LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กศน.อุตรดิตถ์ เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป สมัครตั้งแต่บัดนี้-9ธ.ค.2559 05 ธ.ค. 2559ช.พ.ค.สูงวัยหยุดส่งเงินรายศพเริ่มม.ค.60 05 ธ.ค. 2559สทศ.รับสมัครสอบแกต-แพตครั้งที่2 05 ธ.ค. 2559ศธ. ชงเกรด1.00 มีสิทธิกู้ กยศ. 05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต 05 ธ.ค. 2559(เงินเดือน17,500 บาท) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดสอบรับราชการ จำนวน 16 อัตรา

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่ว

usericon

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่ว
ชื่อเรื่อง     รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือ
STAD รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 เรื่อง จำนวนจริง สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม
ผู้วิจัย    นางกัญญารัตน์ ทิพแสง
หน่วยงาน     โรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม
ปีที่พิมพ์     2555
noklove2556 10 ก.ย. 2556 เวลา 10:59 น. 0 840
usericon

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่ว
[blockquote] อ้างถึง รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือ STAD รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 เรื่อง จำนวนจริง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 [hr]ชื่อเรื่อง     รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือ
STAD รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 เรื่อง จำนวนจริง สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม
ผู้วิจัย    นางกัญญารัตน์ ทิพแสง
หน่วยงาน     โรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม
ปีที่พิมพ์     2555
[/blockquote]
บทคัดย่อ

    การพัฒนานี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือ STAD รายวิชาคณิตศาสตร์ 1 เรื่อง จำนวนจริง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 หาค่าดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และศึกษาความคิดเห็นของผู้ปกครองที่มีต่อพฤติกรรมใฝ่รู้ใฝ่เรียน กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 32 คน โรงเรียนหนองโพธิ์วิทยาคม อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม ได้มาโดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จำนวน 5 บทเรียน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากง่ายตั้งแต่ .27-.78 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ .22 - .81 และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเท่ากับ .81 แบบวัดความพึงพอใจ จำนวน 20 ข้อ ที่มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ ตั้งแต่ 0.20-0.75 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.87 และแบบสอบถามพฤติกรรมใฝ่รู้ใฝ่เรียน จำนวน 20 ข้อ มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.50-1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอที (t – test)
    ผลการพัฒนาพบว่า
        1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือ STAD รายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 เรื่อง จำนวนจริง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.91/82.19 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
        2. ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือ STAD รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 เรื่อง จำนวนจริง มีค่าเท่ากับ 0.7131 ซึ่งแสดงว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนคิดเป็นร้อยละ 71.31
        3. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือ STAD รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 เรื่อง จำนวนจริง มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและ หลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
        4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือ STAD รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 เรื่อง จำนวนจริง โดยรวมอยู่ในระดับมาก และพบว่าการเรียนรู้ทำให้นักเรียนมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนให้ได้คะแนนสูงสุด ทำให้นักเรียนเอาใจใส่ต่อการเรียนรู้มากขึ้น นักเรียนรู้สึกสนุกเมื่อได้เรียนจากสื่อและอุปกรณ์ที่ครูนำมาใช้สอน โดยรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้แสดงความคิดและลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเองจนเกิดความรู้หรือทักษะ นอกจากนี้นักเรียนยังเห็นด้วยกับการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ ของครู ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน
        5. ผู้ปกครองมีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมใฝ่เรียนใฝ่รู้ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่นักเรียนมีการพัฒนาแนวคิดเร็วในการแก้โจทย์ปัญหาทาง
คณิตศาสตร์ได้ด้วยตนเอง ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ และศึกษาทบทวนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง จำนวนจริง และฝึกปฏิบัติเป็นประจำ
    โดยสรุป การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือ STAD รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1 เรื่อง จำนวนจริง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงขึ้น มีพฤติกรรมใฝ่เรียนรู้ที่แสดงถึงความสนใจในการปฏิบัติงาน มีความตั้งใจและกล้าคิดริเริ่ม อยู่ในระดับมาก ดังนั้น จึงสมควรสนับสนุนให้ครูผู้สอนนำกิจกรรม การเรียนรู้ดังกล่าวไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นอื่นต่อไป



ความคิดเห็นที่ #1 noklove2556 10 ก.ย. 2556 เวลา 11:00 น. 114.109.xx.xxx
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^