LASTEST NEWS

25 ต.ค. 2563อบจ.ภูเก็ต ประกาศรับสมัครผู้ช่วยครู และพนักงานจ้าง 73 อัตรา สมัคร 30 ต.ค.-9พ.ย.2563 25 ต.ค. 2563"เสมา1" ลุยแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตครูทั่วประเทศ 25 ต.ค. 2563กศจ.บุรีรัมย์ ประกาศผลย้ายผอ.สถานศึกษา ปีพ.ศ.2563 25 ต.ค. 2563ผลย้ายครู รอบที่ 2/2563 สพม.40 (เพชรบูรณ์) 25 ต.ค. 2563เงินเดือน 17,000.-บาท รับสมัคร ผู้ดูแลศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชน ประจำโรงเรียนวัดเสนีวงศ์  24 ต.ค. 2563กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000.-บาท (ไม่ต้องผ่านภาค ก.) 24 ต.ค. 2563ครูผู้ช่วย กทม. หากบรรจุแล้ว ต้องเป็นข้าราชการครู กทม. ไม่น้อยกว่า 8 ปี จึงขอโอนไปรับราชการสังกัดอื่นได้ 24 ต.ค. 2563สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกาศรับสมัครพนักงานราชการครู 15 อัตรา (หลายจังหวัด) 24 ต.ค. 2563โรงเรียนจิตพิมล รับสมัครครูผู้สอน 2 อัตรา สมัครบัดนี้เป็นต้นไป 23 ต.ค. 2563(( รวมลิงก์ )) ประกาศผลการย้ายครู ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ.2563 ทุกจังหวัด ทุกกศจ.ทั่วประเทศ

รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศ

usericon

รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศ
บทคัดย่อ

เรื่อง     รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน     ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้ศึกษา จันทร์เพ็ญ คุ้มพร้อม
ปีการศึกษา    2556

    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน และ 4) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง สำนักงานเขตลาดกระบัง สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียน 38 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เพราะกลุ่มตัวอย่างแต่ละห้องมีคุณสมบัติเหมือนกัน คือจัดห้องเรียนแบบคละชั้น มีจำนวนนักเรียนและความสามารถทางการเรียนใกล้เคียงกัน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน จำนวน 8 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ 0.40-0.67 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.27-0.47 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.84 แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 3.08-4.75 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบที
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.67/82.67 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน อยู่ในระดับมาก
    4. ความคงทนในการเรียนรู้จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนไม่แตกต่างกับคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ แสดงว่านักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้
vongdow 22 ธ.ค. 2557 เวลา 14:58 น. 0 419
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^