LASTEST NEWS

18 ก.ย. 2561โรงเรียนหนองไผ่ รับสมัครเจ้าหน้าที่พัสดุ เงินเดือน 10,000.- บาท สมัคร17-24 กันยายน 2561 18 ก.ย. 2561ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดศรีสะเกษ รับสมัครพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 7 อัตรา 18 ก.ย. 2561ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจฯ รับสมัครพนักงานวุฒิปริญญาตรีทุกสาขา หลายอัตรา - สมัครออนไลน์ 17 ก.ย. 2561"หมอธี" ยันอบรมบูธแคมป์ไม่ได้บังคับครู 17 ก.ย. 2561แฉครุภัณฑ์ สพฐ.ล็อกสเปก 100% พบมีระดับบิ๊กเอี่ยว 17 ก.ย. 2561ครูคืนถิ่นคัดจากปี 5 เตรียมบรรรจุ ต.ค.นี้ 2,696 คน 17 ก.ย. 2561ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ผลดีก็มี..อย่ามองแต่ในแง่ร้าย 17 ก.ย. 2561ดาวน์โหลด!! ตัวอย่างการบันทึกข้อมูลในโปรแกรม LTeacher 16 ก.ย. 2561ชัดเจน! จังหวัดแรก กาง141อัตรา สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2561 เตรียมเปิดรับสมัครทั่วประเทศ 16 ก.ย. 2561เลขาฯสพฐ.ตรวจสนามสอบบรรจุขรก.

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ

usericon

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ชื่อผู้วิจัย    นางสมหวัง ภูแถวนา
สังกัด    โรงเรียนเทศบาลพลประชานุxxxล สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองเมืองพล
    จังหวัดขอนแก่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ปีที่ศึกษา     ภาคเรียนที่ 2/2557
******************************************************************************
รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลพลประชานุxxxล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองเมืองพล กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนและหลังการเรียน 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/5 จำนวน 31 คน ของภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 13 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด)กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดย ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง จำนวน 16 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบค่าที (t-test)
    ผลการศึกษาพบว่า
    1. ผลการหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.91/88.71 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
    2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า ผลการเปรียบเทียบคะแนนสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนระหว่างก่อน การเรียนและหลังการเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (p<.001) โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้
3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยภาพรวมและรายข้อ นักเรียนมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดอันดับ 1 คือ นักเรียนรู้สึกสนุกกับการเรียน อันดับ 2 คือ แบบฝึกปฏิบัติทำให้เรียนรู้และเข้าใจบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมากยิ่งขึ้น และอันดับ 3 คือ นักเรียนมีโอกาสเลือกบทเรียนตามต้องการได้


apinga2069 31 ส.ค. 2558 เวลา 17:28 น. 0 210
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^