LASTEST NEWS

19 ม.ค. 2560สำหรับ ป.ตรี วท.บ. และ วศ.บ. ที่อยากเป็นครู จบแล้วบรรจุในคุณวุฒิป.โท 19 ม.ค. 2560สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 19 ม.ค. 2560รายชื่อผู้ผ่านการเทียบโอนความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 116 19 ม.ค. 2560นายกฯ สั่งลุย!! ‘บิ๊กตู่’ สั่งผู้บริหาร ศธ.ลุยปฏิรูปการศึกษาทันที ไม่ต้องรอทำแผนเสร็จ 19 ม.ค. 2560ศธ.เล็งผุดมาตรฐานวิชาชีพครูไทย อ้างอิงแม่พิมพ์อาเซียน ‘หมอธี’ เล็งปรับหลักสูตรศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ 19 ม.ค. 2560เล็งเลื่อนปิดเทอม-โอเน็ต!! ‘หมอธี’ ตรวจน้ำท่วมใต้ เผย ร.ร.สุราษฎร์เสียหายกว่า 100 ล. 19 ม.ค. 2560สอบครูผู้ช่วย ภาค ก. ปี 2560 ต้องอ่านอะไรบ้าง 19 ม.ค. 2560เดินหน้าเกลี่ยอัตราใน ศธ. แต่งตั้ง ศธภ.-รอง ศธภ 19 ม.ค. 2560"บิ๊กตู่"จี้รุกปฏิรูปศึกษาก่อนแผนเสร็จ สกศ.ปรับเพิ่มเป็น 20 ปี-ลดเหลือ 7 ยุทธศาสตร์ 19 ม.ค. 2560จ่ายเงิน สพฐ. 1.5 หมื่นล้าน ผ่านอี-เพย์เมนต์ลอตแรก

แนะสมศ.คิดใหม่ตัวบ่งชี้ประเมินรอบสี่

  • 25 ก.ค. 2557 เวลา 06:49 น.
  • 881 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
แนะสมศ.คิดใหม่ตัวบ่งชี้ประเมินรอบสี่

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

"วุฒิชัย" ค้านนำเงินบริจาคศิษย์เก่ามาประเมิน ชี้ทำได้ยาก ติงสมศ.เลียนแบบตะวันตกไม่ดูการปฏิบัติของคนไทย ด้าน"กำจร"แนะ สมศ.ทบทวนตัวบ่งชี้ประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ใหม่
 
วันนี้ ( 24 ก.ค.) รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ( มก. ) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.)ได้ประกาศเกณฑ์และตัวบ่งชี้การประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สี่ผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งมีตัวบ่งชี้หนึ่งที่จะวัดมูลค่าทรัพย์สินที่ศิษย์เก่าบริจาคให้สถานศึกษา โดยหากสถานศึกษามีอายุเกิน 30 ปี และนักเรียนเกิน 3,000 คน จะต้องมีการบริจาคจากศิษย์เก่าเป็นมูลค่า 20 ล้านบาท จึงจะผ่านในระดับดีมาก ว่า การนำศิษย์เก่ามาเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งในการประเมินมหาวิทยาลัยก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องชี้ให้ชัดว่าจะประเมินศิษย์เก่าในเรื่องอะไร จะเกิดผลดี ผลเสียอย่างไร ส่วนที่จะนำเรื่องการสนับสนุนเงินทุนพัฒนามหาวิทยาลัยนั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย และหากเป็นมหาวิทยาลัยไทยตนว่าคงเป็นเรื่องที่ยาก เพราะวัฒนธรรมหรือการปฏิบัติของคนไทยส่วนใหญ่หากหาเงินมาได้จะเก็บไว้ให้ลูก หรือ อาจจะมีบริจาคบ้างแต่ไม่มากนัก ซึ่งจะต่างจากชาวตะวันตกเมื่อหาเงินมาได้จะกันเงินบางส่วนให้ลูกและจะยกให้การกุศล หรือสถานศึกษา ศิษย์เก่าบางคนบริจาคเงินให้สถาบันการศึกษา100-200 ล้านบาทก็มี ส่วนลูกเมื่อโตขึ้นจะไปหาเลี้ยงตัวเองไม่มารอเงินจากพ่อแม่ ดังนั้น สมศ.จะมาเอาอย่างชาวตะวันตกไม่ได้ แต่ทางที่ดีตนว่าน่าจะประเมินผลจากผู้ใช้บัณฑิตจะดีที่สุดเพราะเป็นผู้ใช้บัณฑิตจริงๆ ซึ่งจะทำให้รู้ว่าบัณฑิตที่จบออกมานั้นมีคุณภาพและสามารถทำงานได้จริงหรือไม่
 
ด้าน รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยมีเสียงสะท้อนว่าตัวบ่งชี้ของ สมศ.หลายตัวที่ไม่สามารถสะท้อนคุณภาพของสถาบันการศึกษาได้อย่างการกำหนดว่า สถาบันอุดมศึกษาจะต้องมีฐานข้อมูลของตัวเอง เช่น ต้องมีห้องสมุดที่เก็บข้อมูลที่ทันสมัย สืบค้นได้ง่าย ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งปฏิบัติได้ยาก เพราะไม่มีงบประมาณ หรือการบริจาคเงินของศิษย์เก่าก็ไม่น่าจะสะท้อนคุณภาพการจัดการศึกษาได้เช่นกัน และการจะให้มีเงินบริจาคได้จำนวนมาก สถาบันนั้นจะต้องสะสมศิษย์เก่าจำนวนมาก และศิษย์เก่าต้องมีงานทำด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งต่างๆเหล่านี้ตนเชื่อว่าไม่ได้เป็นการสะท้อนถึงคุณภาพการจัดการศึกษาได้ ดังนั้น สมศ.ต้องมาทบทวนตัวบ่งชี้บางตัวที่ไม่สามารถสะท้อนคุณภาพการศึกษาได้จริงๆ.
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แนะสมศ.คิดใหม่ตัวบ่งชี้ประเมินรอบสี่

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^