LASTEST NEWS

22 พ.ย. 2560สอบสวน2ครูสาวพุ่งเป้าสพม.38 เรียกผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ 21 พ.ย. 2560เช็คคุณสมบัติ ปี1-5 ปีการศึกษา 2560 ที่มีสิทธิ์สมัครทุนครูคืนถิ่น 26,967 อัตรา 21 พ.ย. 2560มาแล้ว! ทุนครูคืนถิ่น รับสมัคร2.7หมื่นอัตรา จบแล้วบรรจุครูผู้ช่วยภูมิลำเนาทันที - สมัครถึง8ธ.ค.60 21 พ.ย. 2560สถ.แจ้งให้ม.บูรพา ตรวจสอบข้อร้องเรียนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 21 พ.ย. 2560โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ 393 นาย 21 พ.ย. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก. 31 อัตรา สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงาน 21 พ.ย. 2560ยันไม่มีระเบียบให้กล้อนผมเด็ก 20 พ.ย. 2560สพป.สุรินทร์ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการตำแหน่งครูผู้สอนและครูอัตราจ้าง รวม 19 อัตรา 20 พ.ย. 2560รับสมัครครูผู้ช่วย ห้ามจัดติวเด็ดขาด ตั้งกรรมการเกาะติด 20 พ.ย. 2560สพฐ.เปิดสอบครูผู้ช่วย 4,680 อัตรา - กำชับสอบครูผู้ช่วยครั้งที่2ต้องโปร่งใส

ข่าวลวง! ห้ามดื่มขวดพลาสติกตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง

  • 02 มิ.ย. 2557 เวลา 22:57 น.
  • 11,378 ครั้ง
  • LINE it!
Advertisement
ข่าวลวง! ห้ามดื่มขวดพลาสติกตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง
Advertisement

นำเสนอข่าวโดย >> ทีมงานครูวันดีดอทคอม ส่งข่าวนี้ เข้าไลน์ LINE it! - +

ข่าวลวง! ห้ามดื่มขวดพลาสติกตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง
 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลั่น 'อย่าเชื่อข่าวลือโลกออนไลน์' ห้ามดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่เก็บในรถยนต์-ตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง เผยซื้อน้ำดื่ม 18 ยี่ห้อทดลองตากแดด ก่อนนำมาตรวจหาสารกลุ่มไดออกซิน แต่ไม่พบ...
 
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 57 นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการส่งต่อข่าวในสังคมออนไลน์ว่า ให้หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำบรรจุขวดพลาสติก ที่เก็บในหลังรถยนต์และจอดกลางแดด เพราะมีโอกาสได้รับสารไดออกซิน จนก่อให้เกิดมะเร็ง ซึ่งความจริงนั้น กลุ่มสารไดออกซินที่ก่อให้เกิดพิษมี 29 ตัว และสารแต่ละตัวจะมีค่าความเป็นพิษแตกต่างกัน โดยสารไดออกซินเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเคมีภัณฑ์ ที่มีสารคลอรีนเป็นองค์ประกอบ เช่น อุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ อุตสาหกรรมผลิตยาฆ่าแมลง เป็นต้น หรือกระบวนการเผาไหม้อุณหภูมิสูงทุกชนิด เช่น เตาเผาขยะทั่วไป เตาเผาขยะจากโรงพยาบาล เตาเผาศพ การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง และการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง เป็นต้น
 
ทั้งนี้ การสร้างกลุ่มสารไดออกซินจากการเผาไหม้ จะอยู่ในช่วงอุณหภูมิประมาณ 200-550 องศาเซลเซียส และจะเริ่มถูกทำลายเมื่ออุณหภูมิ 850 องศาเซลเซียสขึ้นไป ทำให้มีการปลดปล่อยและสะสมสารกลุ่มนี้ในสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ดิน หรือน้ำ ซึ่งสามารถปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ได้ ดังนั้น ที่ระบุว่า ไดออกซินละลายออกมาจากขวดบรรจุน้ำดื่มเมื่อวางไว้ในที่ร้อนๆ เช่น หลังรถยนต์นั้น "ไม่ใช่เรื่องจริง" เพราะไม่เคยมีรายงานการตรวจพบไดออกซินในพลาสติก และสารเคมีต่างๆ ที่มีการกล่าวอ้างว่าละลายออกมาจากขวดพลาสติกทั้งในสภาวะอุณหภูมิสูง หรือสภาวะการแช่แข็ง แล้วทำปฏิกิริยาเกิดเป็นสารไดออกซินนั้น ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนว่าเกิดขึ้นได้
 
"สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทย์ ซื้อตัวอย่างน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกชนิดพอลิเอทิลีน พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต พอลิพรอพิลีน พอลิคาร์บอเนต และพอลิไวนิลคลอไรด์ ที่จำหน่ายในตลาดสดและซุปเปอร์มาร์เก็ต 18 ยี่ห้อ และนำไปวางในรถที่จอดกลางแดดเป็นเวลา 1 วัน และ 7 วัน จากนั้นตรวจวิเคราะห์สารประกอบกลุ่มไดออกซิน จำนวน 17 ตัว และพีซีบี จำนวน 18 ตัว พบว่า ตรวจไม่พบสารประกอบกลุ่มไดออกซินและพีซีบีในทุกตัวอย่าง ขอให้ผู้บริโภคพิจารณาข่าวสารต่างๆ ที่ได้รับจากสื่อออนไลน์ก่อน" นพ.อภิชัย กล่าว
 
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันขวดพลาสติกขนาดเล็กมีอยู่ 2 ชนิด คือ ขวดสีขาวขุ่น ทำจากพลาสติกชนิด PE (พอลิเอทิลีน) และขวดใสไม่มีสีทำจากพลาสติกชนิด PET (พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต) ซึ่งนิยมใช้กันมากกว่าขวดแบบขาวขุ่น สำหรับขวดบรรจุน้ำ ชนิดเติม ซึ่งมีการบรรจุซ้ำจะเป็นขวดความจุ ประมาณ 20 ลิตร มี 3 ชนิด คือ ขวดสีขาวขุ่นทำจากพลาสติก ชนิด PP (พอลิพรอพิลีน) ขวดใส สีฟ้าอ่อน หรือสีเขียวอ่อน ทำจากพลาสติกชนิด PC (พอลิคาร์บอเนต) และขวดพลาสติกชนิด PET พลาสติกเหล่านี้ไม่มีสารคลอรีน เป็นองค์ประกอบที่จะเป็นต้นกำเนิดของไดออกซิน หรือถึงแม้ว่าพลาสติกชนิดอื่น เช่น พอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) มีสารคลอรีนเป็นองค์ประกอบ แต่อุณหภูมิของน้ำในขวดไม่ได้สูงมาก พอที่จะทำให้เกิดสารไดออกซินขึ้นมาได้ อีกทั้งไม่นิยมใช้เพื่อบรรจุน้ำบริโภค.
 
 
Advertisement

Advertisement

TAGS ที่เกี่ยวข้อง >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ข่าวลวง! ห้ามดื่มขวดพลาสติกตากแดด เสี่ยงเป็นมะเร็ง

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^