LASTEST NEWS

25 พ.ย. 2563โรงเรียนบ้านรางสายบัว รับสมัครครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ เงินเดือน 12,000 + มีบ้านพักให้ 25 พ.ย. 2563โรงเรียนธัญบุรี รับสมัครครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษา เงินเดือน 15,000.-บาท 25 พ.ย. 2563กศน.อุบลราชธานี เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 36 อัตรา สมัคร 30 พ.ย.- 4 ธ.ค.2563 24 พ.ย. 2563โรงเรียนไทรน้อย รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ เงินเดือน 15,000.- (ขยายเวลารับสมัคร) 24 พ.ย. 2563โรงเรียนขุนไกรพิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง สมัคร 1-7 ธันวาคม 2563 24 พ.ย. 2563สพฐ.แจ้งโอนจัดสรรงบประมาณฯ ค่าเช่าบ้านครั้งที่ 1 ต.ค.-ธ.ค.63 24 พ.ย. 2563สพฐ.แจ้งโอนค่าจ้างและค่าตอบแทนบุคลากรทดแทน ต.ค.63-มี.ค.64 24 พ.ย. 2563กศน.จังหวัดพิจิตร รับสมัครพนักงานราชการ ครู กศน.ตำบล 7 อัตรา สมัคร 30 พ.ย.-4 ธ.ค.63 23 พ.ย. 2563"สุภัทร" ตั้งวงถกสทศ.เลิกไม่เลิกสอบโอเน็ต 22 พ.ย. 2563วิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเหนือ 2 กุมภวาปี รับสมัครครูผู้สอน วิชาคอมพิวเตอร์ สมัครตั้งแต่ 23 - 30  พ.ย.2563

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่ง

usericon

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่  เพื่อส่ง
ชื่อเรื่อง    การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่งเสริม
    ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ชื่อผู้วิจัย    นายเชาวลิต สาตร์นอก ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
    โรงเรียนประทาย อำเภอประทาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
ปีที่วิจัย    2556
บทคัดย่อ
    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3)เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/9 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนประทาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 45 คน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม( Cluster Random Sampling) โดยการจับสลากห้องเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1)รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4) แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติค่าที แบบไม่อิสระ และการวิเคราะห์เนื้อหา
    ผลการวิจัยพบว่า
        1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อเรียกว่า “MRACPE Model” โดยมีองค์ประกอบดังนี้ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการจัดการเรียนรู้ สาระความรู้และทักษะความสามารถ สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ระบบสังคม หลักการตอบสนอง และสิ่งสนับสนุน รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน คือ 1 การสร้างแรงบันดาลใจ(Motivation) 2) การแสวงหาความรู้ (Research 3)การวิเคราะห์และออกแบบ (Analysis and Design)4)การสร้างสรรค์ชิ้นงาน(Create)5)การนำเสนอและวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์(Present and Constructive critism) และ 6) การประเมินและส่งเสริม (Evaluate and Promote) ตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีความสอดคล้องกัน (IOC=1.00)และเมื่อนำไปหาประสิทธิภาพ (E1/E2)แบบกลุ่มใหญ่(Field Tryout) กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนประทาย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 30 คน ได้ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เท่ากับ 84.26/83.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 80/80 ยอมรับสมมติฐานของการวิจัยข้อที่ 1
        2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ยอมรับสมมติฐานของการวิจัยข้อที่ 2
        3. ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนจากการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ยอมรับสมมติฐานของการวิจัยข้อที่ 3
        4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( )เท่ากับ 4.53 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) เท่ากับ 0.57

**ท่านใดที่สนใจ คู่มือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ติดต่อได้ที่ chao2010@hotmail.com
sartnok01 29 ม.ค. 2557 เวลา 14:05 น. 0 1,527
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^