LASTEST NEWS

23 พ.ค. 2562คนจบ ป.ตรี ว่างงานกว่า 1 แสน ! ก.ศึกษาฯ เเนะปรับหลักสูตร ตอบโจทย์ตลาดเเรงงาน 23 พ.ค. 2562ขึ้นบัญชีครูผู้ช่วยมีเฮ สพฐ.ได้อัตราคืน 11,839 อัตรา น่าจะบรรจุ​ ไม่เกิน​กันยายน​62 23 พ.ค. 2562ยุบแล้ว! โรงเรียนขนาดเล็กในขอนแก่น มีนร.18คน ครูอีก 1 คน 23 พ.ค. 2562"สุเทพ"จับงานแรก แก้ปัญหา "สังคมก้มหน้า"เด็กนักเรียน 23 พ.ค. 2562ประกาศแล้ว! กำหนดวัน เวลา สถานที่ และระเบียบการสอบ ก.พ. ภาค ก. ปี2562 22 พ.ค. 2562กศจ.อุดรธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบที่ 3 จำนวน 6 อัตรา - รายงานตัว 31 พ.ค.2562 22 พ.ค. 2562"สุเทพ" ใจป้ำสุดๆ ประกาศอัดฉีดงบฯเขตพื้นที่ละ1 ล้านไปยกระดับการศึกษา 22 พ.ค. 2562ครม.ไฟเขียว ต่ออายุ "ข้าราชการ" เกษียณได้ในวัย 70 ปี 22 พ.ค. 2562ขอแสดงความยินดี 22 พ.ค. 2562มาแล้วครับ! เกียรติบัตรการอบรม DLTV TELETRAINING ดาวน์โหลดและพิมพ์ประกาศเกียรติบัตร ได้ที่นี่

การสร้างเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน ส

usericon

การสร้างเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน  ส
เรื่องที่ศึกษาค้นคว้า : การสร้างเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ชื่อผู้ศึกษาค้นคว้า : นางสาวพเยาว์ ถนอมศักดิ์
ปีที่ศึกษาค้นคว้า : 2555

บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
            1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
        2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 ก่อนเรียนและหลังเรียน
        3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยเอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า
        นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 สูงกว่าก่อนเรียน
วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนบ้านเกาะน้ำโจน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จำนวน 1 ห้องเรียนจำนวน 18 คนโดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)
ซึ่งประกอบด้วยผู้เรียนที่เรียนเก่ง ปานกลาง และเรียนอ่อน คละปนกัน จากจำนวนนักเรียน
เครื่องมือใช้ในการศึกษาค้นคว้า ดังนี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้
2. เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนก ( r )
ตั้งแต่ 0.33- 0.67 ค่าความยาก (p) ตั้งแต่ 0.30 - 0.80 และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ
มีค่า 0.72
4. แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 15 ข้อ มีความพึงพอใจในระดับมาก
ถึง มากที่สุด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านเกาะน้ำโจน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จำนวน 18 คน ปีการศึกษา 2555 และ นำมาวิเคราะห์หาค่าประสิทธิ์ภาพ ของ เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้เกณฑ์ E1 / E2 (80/80) ค่าเฉลี่ย (x) เท่ากับ 4.5 การกระจาย ของคะแนน (S.D. ) เท่ากับ 0.59 และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ t-test.

ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า
1. เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ 86.69 - 85.68 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80 / 80
2. ผู้เรียน เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน และหลังการใช้นวัตกรรม เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แตกต่างกันโดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้นวัตกรรม สูงกว่าก่อนการใช้นวัตกรรม อย่างมีนัยที่สำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.5
3. ผู้เรียนที่เรียนโดยเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด เท่ากับ 4.30 - 4.90
     โดยสรุป เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม มีผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน ในระดับเหมาะสมดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( = 1 ) ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและมีความพึงพอใจในการเรียนรู้ ดังนั้น ชุดกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ นำไปใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง


payoaza 21 ต.ค. 2556 เวลา 21:00 น. 0 660
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^