LASTEST NEWS

23 พ.ค. 2560ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ. 22 พ.ค. 2560ชมรม 7 วิชาชีพการแพทย์จ่อบุก สธ.ทวงบรรจุตำแหน่ง 26 พ.ค.นี้ หลังพยาบาลได้ 8,792 อัตรา 22 พ.ค. 2560"จันทรเกษม"เปิด7สาขาวิชาครูที่ขาดแคลน 22 พ.ค. 2560โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ รับสมัครครูชาวต่างประเทศสอนภาษา จำนวน 4 อัตรา 22 พ.ค. 2560โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 19-25พ.ค.60 22 พ.ค. 2560​รวมข่าวรับสมัครครูอัตราจ้าง-ครูธุรการ รวม 10 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา ไม่ต้องใช้วุฒิครู 22 พ.ค. 2560โรงเรียนปัญจรักษ์ รับสมัครครูภาษาอังกฤษ สอนระดับประถมศึกษา (มีที่พักให้) 22 พ.ค. 2560โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี รับสมัครครูธุรการ 3 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา(ไม่ต้องมีวุฒิครู) เงินเดือน 15,000บ. 22 พ.ค. 2560โรงเรียนสิริรัตนาธร รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกคณิตศาสตร์ เงินเดือน 15,000.-บาท 22 พ.ค. 2560ด่วน! โรงเรียนบ้านน้ำยาว รับสมัครครูอัตราจ้าง วุฒิปริญญาตรี ไม่จำกัดสาขาวิชาเอก

ข่าวลวง! ห้ามดื่มขวดพลาสติกตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง

  • 02 มิ.ย. 2557 เวลา 22:57 น.
  • 11,328 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ข่าวลวง! ห้ามดื่มขวดพลาสติกตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง

Advertisement
เพิ่มเราเป็นเพื่อนใน Line กดเลย!

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวลวง! ห้ามดื่มขวดพลาสติกตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง
 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลั่น 'อย่าเชื่อข่าวลือโลกออนไลน์' ห้ามดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่เก็บในรถยนต์-ตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง เผยซื้อน้ำดื่ม 18 ยี่ห้อทดลองตากแดด ก่อนนำมาตรวจหาสารกลุ่มไดออกซิน แต่ไม่พบ...
 
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 57 นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการส่งต่อข่าวในสังคมออนไลน์ว่า ให้หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำบรรจุขวดพลาสติก ที่เก็บในหลังรถยนต์และจอดกลางแดด เพราะมีโอกาสได้รับสารไดออกซิน จนก่อให้เกิดมะเร็ง ซึ่งความจริงนั้น กลุ่มสารไดออกซินที่ก่อให้เกิดพิษมี 29 ตัว และสารแต่ละตัวจะมีค่าความเป็นพิษแตกต่างกัน โดยสารไดออกซินเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเคมีภัณฑ์ ที่มีสารคลอรีนเป็นองค์ประกอบ เช่น อุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ อุตสาหกรรมผลิตยาฆ่าแมลง เป็นต้น หรือกระบวนการเผาไหม้อุณหภูมิสูงทุกชนิด เช่น เตาเผาขยะทั่วไป เตาเผาขยะจากโรงพยาบาล เตาเผาศพ การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง และการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง เป็นต้น
 
ทั้งนี้ การสร้างกลุ่มสารไดออกซินจากการเผาไหม้ จะอยู่ในช่วงอุณหภูมิประมาณ 200-550 องศาเซลเซียส และจะเริ่มถูกทำลายเมื่ออุณหภูมิ 850 องศาเซลเซียสขึ้นไป ทำให้มีการปลดปล่อยและสะสมสารกลุ่มนี้ในสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ดิน หรือน้ำ ซึ่งสามารถปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ได้ ดังนั้น ที่ระบุว่า ไดออกซินละลายออกมาจากขวดบรรจุน้ำดื่มเมื่อวางไว้ในที่ร้อนๆ เช่น หลังรถยนต์นั้น "ไม่ใช่เรื่องจริง" เพราะไม่เคยมีรายงานการตรวจพบไดออกซินในพลาสติก และสารเคมีต่างๆ ที่มีการกล่าวอ้างว่าละลายออกมาจากขวดพลาสติกทั้งในสภาวะอุณหภูมิสูง หรือสภาวะการแช่แข็ง แล้วทำปฏิกิริยาเกิดเป็นสารไดออกซินนั้น ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนว่าเกิดขึ้นได้
 
"สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทย์ ซื้อตัวอย่างน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกชนิดพอลิเอทิลีน พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต พอลิพรอพิลีน พอลิคาร์บอเนต และพอลิไวนิลคลอไรด์ ที่จำหน่ายในตลาดสดและซุปเปอร์มาร์เก็ต 18 ยี่ห้อ และนำไปวางในรถที่จอดกลางแดดเป็นเวลา 1 วัน และ 7 วัน จากนั้นตรวจวิเคราะห์สารประกอบกลุ่มไดออกซิน จำนวน 17 ตัว และพีซีบี จำนวน 18 ตัว พบว่า ตรวจไม่พบสารประกอบกลุ่มไดออกซินและพีซีบีในทุกตัวอย่าง ขอให้ผู้บริโภคพิจารณาข่าวสารต่างๆ ที่ได้รับจากสื่อออนไลน์ก่อน" นพ.อภิชัย กล่าว
 
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันขวดพลาสติกขนาดเล็กมีอยู่ 2 ชนิด คือ ขวดสีขาวขุ่น ทำจากพลาสติกชนิด PE (พอลิเอทิลีน) และขวดใสไม่มีสีทำจากพลาสติกชนิด PET (พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต) ซึ่งนิยมใช้กันมากกว่าขวดแบบขาวขุ่น สำหรับขวดบรรจุน้ำ ชนิดเติม ซึ่งมีการบรรจุซ้ำจะเป็นขวดความจุ ประมาณ 20 ลิตร มี 3 ชนิด คือ ขวดสีขาวขุ่นทำจากพลาสติก ชนิด PP (พอลิพรอพิลีน) ขวดใส สีฟ้าอ่อน หรือสีเขียวอ่อน ทำจากพลาสติกชนิด PC (พอลิคาร์บอเนต) และขวดพลาสติกชนิด PET พลาสติกเหล่านี้ไม่มีสารคลอรีน เป็นองค์ประกอบที่จะเป็นต้นกำเนิดของไดออกซิน หรือถึงแม้ว่าพลาสติกชนิดอื่น เช่น พอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) มีสารคลอรีนเป็นองค์ประกอบ แต่อุณหภูมิของน้ำในขวดไม่ได้สูงมาก พอที่จะทำให้เกิดสารไดออกซินขึ้นมาได้ อีกทั้งไม่นิยมใช้เพื่อบรรจุน้ำบริโภค.
 
 
Advertisement
Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ข่าวลวง! ห้ามดื่มขวดพลาสติกตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^