LASTEST NEWS

02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 01 ธ.ค. 2559สพป.ขอนแก่น เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา 01 ธ.ค. 2559คุณครูต้องอ่าน!! กรณีตัวอย่างการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ 30 พ.ย. 2559แชร์เลย!! สทศ.เปิดให้ดาวน์โหลดข้อสอบโอเน็ตทุกวิชา พร้อมเฉลย ชั้น ป.6 ม.3 ม.6

รูดม่านแท็บเล็ต...รอวันเปิดแผล ประชานิยมนี้เพื่อใคร?

  • 20 มิ.ย. 2557 เวลา 09:23 น.
  • 649 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
รูดม่านแท็บเล็ต...รอวันเปิดแผล ประชานิยมนี้เพื่อใคร?

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

รูดม่านแท็บเล็ต...รอวันเปิดแผล ประชานิยมนี้เพื่อใคร?
 
 ในที่สุดก็ถึงจุดจบของโครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย หรือโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน เมื่อที่ประชุมร่วมระหว่าง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา กับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมใจกันล้มโครงการแจกแท็บเล็ตนักเรียนรายคน ทั้งในส่วนของปีงบประมาณ 2556 ที่การจัดซื้อยังค้างอยู่ในโซน 4 ของนักเรียนชั้น ม.1 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)และการจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณ 2557 ซึ่งใช้งบฯ รวมทั้งสิ้นเกือบ 7,000 ล้านบาท หลังนำผลวิจัยและผลการติดตามการใช้แท็บเล็ตมาวิเคราะห์ร่วมกัน โดยให้เหตุผลว่าไม่คุ้มค่า และไม่เหมาะสม
 
โครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา ต่อ 1 นักเรียน เป็นหนึ่งในโครงการประชานิยมที่สร้างความฮือฮาในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้หาเสียงไว้ว่าจะแจกแท็บเล็ตแก่นักเรียน นี่จึงเป็นที่มาของการนำมากำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนด้านการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมกันทางการศึกษาให้แก่นักเรียนชั้น ป.1 ในโรงเรียนทุกสังกัดรวมกว่า 8 แสนคน ให้สามารถเข้าถึงความรู้ และข้อมูลข่าวสารตามความสนใจได้ รวมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เด็กอ่านออก เขียนได้ คิดเป็น และสนุกกับการเรียนรู้แบบไม่จำกัดเวลา และสถานที่
 
เส้นทางการดำเนินโครงการสายนี้ เริ่มต้นจากการแจกแท็บเล็ตให้แก่นักเรียนชั้น ป.1 ทุกคนในโรงเรียนทุกสังกัด ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 รวม 8.6 แสนเครื่อง ในวงเงิน 2,178 ล้านบาท ซึ่งราคาเครื่องอยู่ที่ประมาณเครื่องละ 2,000 กว่าบาท โดยปีแรกกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)เป็นผู้ดำเนินการจัดหาแท็บเล็ตให้แก่ทุกหน่วยงานที่ได้รับงบฯจัดซื้อแท็บเล็ต ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และคำถามจากสังคมมากมายว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องแจกแท็บเล็ตให้นักเรียน ป.1 ซึ่งยังเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ และยังเดินหน้าโครงการต่อไปในปีงบประมาณ 2556 เป็นปีที่ 2
 
การดำเนินการของปี 2556 ได้เปลี่ยน แปลงการจัดซื้อแท็บเล็ตให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีอ๊อคชั่น) พ.ศ.2549 โดยให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของงบฯ มอบอำนาจให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ดำเนินการอีอ๊อคชั่น ซึ่งแบ่งการจัดซื้อเป็น 4 โซน ได้แก่ โซน 1 นักเรียน ป.1 (ภาคกลางและใต้) โซน 2 นักเรียน ป.1 (ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ) โซน 3 นักเรียน ม.1 (ภาคกลางและใต้) และโซน 4 นักเรียน ม.1 (ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยการทำสัญญาให้ผู้ขายทำสัญญาโดยตรงกับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของงบฯ ซึ่งปีนี้จัดซื้อแท็บเล็ต จำนวน 1.63 ล้านเครื่อง ในวงเงิน 4,611 ล้านบาท เพื่อแจกให้นักเรียนชั้น ป.1 และ ม.1 ทุกคนทั่วประเทศ
 
โครงการแจกแท็บเล็ตนักเรียนปีที่ 2 ดูเหมือนจะราบรื่น เพราะได้บริษัทที่ชนะการประกวดราคาครบ 4 โซน และเซ็นสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเรียบร้อย แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงขั้นตอนการจัดส่งแท็บเล็ต กลับพบว่า โซน 1 และ 2 บริษัทไม่จัดส่งแท็บเล็ตตามเวลาที่กำหนดจึงยกเลิกสัญญา และจัดประกวดราคาจนได้บริษัทใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดส่งแท็บเล็ต ส่วนโซน 3 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เห็นว่าอาจมีการฮั้วประมูลเกิดขึ้น จนเกิดการฟ้องร้อง แต่ในที่สุดบริษัทที่ชนะการประกวดราคาก็เป็นผู้ชนะคดี และเดินหน้าจัดซื้อต่อไป โดยขณะนี้โซน 3 จัดส่งแท็บเล็ตถึงมือเด็กครบทุกคนแล้ว ส่วนโซน 4 บริษัทไม่จัดส่งของตามกำหนดเช่นกัน ทำให้ต้องประกวดราคาใหม่ แต่กระบวนการยังไม่ทันเริ่มต้น ก็ต้องมาถูกยุติโครงการลงกลางคัน พร้อมกับการจัดซื้อของปีงบประมาณ 2557 ส่งผลให้งบประมาณ 2556 มีเพียงโซน 4 เท่านั้นที่ไม่ได้รับแท็บเล็ต
 
จะเห็นได้ว่าตลอดเส้นทางการดำเนินโครงการแจกแท็บเล็ตให้แก่นักเรียนนั้น ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ซึ่งในระหว่างทางมีอุปสรรคขวากหนามเกิดขึ้นให้ตามแก้ปัญหามากมาย ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อแท็บเล็ต การส่งมอบเครื่องที่มีความล่าช้า การใช้งานของเครื่องที่มีคุณภาพเป็นไปตามราคาที่ค่อนข้างต่ำ แต่สิ่งตอกย้ำที่ทำให้โครงการนี้เดินมาถึงทางตัน ก็คือผลการวิจัยทั้งในส่วนของสำนักงานผู้ตรวจราชการ ศธ. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เห็นไปในทางเดียวกันว่ายังมีจุดบอด อาทิ แท็บเล็ตมีขนาดหน้าจอที่เล็ก ทำให้นักเรียนมีปัญหาด้านสายตา คุณภาพของเครื่องที่มีราคาถูก ทำให้แท็บเล็ตมีสเปกต่ำ อายุการใช้งานสั้น แบตเตอรี่มีปัญหา ชาร์จไฟไม่เข้า เก็บไฟได้ไม่นาน ทำให้การเรียนการสอนในห้องเรียนหยุดชะงัก อีกทั้งบางพื้นที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงโรงเรียน ทำให้ต้องใช้โซลาร์เซลล์ส่งผลให้แท็บเล็ตติด ๆ ดับ ๆ ขณะเดียวกันการแจกแท็บเล็ตก็แจกเฉพาะเด็กชั้น ป.1 และ ม.1 เท่านั้น เด็กชั้นอื่น ๆ ไม่ได้ใช้ด้วย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นตัวการันตีได้อย่างดีว่าเม็ดเงินมหาศาลที่ทุ่มลงไปเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า
 
หลังจากนี้คงต้องติดตามดูว่าการเสนอขอเปลี่ยนแปลงงบฯ และรูปแบบโครงการใหม่แทนโครงการเดิม ซึ่งแว่วว่าจะเป็นลักษณะของห้องเรียนที่จะให้นักเรียนทุกระดับชั้นได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือ “สมาร์ทคลาสรูม” โดยเชื่อว่าจะเป็นการใช้งบฯที่เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน และคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง แต่เหนืออื่นใดสิ่งที่น่าจับตามองเป็นที่สุดเห็นจะเป็นการที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.) ที่ได้ส่งคณะอนุกรรมการลงพื้นที่ขุดคุ้ยตรวจสอบการดำเนินโครงการประชานิยม 8 โครงการ ซึ่งโครงการซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียน ก็เป็น 1 ใน 8 โครงการที่รอวันพิสูจน์ว่า โครงการนี้ทำเพื่อเด็กหรือทำเพื่อใคร.
 
มณีรัตน์ ศิริปัญจนะ
 
 
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : รูดม่านแท็บเล็ต...รอวันเปิดแผล ประชานิยมนี้เพื่อใคร?

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^