LASTEST NEWS

29 เม.ย. 2560รวมลิงค์! ประกาศผลการสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 29 เม.ย. 2560แนวทางการอ่านหนังสือสอบบรรจุครูผู้ช่วย 29 เม.ย. 2560แนวทางการสอบครูผู้ช่วย จากผู้มีประสบการณ์ ได้เรียกบรรจุรอบแรก 28 เม.ย. 2560คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้ฯ โดยการเทียบโอน 28 เม.ย. 2560ซักซ้อมการดำเนินการเกี่ยวกับการขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 28 เม.ย. 2560กศจ.กรุงเทพ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 28 เม.ย. 2560โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร รับสมัครพี่เลี้ยงเด็กปฐมวัย (วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 27 เม.ย. 2560กศจ.นครราชสีมา ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2560 27 เม.ย. 2560กศจ.ราชบุรี ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560

ชงขึ้นแบล็กลิสต์ตัดสิทธิ์กู้ กยศ.เด็กอาชีวะเอกชนก่อเหตุตีกัน

  • 23 ก.ย. 2557 เวลา 00:17 น.
  • 580 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ชงขึ้นแบล็กลิสต์ตัดสิทธิ์กู้ กยศ.เด็กอาชีวะเอกชนก่อเหตุตีกัน

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ชงขึ้นแบล็กลิสต์ตัดสิทธิ์กู้ กยศ.เด็กอาชีวะเอกชนก่อเหตุตีกัน
 
อาชีวะเอกชนกลุ่มเสี่ยง น้อมรับมาตรการ “บิ๊กตู่” เปิดศึกตีกันปิดทันที 3-7 วัน พร้อมเสนอให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง มารับลูกด้วยตนเอง หากถูกจับพกพาอาวุธ ชี้เพื่อจะได้รู้พฤติกรรมลูก และวิทยาลัยจะขยับเวลาเรียนให้เหลื่อมกัน สกัดเด็กออกไปก่อเหตุ ขณะที่ สช. จับตาโรงเรียนเจ้าปัญหา ก่อเหตุ 2 ครั้ง “บัณฑิตย์” ยันก่อเหตุครบสามครั้งอาจเจอมาตรการปิดถาวร ด้าน นายกสมาคมอาชีวะเอกชน ชงมาตรการ ตีกันเมื่อไรขึ้นแบล็กลิสต์เด็กตัดสิทธิ์ กยศ. ทันที
       
       วันนี้ (22 ก.ย.) นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน 18 แห่ง ประกอบด้วย สถานศึกษากลุ่มเสี่ยง 6 แห่ง และที่ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษากลุ่มเสี่ยงทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อชี้แจงมาตรการป้องกันและจัดการกับนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ปรับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ปิดสถานศึกษาที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาททันที 3-7 วัน พร้อมให้สถาบันต่างๆ เสนอแผนป้องกันพิเศษ มาให้ สช. พิจารณา หากผ่านความเห็นชอบจึงจะอนุญาตให้เปิดการเรียนการสอน ซึ่งทุกสถาบันยอมรับและเห็นชอบกับมาตรการดังกล่าว
       
       นอกจากนั้น ยังมีการเสนอมาตรการอื่นๆ ที่สำคัญเพิ่มเติม อาทิ ขอให้เพิ่มจุดเสี่ยงในการตรวจตรา โดยเฉพาะกรณีของนักศึกษาที่มักชอบจับกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ แยกทันที เพราะส่วนใหญ่มักใช้ รถจักรยานยนต์ในการก่อเหตุ ขณะเดียวกัน ยังเลื่อนเวลาเข้าเรียนและเลิกเรียน ไม่ให้ตรงกัน โดยสถาบันที่เป็นคู่อริ รวมไปถึงบางแห่งปรับเวลาเปิด ปิดภาคเรียนไม่ให้ตรงกัน โดยเฉพาะช่วงก่อเหตุมักจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม -มิถุนายน
       
       “สถานศึกษาเสนอขอให้มีการปรับเพิ่มโทษทางกฎหมาย สำหรับนักเรียนที่ก่อเหตุด้วย เพราะปัจจุบันหากตรวจพบว่านักเรียนพกอาวุธจะถูกปรับแค่ 100 บาท และเมื่อครูมารับรองก็จะปล่อยตัวกลับบ้าน แต่ต่อไปอยากให้ผู้ปกครองมารับเด็กด้วยตัวเอง เพื่อจะได้รับรู้พฤติกรรมของเด็ก ในส่วนของสถานศึกษาถ้าปล่อยปละละเลย จนเกิดเหตุซ้ำซาก ก็ต้องมีมาตรการลงโทษ ซึ่งมาตรการที่ใช้อยู่ปัจจุบันจะให้สถาบันที่ก่อเหตุครบ 3 ครั้ง งดรับนักศึกษาทันทีในปีถัดไป ซึ่งขณะนี้มีสถานศึกษาที่ก่อเหตุครบ 2 ครั้งแล้ว 1 แห่ง อยู่ในการจับตาเป็นพิเศษจาก สช. ถ้าก่อเหตุอีก 1 ครั้ง ก็จะต้องใช้มาตรการงดรับนักศึกษา และแนวโน้มน่าจะเป็นการปิดถาวรเพราะจำนวนนักศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โรงเรียนก่อเหตุ 1 ครั้ง มีอยู่ 4 แห่ง ซึ่งสช.ก็จับตาอยู่เช่นกัน ” นายบัณฑิตย์ กล่าว
       
       รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อาชีวศึกษาเอกชนเห็นด้วยและเข้าใจความหวังดีของนายกฯ หากตรวจสอบชัดเจนว่าสถานศึกษาแห่งนั้นปล่อยปละละเลย ไม่มีมาตรการป้องกันปัญหาที่เหมาะสม ก็สมควรที่จะเข้าสู่มาตรการลงโทษ โดยการสั่งปิดสถานศึกษา แต่ตนอยากเสนอให้เพิ่มมาตรการสำหรับจัดการกับเด็กควบคู่ไปกับมาตรการลงโทษสถานศึกษาด้วย โดยให้มีการขึ้นแบล็กลิชเด็กที่ก่อเหตุทันที รวมทั้งส่งข้อมูลมูลให้กองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อเพื่อให้ กยศ. ขึ้นแบล็กลิสต์เพื่อให้มีผลต่อการกู้ยืมเงิน 
       
       “ที่เสนอมาตรการนี้เพราะต้องการให้เด็กเข็ดหลาบ เพราะกฎหมายที่ลงโทษเวลานี้อ่อนมาก เมื่อเด็กถูกให้ออกจากสถานศึกษาแห่งหนึ่งก็จะย้ายไปสมัครเรียนที่อื่นและก่อเหตุต่อได้ แต่ถ้ามีข้อมูลและให้ กยศ. ขึ้นแบล็กลิสต์เด็กเหล่านี้ จะช่วยให้สถานศึกษาคัดกรองเด็กได้ระดับหนึ่ง และเด็กเองก็อาจจะมีความเกรงกลัว เพราะถ้าก่อเหตุก็อาจจะหมดสิทธิ์กู้ กยศ. ไปด้วย รศ.ดร.จอมพงศ์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ ขอย้ำว่า การแก้ปัญหาเด็กทะเลาะวิวาทจะต้องทำหลายมาตรการพร้อมๆ กัน และที่สำคัญต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนกับตัวผู้ทำผิด ปัจจุบันกฎหมายค่อนข้างอ่อน ทำให้เด็กกล้าก่อเหตุ แม้ว่าสถานศึกษาจะดำเนินการตามมาตรการป้องกันในทุดด้านแล้ว
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ชงขึ้นแบล็กลิสต์ตัดสิทธิ์กู้ กยศ.เด็กอาชีวะเอกชนก่อเหตุตีกัน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^