LASTEST NEWS

19 ก.พ. 2561คุรุสภาผนึก 46 มหา’ลัย อบรม 9 มาตรฐานความรู้ฯ ปี’60 19 ก.พ. 2561ผลสำรวจ99.15%หนุนตั้ง สพม.เพิ่ม 19 ก.พ. 2561คุ้มไหม? "เป็นครูอัตราจ้าง" คนอื่นเป็นแบบนี้กันไหม??? 19 ก.พ. 2561เช็กได้เลย สถ.เรียกผู้สอบแข่งขันได้รายงานตัว 1,578 อัตรา เพื่อบรรจุเป็น ขรก.-พนักงานส่วนท้องถิ่น รอบ 2 แล้ว 19 ก.พ. 2561คำถาม : ปีนี้มี ป.บัณฑิต มั้ยคะ/ครับ? 19 ก.พ. 2561สถานี ก.ค.ศ.ทิศทางการสอบบรรจุครูผู้ช่วยแนวใหม่ 19 ก.พ. 2561ด่วน! การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดรับสมัครพนักงานประจำปี 2561 จำนวน 400 อัตรา 18 ก.พ. 2561กรมทางหลวงชนบท เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000.-บาท 18 ก.พ. 2561กำหนดการสอบ ก.พ. ภาค ก. รอบปกติ ปี 2561 18 ก.พ. 2561โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 4 อัตรา(สมัคร12-20ก.พ.61)

รายงานการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมการและการแก้สมการ

usericon

บทคัดย่อ


ชื่อเรื่อง            : การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมการและการแก้สมการ ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5Es
ชื่อผู้รายงาน     : นางสาวพจณีย์ กาญจนเสนา ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 (บ้านท่าเรือมิตรภาพที่ 30) ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ปีที่รายงาน         : ปีการศึกษา 2559
................................................................................................................................................................


    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สมการและการแก้สมการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5Es โดยจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ70 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป ศึกษาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง สมการและการแก้สมการ ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5Es และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5Es ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่อง สมการและการแก้สมการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5Es ซึ่งได้ผ่านการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด และขอบข่ายการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง และเรียบเรียงสาระตามโครงสร้างทางคณิตศาสตร์และครอบคลุมรูปแบบสมการของจำนวนตรรกยะบวกและศูนย์ทุกรูปแบบที่มีโอกาสเกิดขึ้นในระดับประถมศึกษา แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ
    กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 (บ้านท่าเรือมิตรภาพที่ 30) อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 31 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยกำหนดวงจรการปฏิบัติการไว้ 3 วงจร แต่ละวงจรปฏิบัติการมีการดำเนินการ 4 ขั้นคือ ขั้นวางแผน (Planning) ขั้นปฏิบัติการ (Action)ขั้นสังเกตการณ์ (Observation) และขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติการ (Reflection) ตามแนวคิดของ Kemmis & Mctaggart การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ
    ผลการวิจัยพบว่า
1)    ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สมการและการแก้สมการของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5Es ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ พบว่านักเรียนร้อยละ 83.33 ของนักเรียนทั้งหมด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไปซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
2)    ผลการศึกษาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง สมการและการแก้สมการ ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ 5Es พบว่านักเรียนมีคะแนนทักษะการคิดวิเคราะห์เฉลี่ยรวม 33.87 จากคะแนนเต็ม 45 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 78.89 เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายทักษะ พบว่า นักเรียนทุกคนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ครบทั้ง 5 ทักษะ โดยนักเรียนมีทักษะการจำแนกมากที่สุด มีคะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ 89.33 รองลงมาคือทักษะการจัดหมวดหมู่ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 82.87 ทักษะการการเชื่อมโยง มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 77.57 ทักษะการสรุปความ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75.57 และทักษะการประยุกต์ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 73.33 ตามลำดับ
3)    ผลการสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5Es เรื่อง สมการและการแก้สมการ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละด้าน พบว่าด้านรูปแบบกิจกรรม/สื่อ ด้านเนื้อหาและด้านประโยชน์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.47 4.40 และ 4.68 ตามลำดับ ซึ่งด้านรูปแบบกิจกรรม/สื่อ และด้านเนื้อหามีค่าอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านประโยชน์มีค่าอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า แต่ละข้อมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ที่ 4.23 ถึง 4.90 อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด
jane3pk 05 ก.ค. 2560 เวลา 19:02 น. 0 153
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^