LASTEST NEWS

21 ก.ย. 2561กศจ.นครราชสีมา รวมลิงค์ สรุปข้อมูลการเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 21 ก.ย. 2561ตัดสินใจไม่ถูกกับการเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองในอนาคต "ครูผู้ช่วย 1/2561" 21 ก.ย. 2561นักวิชาการ แนะ ศธ. ทบทวนบรรจุครูจบไม่ตรงสายสอนประถม ส่อกระทบพัฒนาการเด็ก 21 ก.ย. 2561พิจิตรวิกฤตโรงเรียนขนาดเล็กไม่มีครูส่อเค้าบาน 21 ก.ย. 2561ไม่ต้องผ่านภาค ก 220 อัตรา ม.นวมินทราธิราช เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย (สมัครออนไลน์) 20 ก.ย. 2561ข่าวดีได้เฮ!! สพฐ.เปิดสอบครูธุรการ 16,000 อัตรา วุฒิ ปวช./ปวส.ไม่ต้องมีวุฒิครู 20 ก.ย. 2561กยศ. หักเงินเดือนลูกหนี้ 1 ล้านราย มีองค์กรนายจ้างถึง 1 แสนแห่ง 20 ก.ย. 2561เด็กรุ่นใหม่ยื่น 3 ข้อเสนอให้ศธ.แก้ไข 20 ก.ย. 2561ส่งงบฯหนังสือเรียนปี61ถึงสถานศึกษาแล้ว 20 ก.ย. 2561“หมอธี” สั่ง“สพฐ.”จัดการ “บิ๊กสพท.”ต่อต้านคำสั่ง“คสช.”

เผยแพร่ ผลงานทางวิชาการรายกาการใช้บทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา

usericon

ชื่อเรื่อง                รายงานผลการใช้บทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้วิจัย                 นางกาญจนา สีสัตย์ซื่อ
ตำแหน่ง                ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ
สังกัด                 โรงเรียนภักดีชุมพลวิทยา อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ
                 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30
ปีที่พิมพ์                2560

บทคัดย่อ

    กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจว่ามนุษย์ดำรงชีวิตอย่างไร ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคล และการอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจถึงการพัฒนา เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่างๆ ทำให้เกิดความเข้าใจในตนเอง และผู้อื่น มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก (กรมวิชาการ. 2551 ข : 4-5) ธรรมชาติและลักษณะเฉพาะของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมว่าด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่มีความเชื่อมสัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อม เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
    การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อศึกษาความก้าวหน้าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และเพื่อศึกษาความ พึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สำกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวนโรงเรียน 37 โรง จำนวนนักเรียน 1,221 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนภักดีชุมพลวิทยา สำกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 39 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบบทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 24 แผน บทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 8 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบอิงเกณฑ์ ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และแบบวัดความพึงพอใจที่มีตอการเรียนดวยบทเรียนสำเร็จรูป ที่ผูวิจัยสรางขึ้น เปนแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง นอย และนอยที่สุด จํานวน 10 ขอ
    ผลการวิจัยปรากฏดังนี้     
        1. บทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 92.09 / 87.77 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่ตั้งไว้
        2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
        3.     ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีระดับความพึงพอใจ 47.61 ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด
    จากผลการวิจัยทำให้ผู้วิจัยเกิดแนวคิดในการที่จะพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป ในรูปแบบต่าง ๆ โดยนำแนวคิดที่ได้จากการวิจัยมาประยุกต์ใช้และเป็นแนวทางในการพัฒนาเพราะจากผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าบทเรียนสำเร็จรูป พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นสามารถช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุวัตถุประสงค์เสมือนกับการเรียนกับครูผู้สอนโดยตรง สามารถสร้างแรงจูงใจทำให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้น อยากเรียน สนุกสนานและมีความสุขในการเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นตามลำดับต่อไป












tikpromson 09 ต.ค. 2560 เวลา 15:29 น. 0 230
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^