LASTEST NEWS

21 ม.ค. 2561ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครพนักงาน วุฒิป.ตรีทุกสาขา(เงินเดือน28,500++บาท) 21 ม.ค. 2561อัดเกณฑ์ย้ายครู สพฐ.ทำศึกษาชาติดิ่งเหว 21 ม.ค. 2561สพป.นราธิวาส เขต 1 เปิดสอบบุคลากรคณิตศาสตร์ จำนวน 4 อัตรา 21 ม.ค. 2561ข้าราชการท้องถิ่นหนีงานวันศุกร์เจอตัดเงินเดือนขั้นสูงสุด 21 ม.ค. 2561“ประเมินภายนอก”ทุกข์ของครูสู่วิวาทะ 20 ม.ค. 2561อบจ.ภูเก็ต เปิดสอบพนักงานจ้างตำแหน่งผู้ช่วยครู และตำแหน่งต่างๆ 71 อัตรา 20 ม.ค. 2561สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว 33 อัตรา 19 ม.ค. 2561โรงเรียนวัดหาดสองแคว (สมบูรณ์วิทยาคาร) รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา 18 ม.ค. 2561ด่วน! สอศ.เรียกบรรจุครูล็อตใหญ่ 737 อัตรา (รายงานตัว 12-13-14กุมภาพันธ์61) 18 ม.ค. 2561แชร์ประสบการณ์ การสอบครูคืนถิ่น & TOEIC ตั้งแต่สมัครสอบ-เตรียมสอบ-จนได้บรรจุ

การสร้างเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน ส

usericon

การสร้างเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน  ส
เรื่องที่ศึกษาค้นคว้า : การสร้างเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ชื่อผู้ศึกษาค้นคว้า : นางสาวพเยาว์ ถนอมศักดิ์
ปีที่ศึกษาค้นคว้า : 2555

บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
            1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
        2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 ก่อนเรียนและหลังเรียน
        3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยเอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า
        นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 สูงกว่าก่อนเรียน
วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนบ้านเกาะน้ำโจน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จำนวน 1 ห้องเรียนจำนวน 18 คนโดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)
ซึ่งประกอบด้วยผู้เรียนที่เรียนเก่ง ปานกลาง และเรียนอ่อน คละปนกัน จากจำนวนนักเรียน
เครื่องมือใช้ในการศึกษาค้นคว้า ดังนี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้
2. เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนก ( r )
ตั้งแต่ 0.33- 0.67 ค่าความยาก (p) ตั้งแต่ 0.30 - 0.80 และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ
มีค่า 0.72
4. แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 15 ข้อ มีความพึงพอใจในระดับมาก
ถึง มากที่สุด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านเกาะน้ำโจน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จำนวน 18 คน ปีการศึกษา 2555 และ นำมาวิเคราะห์หาค่าประสิทธิ์ภาพ ของ เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้เกณฑ์ E1 / E2 (80/80) ค่าเฉลี่ย (x) เท่ากับ 4.5 การกระจาย ของคะแนน (S.D. ) เท่ากับ 0.59 และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ t-test.

ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า
1. เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ 86.69 - 85.68 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80 / 80
2. ผู้เรียน เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน และหลังการใช้นวัตกรรม เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แตกต่างกันโดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้นวัตกรรม สูงกว่าก่อนการใช้นวัตกรรม อย่างมีนัยที่สำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.5
3. ผู้เรียนที่เรียนโดยเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด เท่ากับ 4.30 - 4.90
     โดยสรุป เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง การจับจีบผ้าขั้นพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม มีผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน ในระดับเหมาะสมดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( = 1 ) ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและมีความพึงพอใจในการเรียนรู้ ดังนั้น ชุดกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้ นำไปใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง


payoaza 21 ต.ค. 2556 เวลา 21:00 น. 0 394
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^