LASTEST NEWS

21 ก.ค. 2560สนช.จี้ศธ.เข้มโรงเรียนให้เด็กร้องเพลงชาติหน้าเสาธง 21 ก.ค. 2560โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก เปิดสอบครูอัตราจ้าง 2 อัตรา 21 ก.ค. 2560ข่าวดี! กศจ.สมุทรสาคร เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 74 อัตรา 21 ก.ค. 2560กศจ.ระยอง รับสมัครคัดเลือกบุคคล ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา และนักประชาสัมพันธ์ 21 ก.ค. 2560โรงเรียนขุนรามวิทยา เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว วุฒิปริญญาตรี 15,000.-/เดือน 20 ก.ค. 2560สมศ.ทดลองประเมินคุณภาพแนวใหม่ 20 ก.ค. 2560(เงินเดือน18,000)ไม่ต้องผ่าน ภาค ก 61 อัตราสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 19 ก.ค. 2560กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เปิดสอบพนักงานราชการ 33 อัตรา (วุฒิม.3, ปวช.ทุกสาขา ปวส.ทุกสาขา ป.ตรีทุกสาขา) 19 ก.ค. 2560ศธ.เอาจริงสั่งสกอ.ยกเครื่องกฎรับน้อง 19 ก.ค. 2560แนะเพิ่มงบเรียนฟรี15ปี-ส่งตรงถึงมือเด็ก

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก

usericon

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
ชื่อเรื่อง            การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
            กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย            นายสุจินต์ สมบัติวงศ์
ปีที่พิมพ์            2555

บทคัดย่อ

    การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จากการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์)ก่อนและหลังการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” และ4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ”
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน24 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน แบบฝึก แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการ แจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ประสิทธิภาพแบบฝึกเท่ากับ 81.28 / 82.64 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
    2. ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนเท่ากับ 0.86
    3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 12.54 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 27.58 เพิ่มขึ้น 15.04 คะแนน
    4. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนแบบรายบุคคล พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก ( ) 4.41
theoneit2012 19 ก.ย. 2556 เวลา 13:00 น. 0 206
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^