระจายอำนาจเป็นไปตามระดับความพร้อมของแต่ละกลุ่มจังหวัด โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กลุ่มจังหวัดที่มีระดับการพัฒนาน้อย รัฐต้องให้ความสำคัญสูงสุดในการทุ่มเทงบประมาณ และแผนการสร้างความเจริญเติบโต โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทยหรือข้าราชการที่ไม่สังกัดกระทรวงมหาดไทยไปกำกับดูแล มีการจัดทำแผนปรับโครงสร้าง อปท. ออกเป็น 3 ระยะ โดย 8 ปีแรกให้ดำรงโครงสร้าง อปท.ในกลุ่มจังหวัดนี้ไว้เช่นเดิม และทำแผนจัดตั้งสภาพลเมืองระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ระดับจังหวัด ในระยะ 5 ปีต่อมาให้ อปท.ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาลเมือง และเทศบาลชนบท และระยะ 2 ปีสุดท้าย ให้ อปท.ระดับจังหวัดปรับเปลี่ยนเป็นจังหวัดปกครองตนเอง และระดับต่ำกว่าจังหวัดคือเทศบาล
       
       ส่วนกลุ่มจังหวัดที่มีความพร้อมระดับปานกลางให้มีการจัดทำแผนปรับรูปแบบและโครงสร้าง อปท.โดยแบ่งเป็น 3 ระยะเช่นกัน ระยะ 5 ปีแรกคงไว้ซึ่ง อปท.ส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด คือ อบจ. และอปท.ระดับต่ำกว่าจังหวัดคือ เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต.) และจัดทำแผนจัดตั้งสภาพลเมืองระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล และระดับจังหวัด ในระยะ 3 ปีต่อมาให้ อปท.ประกอบด้วย อบจ. เทศบาลเมือง เทศบาลชนบท โดยมีการยกฐาน อบต.เป็นเทศบาลชนบททั่วประเทศ และระยะ 2 ปีสุดท้ายให้ อปท.ระดับจังหวัดปรับเปลี่ยนเป็นจังหวัดปกครองตนเอง และระดับต่ำกว่า จังหวัดคือเทศบาล
       
       ขณะที่กลุ่มจังหวัดที่มีความพร้อมในการพัฒนาสูง ให้แปรสถานะราชการส่วนภูมิภาคระดับจังหวัดเป็น “สำนักงานข้าหลวงจังหวัด” มีฐานะเป็นตัวแทนรัฐบาล ทำหน้าที่ช่วยเหลือทางเทคนิคและวิชาการให้แก่ อปท. โดยข้าหลวงจังหวัดมาจากการสรรหาข้าราชการในส่วนกลางขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็ยกฐานจังหวัดเป็นจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีหรือไม่เกิน 2 ปี
       
       สำหรับโครงสร้างอำนาจและงบประมาณนั้น ฝ่ายนิติบัญญัติคือสภาจังหวัดจัดการตนเอง และฝ่ายบริหารคือผู้ว่าการจังหวัดจัดการตนเอง ใช้เขตจังหวัดจัดการตนเองเป็นเขตเลือกตั้ง และเพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการปกครองตนเองของประชาชน ควรมีการจัดตั้งสภาพลเมือง ในระดับจังหวัดขึ้นมาก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มในระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้านในระยะต่อไป โดยสภาพลเมืองจะประกอบด้วยคนทุกกลุ่มอาชีพ และที่สำคัญจังหวัดจัดการตนเองมีอำนาจที่จะจัดเก็บภาษีที่ใช้ฐานร่วมระห่วงรัฐบาลกลางกับ อปท. โดยท้องถิ่นเก็บไว้ใช้เองไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 นำส่งส่วนกลางเป็นรายได้ของแผ่นดินไม่เกินร้อยละ 30 และหากมีความพร้อมสูงก็สามารถเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้โดยตรง
       
       อย่างไรก็ตาม สำหรับจังหวัดที่มีเขตพื้นที่พิเศษเช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตวัฒนธรรมพิเศษ เขตท่องเที่ยวพิเศษ เขตพัฒนาการศึกษาพิเศษ เขตพัฒนาการเกษตรพิเศษ ก็ให้มีการกำหนดพื้นที่เหล่านั้นเป็นรูปแบบการจัดการเขตพิเศษด้วยตนเอง และกรณีท้องถิ่นหรือจังหวัดขนาดใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง หรือมีลักษณะวัฒนธรรมที่เป็นแบบเฉพาะของท้องถิ่น อาจมีการรวมพื้นที่ปกครองท้องถิ่นโดยรอบ หรือหลายจังหวัดรวมกันยกฐานเป็นมหานคร เช่นภูเก็ต อุบลราชธานี อุดรธานี เชียงใหม่ และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นต้น
       
       ทั้งนี้ สภาพัฒนาการเมืองจะได้มีการนำส่งข้อเสนอดังกล่าวให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายในบ่ายวันนี้ เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการปฏิรูปประเทศของสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป
       
       นายธีรภัทร ยังกล่าวถึงผลการคัดเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 20 คนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ถูกมองเป็นไปตามโผ ว่า เบื้องต้นคงยังไม่สามารถระบุได้ว่าแนวทางการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นไปในทิศทางใด ต้องขอรอดูองค์ประกอบของคณะกรรมาธิการเต็มคณะและรอฟังแนวความคิดหลักของกรรมาธิการว่าจะกำหนดรูปแบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่าจะสอดคล้องกับสังคมไทยอย่างไร โดยดูจากหลักคิด กระบวนการได้มา ซึ่งกรรมาธิการยกร่างฯ ควรรับฟังความเห็นจากคนทั้งประเทศและทางดีก็ควรจะทำประชามติ แต่เบื้องต้นยังไม่เห็นช่องทางที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติ
       
       นายธีรภัทร กล่าวด้วยว่ารูปแบบที่จะนำไปสู่การปกครองที่จะมีการปรับเปลี่ยนนั้นเห็นว่ามีอยู่ 3 แบบ แต่ยังไม่รู้ว่ากรรมาธิการจะเลือกรูปแบบใด ซึ่ง 3 รูปแบบประกอบด้วย ประชาธิปไตยในลักษณะเดิม คือไม่มีการเปลี่ยนอะไรมาก เช่นยังคงระบบรัฐสภา แต่อาจปรับปรุงในเรื่องที่มาและจำนวนของ ส.ส. รูปแบบที่สอง ประชาธิปไตยแบบย้อนยุคหรือประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่สภาฯ อาจมาจากทั้งการเลือกตั้งและแต่งตั้ง หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง และนายกรัฐมนตรีที่ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และรูปแบบที่ 3 ประชาธิปไตยแบบก้าวหน้าที่จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมือง มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีโดยตรง ส่วนนักการเมืองที่ชอบทำผิดกฎหรือปฏิบัติในรูปแบบเดิม ก็อาจสร้างบนลงโทษจำกัดพฤติกรรมทางการเมืองของนักการเมืองนั้นเป็นรายบุคคลให้ชัดเจน ซึ่งในระบบนี้หากเป็นไปได้จะดีมากและสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก แต่คงเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้หากกรรมาธิการยกร่างฯ ไปเลือกแนวทางถอยหลังก็เป็นอันตรายต่อประเทศ
       
       “แน่นอนว่ารายชื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ออกมาไม่ใช่องค์กรประกอบของคนทุกฝ่าย ผู้แทนของฝ่ายตรงข้ามเข้ามามีส่วนน้อย ซึ่งถ้าองค์ประกอบไม่หลากกลายความคิดก็จะกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือถ้ามีการกำหนดแนวทางของรัฐธรรมนูญไว้ล่วงหน้า โดยไม่ฟังเสียงของประชาชน มันก็อาจจะทำไปสู่การปฎิรูปประเทศที่ล้มเหลว เพราะเพียงแค่จะมารับฟังความคิดหรือประชาพิจารณ์ไม่เพียงพอ และยังไม่สะท้อนถึงการยอมรับ"
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ชง คสช.ปรับโครงสร้าง อปท.มุ่งเลือกตั้งผู้ว่าฯ จี้ กมธ.ยกร่างฯฟังปชช.-ทำประชามติ

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^