LASTEST NEWS

24 พ.ค. 2562บัญชีครูผู้ช่วยระยอง ปี 2561 เหลือ162คน เตรียมเสนอบรรจุรอบต่อไปแล้ว 24 พ.ค. 2562อบจ.นครราชสีมา เปิดรับสมัครสอบพนักงานจ้าง 71 อัตรา สมัคร 29พ.ค.-10มิ.ย.62 23 พ.ค. 2562คนจบ ป.ตรี ว่างงานกว่า 1 แสน ! ก.ศึกษาฯ เเนะปรับหลักสูตร ตอบโจทย์ตลาดเเรงงาน 23 พ.ค. 2562ขึ้นบัญชีครูผู้ช่วยมีเฮ สพฐ.ได้อัตราคืน 11,839 อัตรา น่าจะบรรจุ​ ไม่เกิน​กันยายน​62 23 พ.ค. 2562ยุบแล้ว! โรงเรียนขนาดเล็กในขอนแก่น มีนร.18คน ครูอีก 1 คน 23 พ.ค. 2562"สุเทพ"จับงานแรก แก้ปัญหา "สังคมก้มหน้า"เด็กนักเรียน 23 พ.ค. 2562ประกาศแล้ว! กำหนดวัน เวลา สถานที่ และระเบียบการสอบ ก.พ. ภาค ก. ปี2562 22 พ.ค. 2562กศจ.อุดรธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบที่ 3 จำนวน 6 อัตรา - รายงานตัว 31 พ.ค.2562 22 พ.ค. 2562"สุเทพ" ใจป้ำสุดๆ ประกาศอัดฉีดงบฯเขตพื้นที่ละ1 ล้านไปยกระดับการศึกษา 22 พ.ค. 2562ครม.ไฟเขียว ต่ออายุ "ข้าราชการ" เกษียณได้ในวัย 70 ปี

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่

usericon

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่
ชื่อเรื่อง        การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง สมการและ
    การแก้สมการ โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
    ปีที่ 6 โรงเรียนวัดตากแดด(รอดประชานุxxxล)
ชื่อผู้วิจัย     นางอุบล ประถมยา

บทคัดย่อ
    การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดตากแดด (รอดประชานุxxxล) ก่อนและหลังเรียนโดยการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD
    ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาจากประชากรทั้งหมด คือ นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดตากแดด (รอดประชานุxxxล) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 1 ห้องเรียน ทั้งหมด 14 คน
    เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่องสมการและการแก้สมการ จำนวน 12 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.96 และแบบทดสอบประเมินการผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้
ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 99 ข้อ
    สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสมการและการแก้สมการ
โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดตากแดด
(รอดประชานุxxxล) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งผลการทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ย 24.07 คะแนน
คิดเป็นร้อยละ 80.24 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 3.75
ubontak29 08 ต.ค. 2556 เวลา 00:25 น. 0 448
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^