LASTEST NEWS

19 ส.ค. 2560วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน 19 ส.ค. 2560จ่อคลอดคู่มือเลี้ยงเด็กปฐมวัย 19 ส.ค. 2560ครู2.2หมื่นไม่เสียสิทธิคูปองช้อปปิ้งคอร์ส 19 ส.ค. 2560‘คุรุสภา’ เล็งลดมาตรฐานผลิตครูเหลือ 4 ด้าน ถกเรียนครู 4 ปี 5 ปี 25 ส.ค.นี้ 19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง

เผยแพร่ผลงาน

usericon

ชื่อเรื่อง            การพัฒนาการเรียนการสอน ด้วยแบบเรียนสำเร็จรูป เรื่องงานประดิษฐ์เศษวัสดุ
เหลือใช้ โดยเน้นกระบวนการปฏิบัติ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ชื่อผู้ศึกษา        นางจุฑาธิบดิ์ ศรีวรัญญุตานนท์
ชื่อหน่วยงาน        โรงเรียนเทศบาล ๓ (วัดแก้วพิจิตร) สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองปราจีนบุรี

บทคัดย่อ

    รายงานการใช้แบบเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานประดิษฐ์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อสร้างและพัฒนาแบบเรียนสำเร็จรูป ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3. เพื่อประเมินผลความพึงพอใจ โดยใช้แบบเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานประดิษฐ์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนเทศบาล ๓ (วัดแก้วพิจิตร) อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานประดิษฐ์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 5 เรื่อง ดังนี้ 1. เรื่อง การประดิษฐ์ดอกไม้จากหลอด 2. เรื่อง การประดิษฐ์กล่องเอนกประสงค์จากขวดน้ำ 3. เรื่อง การประดิษฐ์กระเป๋าถือจากกล่องนม 4. เรื่อง การประดิษฐ์โมบายแขวนจากกระป๋อง 5. เรื่อง การประดิษฐ์หมวกกันแดดจากกล่องกระดาษ และมีการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแบบประเมินความ
พึงพอใจ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการคำนวณ หาค่า (t – test)

ผลการศึกษาพบว่า
    1. ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานประดิษฐ์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้ศึกษาสร้างและพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพดังนี้ เรื่อง การประดิษฐ์กล่องเอนกประสงค์จากขวดน้ำ มีคะแนนมากที่สุด คือ E1 / E2 เท่ากับ 91.33/87.67 รองลงมาคือเรื่อง การประดิษฐ์ดอกไม้จากหลอด มีคะแนน 90.33/88.00 เรื่อง การประดิษฐ์หมวกกันแดดจากกล่องกระดาษ มีคะแนน 89.33/86.67 เรื่อง การประดิษฐ์กระเป๋าถือจากกล่องนม มีคะแนน 89.17/86.00 และเรื่อง การประดิษฐ์โมบายแขวนจากกระป๋อง มีคะแนนต่ำสุด คือ 86.00/87.00 เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ 80/80 ปรากฏว่า สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดทุกเรื่อง

    2. ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของแบบเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานประดิษฐ์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทั้ง 5 เรื่อง ที่ผู้ศึกษาสร้างและพัฒนาขึ้น พบว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. การประเมินความพึงพอใจ พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนเทศบาล ๓ (วัดแก้วพิจิตร) ที่เรียนวิชางานประดิษฐ์ มีความพึงพอใจต่อการเรียนที่เรียนด้วยแบบเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานประดิษฐ์)
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเฉลี่ยรวม 4.61 ค่า S.D. เท่ากับ 0.57 อยู่ในระดับ ดีมาก
jutatipoa.21 03 ส.ค. 2558 เวลา 20:58 น. 0 99
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^