LASTEST NEWS

09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก. 08 ธ.ค. 2559ข่าวดี! กศจ.กทม. อนุมัติเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 530 อัตรา 08 ธ.ค. 2559ว่างไปสมัคร! รับเยอะ 28 อัตรา (วุฒิม.6-ปริญญาตรีทุกสาขา) เปิดสอบพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 08 ธ.ค. 2559สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รับสมัครอาจารย์ 08 ธ.ค. 2559จ่อฟันผู้บริหารอาชีวะเอี่ยวเปิดเทียบโอนไร้มาตรฐาน 08 ธ.ค. 2559เตือนใช้วุฒิปลอมโดนคดีอาญา 08 ธ.ค. 2559วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู 08 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบครูศูนย์การเรียนชุมชน 08 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดเลย เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป

การพัฒนาบุคลากรครูด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโรงเรียน

usericon

การพัฒนาบุคลากรครูด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโรงเรียน
ชื่อเรื่อง การพัฒนาบุคลากรครูด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน
โรงเรียนเทศบาลท่าตูม อาเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์
ผู้วิจัย นายมานพ จิตแม้น
ตาแหน่ง รองผู้อานวยการโรงเรียน วิทยฐานะ ชานาญการ
โรงเรียน เทศบาลท่าตูม ปีการศึกษา 2556
บทคัดย่อ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งให้เกิดผลโดยตรงต่อผู้เรียน ผู้เรียนจะมิใช่เพียงผู้รอรับความรู้แต่จะต้องมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ครูผู้สอนเองก็จะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเองจากผู้ถ่ายทอดความรู้ เป็นผู้ดาเนินการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน
นอกจากผู้เรียนจะได้รับความรู้แล้ว ยังเป็นการฝึกฝนคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียนแต่ละคนอีกด้วย การพัฒนาบุคลากรครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาบุคลากรครู โรงเรียนเทศบาลท่าตูม ตาบลท่าตูม อาเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานได้ โดยใช้หลักการวิจัยปฏิบัติการ (Action Research) ทั้ง 2 วงรอบ
แต่ละวงรอบประกอบด้วย การวางแผน (Planning) การปฏิบัติการ (Action) การสังเกต (Observation) และการสะท้อนผล (Reflection) กลุ่มผู้ร่วมวิจัยและผู้ให้ข้อมูล จานวน 95 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้ร่วมวิจัย (Research Participants) จานวน 32 คน ได้แก่ ผู้วิจัย 1 คน และครูโรงเรียนเทศบาลท่าตูม จานวน 31 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล มีจานวน 63 คน ได้แก่ ผู้อานวยการโรงเรียน 1 คน วิทยากร 2 คน และตัวแทนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6
ชั้นละ 10 คน รวม 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน จานวน 1 ฉบับ แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่มผู้ร่วมวิจัย กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการ จานวน 1 ฉบับ แบบสังเกตพฤติกรรมการสอนของครู จานวน 1 ฉบับ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน จานวน 1 ฉบับ แบบสัมภาษณ์กระบวนการสอนของครูกลุ่มผู้ร่วมวิจัย จานวน 1 ฉบับ และแบบสัมภาษณ์นักเรียน จานวน 1 ฉบับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบ ข้อมูลสามเส้า และนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบรรยายผลการพัฒนา ปรากฏดังนี้
การพัฒนาบุคลากรครูด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานวงรอบที่ 1 ได้ใช้
กลยุทธ์ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศแบบคลินิก เพื่อดาเนินการพัฒนา ผลการพัฒนาวงรอบที่ 1 โดยสรุปพบว่า บุคลากรครูซึ่งเป็นกลุ่มผู้ร่วมวิจัยส่วนใหญ่ มีความรู้ความเข้าใจในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งสามารถนาไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานได้ตามกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน แต่ยังขาดความชานาญและความต่อเนื่องในการจัดทาแผนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน และยังมีครูบางส่วน ที่ยังไม่เข้าใจการดาเนินการแต่ละขั้นตอน และกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ ครูบางส่วนยังขาดองค์ประกอบในการจัดทาแผนการเรียนรู้แบบโครงงาน เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องขั้นตอนของการเรียนรู้แบบโครงงาน กลุ่มผู้ร่วมวิจัยจึงได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือเพื่อปรับปรุงและแก้ไขปัญหาที่พบ และมอบหมายให้ผู้ร่วมวิจัยแก้ไขข้อบกพร่องในการทดลองสอนในวงรอบที่ 2 ต่อไป
การพัฒนาบุคลากรครูด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน วงรอบที่ 2 ใช้
กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการและนิเทศแบบคลินิก เพื่อตรวจสอบผลการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนหลังจากที่ผู้ร่วมวิจัยได้รับการนิเทศภายในวงรอบที่ 1 และข้อเสนอแนะจากผู้ให้การนิเทศ ผลการนิเทศวงรอบที่ 2 พบว่า กลุ่ม ผู้ร่วมวิจัยทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในการปรับปรุงและพัฒนาการเขียนแผนการเรียนรู้ สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานได้ตามกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หลังจากได้มีการนิเทศการสอนกลุ่มเป้าหมาย และให้คาแนะนาในการปรับปรุง
การเขียน แผนการเรียนรู้แบบโครงงาน และนาไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน จนสามารถเขียนแผนการเรียนรู้ ได้อย่างถูกต้องตามรูปแบบและวิธีการเขียนแผนการเรียนรู้แบบโครงงานได้เป็นอย่างดี ทาให้กลุ่มผู้ร่วมวิจัยมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้คือ มีความรู้ความเข้าใจ ในการเขียนแผนการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานและเกิดทักษะในการปฏิบัติตามกรอบการศึกษา
มีความกระตือรือร้น เกิดความมั่นใจ ตั้งใจที่จะพัฒนางานมีการเตรียมการจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ก่อนสอนอย่างสม่าเสมอ ได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนมาเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เอาใจใส่สนใจนักเรียนยิ่งขึ้น มีความเอื้ออาทร รักและเมตตานักเรียน ให้กาลังใจนักเรียนอย่างสม่าเสมอ โดยเฉพาะการประชุมร่วมกันเพื่อร่วมคิด ร่วมทา และร่วมกันเขียนแผนการเรียนรู้ของตัวเอง แล้วนาไปปรับปรุงกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ออกแบบการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียน ที่สาคัญคือ ได้มีการเตรียมการสอน ทั้งเนื้อหาและวิธีการสอนอย่างเหมาะสมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน มีการใช้สื่อการสอนเพื่อฝึกการคิด การแก้ปัญหา และการค้นพบความรู้แก่ผู้เรียนตลอดทั้งการใช้แหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและเชื่อมโยงประสบการณ์กับชีวิตจริงได้ จนทาให้ผู้เรียนได้มีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ของผู้เรียน คือ รู้จักการทากิจกรรมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกลุ่มมีการฝึกคิดอย่างหลากหลาย และสร้างจินตนาการ ตลอดจนได้แสดงออกอย่างชัดเจนและมีความสุข และได้เลือกกิจกรรมตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจของตนเองอย่างมีความสุข ก่อให้เกิดการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
แบบโครงงานได้เป็นไปตามความมุ่งหมายของการวิจัยทุกประการ
โดยสรุป จากการพัฒนาครูด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยใช้
หลักการวิจัยปฏิบัติการ สามารถนาไปใช้ในการพัฒนาครูได้และประสบผลสาเร็จเป็นอย่างดี
thienchai 12 ก.ย. 2557 เวลา 14:55 น. 0 89
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^